โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปดีล! JAS เจ้าของลิขสิทธิ์เพียงผู้เดียว ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก-เอฟเอคัพในไทย

Share2Trade

อัพเดต 14 พ.ย. 2567 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2567 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

สำหรับแฟนบอลลูกหนังที่ได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับลีกอังกฤษหรือฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ก็อาจจะทราบข่าวสารการถ่ายทอดสดในฤดูหน้า ที่ผู้คว้าสิทธิในการถ่ายทอดสดรายการฟุตบอลดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ขาประจำก็คือ บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด ที่เป็นบริษัทในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE

สรุปดีล! JAS_WS (เว็บ) copy.jpg

สำหรับผู้ที่ได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดภาพและเสียงรายการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในรอบนี้ ซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลา 6 ปี หรือเริ่มตั้งแต่ต้นฤดูกาลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ 2025/26 หรือ 6 ฤดูกาล ก็คือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS

ดังนั้น ในวันนี้ทางเราจึงอยากจากจะพานักลงทุนและผู้อ่านไปรู้จักเกี่ยวกับรายละเอียดดังกล่าวกัน พร้อมกับทำความเข้าใจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดนับตั้งแต่ผู้ให้สิทธิการถ่ายทอดสดไปจนรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติม ไปจนถึงการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญถึงประเด็นข่าวข้างต้น

โดยการจะได้ลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดดังกล่าว จะต้องประมูลกับบริษัทเอกชน The Football Association Premier League Limited ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นสโมสรฟุตบอลสมาชิก 20 แห่ง ที่เข้าร่วมในพรีเมียร์ลีก ณ เวลานั้นและสมาคมฟุตบอลของประเทศอังกฤษ (The FA)

ในวันที่ 11 พ.ย. 67 JAS ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯถึงการเข้าทำธุรกรรมเพื่อให้บริษัทได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว (Exclusivity right) ในการถ่ายทอดสดภาพและเสียงรายการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ บนอินเทอร์เน็ตทีวี (Internet TV) และ ดิจิทัลทีวี (Digital TV) รวมถึงชุดวิดีโอสั้น (Clips package)

ตลอดระยะเวลารายการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ 3 ฤดูกาล โดยเริ่มตั้งแต่ต้นฤดูกาลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ 2025/26 หรือ 6 ฤดูกาลในกรณีที่บริษัทฯ ได้รับแจ้งจาก FAPL เป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2567ในประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 559,980,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 19,167,723,414 บาท

ส่วนช่องทางการในการรับชม สามารถรับชมได้ผ่านช่องทางหลัก คือ MONOMAX ซึ่งเป็น Streaming platform และ MONO29 ซึ่งเป็น Free-to-air platform ของ MONO NEXT PCL. (MONO) โดยมีแนวทางในการจัดจำหน่ายผ่านทุก Network และ Mobile operators ด้วย ไม่ว่าจะเป็น App Store (iOS) และ Google Store, AIS หรือ TRUE

สำหรับแหล่งเงินทุน บริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสด ซึ่ง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเท่ากับจำนวน 4,678 ล้านบาท และการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งการเข้าทำธุรกรรมถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/68

ทั้งนี้ การได้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทเพิ่มโอกาสและขยายส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตทีวีและธุรกิจการจัดหาคอนเทนต์ รวมไปถึงสามารถเพิ่มฐานลูกค้า คู่ค้าและเครือข่าย ผู้ติดตามของกลุ่มบริษัท นอกจากนี้จะช่วยขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในตลาด

สำหรับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า JAS ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพสำหรับประเทศไทยลาวและกัมพูชาในทุกช่องทางถ่ายทอดสด จำนวน 3 – 6 ฤดูกาล ซึ่งมีผลตั้งแต่ฤดูกาล 2025/26

โดยกรณี3 ฤดูกาลมูลค่าลิขสิทธิ์จะอยู่ราว 197.7 ล้านเหรียญฯ ถือว่าไม่แพงหากเทียบราคาประมูลรายการดังกล่าวของไทยที่มีการเปิดเผยล่าสุดที่300ล้านเหรียญ (ฤดูกาล 2016/17 -2018/19) ส่วน 6 ฤดูกาลจะอยู่ราว 560 ล้านเหรียญฯโดยการจ่ายค่าลิขสิทธ์จะอยู่ในลักษณะการทยอยจ่าย

ในเชิงกลยุทธ์ JAS ปัจจุบันหลังขายธุรกิจอินเตอร์เนตเหลือรายได้ปีละ 4 พันล้านบาท จะเป็นการหนุนธุรกิจอินเตอร์เนตทีวีของ JAS ซึ่งเป็น 1ใน 3 ธุรกิจหลักที่มีอยู่ในปัจจุบันมีลูกค้าราว 7 แสนราย ส่วนรายได้หลักปัจจุบัน 64% ของรายได้มาจากธุรกิจให้เช่าโครงข่ายในและนอกประเทศและการขุด Bitcoin แนะนำเก็งกำไร

ขณะที่ MONO มีฐานรายได้ปัจจุบันราวปีละ 2 พันล้านบาท ในฐานะเจ้าของช่องดิจิทัลทีวี Mono 29 ที่น่าจะมีรายได้โฆษณาเพิ่มขึ้นและการขายแพ็คเกจผ่าน OTT Platform Monomax ซึ่งมีสมาชิกราว 8.6 แสนราย แนะนำ เก็งกำไร

ADVANC คาดว่าจะได้ประโยชน์ในฐานะที่ยังเป็นพันธมิตรกับ JAS ที่น่าจะมีโอกาสนำคอนเท้นท์ ยอดนิยมไปให้บริการลูกค้า นอกจากนี้ถือว่าลดความเสี่ยงคู่แข่งขันที่จะเข้ามาร่วมประมูลคลื่นในอนาคตด้วย แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย305 บาท

TRUE มองผลกระทบจำกัดรายได้ธุรกิจ Pay TV ปัจจุบันต่ำราว 4-5 % ของรายได้รวม (ลูกค้า EPL คาดต่ำกว่านั้น) ขณะที่มีภาพบวกคู่แข่งประมูลคลื่นลดลงช่วยชดเชย แนะนำ รอหุ้นซึมซับจิตวิทยาลบก่อนสะสมใหม่

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ระบุว่า จากประเด็น JAS ทุ่มซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก-เอฟเอคัพ ดังกล่าว โครงสร้างดีล 6 ปี 19,000 ล้านบาท ถ้า 3 ปี 8,000 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษี ณ ที่จ่าย 15%) รอทางพรีเมียร์ลีกยืนยันอีกที

ทั้งนี้เมื่อคิดค่าใช้จ่ายต่อปีสำหรับลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก 2,700 ล้านบาท ถ้าคิดว่าสมาชิกของ True vision 1.2 ล้านรายจะย้ายมา GIGA TV จะทำให้ JAS มีต้นทุน 2,200 บาทต่อฤดูกาล ถ้าคิด 6 ปี ต้นทุน 2,700 บาทต่อฤดูกาล

ถือว่าพอได้ เพราะปัจจุบันค่าสมาชิกราว 5,400 บาทต่อปี ส่วนฐานะทางการเงิน ปัจจุบัน JAS มีเงินสดในมือ 4,600 ล้านบาท ต้องพึ่งสถาบันการเงินเข้ามาช่วยในดีลครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม จากสถิติที่ผ่านมาผู้ให้บริการเจ๊งทุกราย ไม่ว่าจะเป็น CTH, True vision ซึ่ง JAS ก็ยังคงมีความเสี่ยงตรงนี้

สรุปดีล! JAS_WS (เพจ) copy.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...