โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฮันเตอร์อันดับ 1 เป็นคนธรรมดา [อ่านฟรีจนจบ]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 14.08 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 14.08 น. • sky sapphire
[นักข่าว] : สาเหตุที่คุณออกสื่อน้อยมากเป็นเพราะอะไรคะ? [ฮันเตอร์ลูกหมี] : ผมเป็นฮันเตอร์ครับ ไม่ใช่ดารา

ข้อมูลเบื้องต้น

ฮันเตอร์แรงก์ A ระดับท็อปของวงการ กลับถูกไล่ออกจากกิลด์ด้วยเหตุผลไร้สาระเพียงเพราะว่าเขานั้น…

จืดจาง ไร้ตัวตน

ฮันเตอร์แรงก์ A ก่อนถูกไล่ออก : ฝีมืออย่างเดียวมันหากินไม่ได้! กิลด์คือธุรกิจ ถ้าไม่ช่วยทำโฆษณาก็ออกไปซะ!

ฮันเตอร์แรงก์ A หลังถูกไล่ออก : ยินดีต้อนรับฮันเตอร์แรงก์ S ลำดับที่ 77 ขึ้นสู่แรงกิงระดับโลก!

ภายหลัง เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อสั้น ๆ พอเป็นพิธีว่า…

[นักข่าว] : สาเหตุที่คุณออกสื่อน้อยมากเป็นเพราะอะไรคะ?

[ฮันเตอร์ลูกหมี] : ผมเป็นฮันเตอร์ครับ ไม่ใช่ดารา

TW

- สถานที่อ้างอิงจากความเป็นจริงแต่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด

- มีการใช้ความรุนแรงและมีเนื้อหาที่อาจทำให้รู้สึกหดหู่หรือจิตตก

- มีการบรรยายโดยละเอียดเกี่ยวกับอวัยวะภายใน เลือด เนื้อ และศพ

- ตัวละครอาจมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรลอกเลียนแบบ

- การคอมเมนต์หรือวิจารณ์ต้องมีความเคารพซึ่งกันและกัน หากพบคอมเมนต์ไหนที่ไม่เหมาะสมขออนุญาตลบโดยไม่แจ้งให้ทราบ

ปล.ลงตอนใหม่ + เปิดให้อ่านฟรี ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 1 ทุ่ม

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และฉบับเพิ่มเติมอื่น ๆ

ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ ถ่ายรูป หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน

การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการทำผิดกฎหมาย

ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษตามที่พระราชบัญญัติได้ระบุไว้

#สมบัติทางปัญญาไม่ใช่แค่ตัวอักษรในพจนานุกรม

ช่องทางติดตาม

FB : Ploypailin Ssapphire

Twitter : KhunSky

บทที่ 1 ลูกหมีถูกไล่ออก

บทที่ 1

ลูกหมีถูกไล่ออก

“จะไม่ทบทวนอีกซักครั้งเลยเหรอครับ?”

“ฟังนะ ฮันเตอร์หน้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน นายก็จัดว่าเก่งแต่ก็ไม่ได้เกินหน้าเกินตาใคร”

“แต่อีกนิดเดียวผมก็จะได้เป็นระดับ S แล้วนะครับ”

“ฮ่ะ ๆ นายพูดแบบนี้มากี่ปีแล้ว? พ่อฉันอาจจะเชื่อนายแต่ฉันไม่ ฉันเห็นว่านายเป็นคนขยันมาตลอด แต่ถึงนายทำตามเงื่อนไขครบทุกข้อก็ใช่ว่านายจะผ่านดันเจี้ยนเลื่อนระดับได้สำเร็จ”

“ที่ผ่านมาผมเข้าดันเจี้ยนข้ามขั้นมาตลอด เคยฆ่ามอนสเตอร์และบอสระดับ S มาหลายตัวแล้วนะครับทั้งที่ยังอยู่แรงก์ A”

“เฮ้ย! พูดมาก ๆ ยังไงซะหน้าใหม่ที่โดดเด่นกว่าก็เกิดขึ้นทุกวัน ล่าสุดเพิ่งดีลกับแรงก์ F หน้าใหม่มา ฮ่ะ ๆ นายคงแปลกใจล่ะสิ แต่แรงก์ F คนนี้ดังมาก เขาเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ E มาแล้วหลายสิบดันเจี้ยน แถมไปกันสองคนกับแค่แรงก์ E ตอนเกตเบรกระดับ B เขาก็เป็นคนสังหารบอสตัวนั้นด้วย เห็นว่าสกิลระดับ F แต่ของดีเป็นบ้า นายทำได้อย่างเขาไหมล่ะ? ถึงผลงานนายหลังขึ้นระดับ E จะดีมาตลอด แต่ตอนนายอะเวคระดับ F ครั้งแรกนายยังดิ้นรนอยู่ในดันเจี้ยนระดับ F อยู่เลย แปดปีที่ผ่านมาพ่อลงทุนกับนายไปมากเพื่อให้นายได้เป็นระดับ S แต่เขากลับตายก่อนจะได้เห็นนายเป็นอย่างที่เขาหวังซะอีก น่าผิดหวังจริง ๆ ”

“…”

“แถมหน้าตาก็งั้น ๆ ทำเป็นหวงตัวออกสื่อน้อย ยุคนี้ฝีมืออย่างเดียวมันกินไม่ได้หรอกนะ กิลด์เองก็เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง นายก็ต้องหัดช่วยกิลด์ทำโฆษณาบ้างสิ ไม่ได้เรื่องจริง ๆ อย่าลืมคืนของด้วย ไปได้แล้ว!”

“เข้าใจแล้วครับ”

ลูกหมี เดินออกมาจากห้องทำงานของประธานกิลด์โดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่ได้ถอนหายใจหรือห่อไหล่ลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน สายตาของเขากลับดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหมดหวัง พนักงานมายืนแอบฟังอยู่นอกห้อง พอเห็นเขาเดินออกมาก็ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบสายตาเขา ต่างคนต่างแหวกทางให้ฮันเตอร์แรงก์ A อดีตขวัญใจมหาชนเดินจากไป

“น่าสงสารจัง ถึงจะไม่โดดเด่นแต่เขาก็เข้าดันเจี้ยนสม่ำเสมอ”

“อัตราเคลียร์ดันเจี้ยนระดับสูงคนเดียวยังอยู่ในระดับต้น ๆ ด้วย แต่ไล่ออกเพราะไม่เด่นเนี่ยนะ?”

“ก็รู้อยู่ว่าเดี๋ยวนี้อุตสาหกรรมดันเจี้ยนเหมือนจะกลายเป็นเวทีแข่งขันของพวกฮันเตอร์อย่างกับเป็นดาราไปแล้ว แต่ฝีมือก็สำคัญเหมือนกันนะ ชีวิตประชาชนเอามาล้อเล่นแบบนี้ได้เหรอ?”

“แรงก์ F กวาดล้างดันเจี้ยนระดับ E? เหอะ ๆ เขาหนีบแรงก์ E เข้าไปด้วยไม่ใช่รึไง? แรงก์ E เคลียร์ระดับ E คนเดียวแปลกตรงไหน? พูดให้ถูกคือแรงก์ E เป็นคนหนีบเจ้าแรงก์ F นั่นเข้าไปเป็นตัวแถมต่างหาก”

“ตอนเกตเบรกระดับ B เจ้าแรงก์ F นั่นก็ได้หน้าไปคนเดียวเพราะลาสชาวบ้านเขาชัด ๆ ไม่เห็นข่าวพูดถึงฮันเตอร์คนอื่นที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ที่นั่นด้วย ฉันเห็นหมอนั่นให้สัมภาษณ์ว่าแค่ทำในสิ่งที่สมควรทำแล้วก็เดินหนีนักข่าวไป เท่ตายล่ะ! มันคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกนิยายรึไง? คนธรรมดาที่นอนตายเกลื่อนนั่นล่ะ? ไม่เห็นแสดงความเสียใจ ฮันเตอร์คนอื่นที่ช่วยระงับเกตเบรกแถมช่วยให้มันได้ลาสช็อตสวย ๆ นั่นล่ะ? ไม่เห็นขอบคุณซักคำ!”

“แค่คิดว่าตั้งแต่วันนี้ไปต้องดูแลเขาในฐานะหน้าใหม่มาแรงก็เอียนแล้ว เป็นแค่แรงก์ F ฉันไม่ว่า แต่ช่วยอย่าทำตัวน่าหมั่นไส้แถมมั่นหน้าแย่งผลงานคนอื่นจะได้ไหม?”

“ลูกหมีของพี่น่าสงสารจริง ๆ ใครว่าเขาไม่เด่น เขาแค่ไม่ค่อยเป็นที่รู้สึกบนหน้าจอ แต่ในแวดวงอุตสาหกรรมดันเจี้ยนเขาคือหน้าตาของกิลด์ที่ทำให้กิลด์อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้เชียวนะ!”

เสียงนินทาของกลุ่มพนักงานยังดังขึ้นต่อเนื่องไม่หยุดพักขณะที่พวกเขาเดินกลับโต๊ะทำงานไปพร้อมกัน

ลูกหมีไม่ได้หายไปไหนไกล ลิฟต์ก็อยู่ใกล้แค่นี้ทำไมเขาจะไม่ได้ยิน? ดีเท่าไหร่แล้วที่พวกนั้นไม่ได้จะลงลิฟต์ไปพร้อมกัน ไม่งั้นมีหวังโดนรุมแน่

ฮันเตอร์ อาชีพนี้ปรากฏขึ้นเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนหรือประมาณห้าสิบปี โลกใบนี้เคยเป็นโลกธรรมดาทั่วไปจนกระทั่งประตูมิติปรากฏขึ้นพร้อมกันทั่วโลกอย่างเป็นปริศนา เหนือประตูมิติรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวตั้งนั่นมีเวลานับถอยหลังแตกต่างกัน พวกนักวิชาการจึงพยายามสำรวจจากข้างนอกรวมถึงส่งคนเข้าไปก่อนที่เวลาจะหมด

แต่สุดท้ายประตูมิติปริศนานั่นก็แตกออก มอนสเตอร์น่ากลัวหลุดออกมาเข่นฆ่ามนุษย์ทั่วโลก อาวุธธรรมดาฟันแทงพวกมันไม่เข้า ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งมีคนตายเกลื่อน ผู้คนเริ่มสิ้นหวัง นักศาสนาออกมาทำหน้าที่ของตนเพื่อให้สาวกระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า พวกเขากล่าวว่านี่เป็นการล้างบาปบนโลกมนุษย์

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องจากความสิ้นหวังและความโกลาหลนั้นเอง ผู้มีพลังวิเศษก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อปราบเหล่ามอนสเตอร์เหิมเกริม พวกเขาคือผู้ที่ ตื่นรู้ หรือ อะเวค ซึ่งภายหลังถูกเรียกว่า ‘ฮันเตอร์’

เวลาผ่านไปหลายวัน หลายเดือน เหล่าคนธรรมดายิ่งอะเวคเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติ และในที่สุดพวกเขาก็ทำสำเร็จ โลกกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือโลกใบนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ดันเจี้ยนยังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ยุคดันเจี้ยนช่วงแรก ๆ มีคนบาดเจ็บล้มตายจากการเคลียร์ดันเจี้ยนไม่สำเร็จและ เกตเบรก หรือการแตกของดันเจี้ยนเพราะกวาดล้างไม่ทันเวลาหลายพันหลายหมื่นคน

มนุษย์ต้องดิ้นรนกันอย่างสาหัสเพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับดันเจี้ยน พอมนุษย์เริ่มปรับตัวได้พวกเขาก็ค้นพบว่า ของล้ำค่าที่ได้จากข้างในดันเจี้ยนสามารถนำมาผลิตเป็นอาวุธและตัวช่วยอื่น ๆ สำหรับฮันเตอร์ได้มากมาย แม้แต่การฆ่ามอนสเตอร์สักตัวก็ทำให้ ค่าสถานะ เพิ่มขึ้นได้ ยิ่งมีค่าสถานะมากก็ยิ่งแข็งแกร่ง ทั้งยังมีโอกาสสุ่มเจอ สกิล ใหม่ ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อฮันเตอร์มาก ๆ

โลกเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ แม้ความหวาดกลัวจะยังคงหยั่งรากอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่และนักธุรกิจซึ่งมองเห็นผลประโยชน์มาเป็นอันดับแรก นี่คือโอกาสสำหรับพวกเขาในการเฉิดฉายอยู่บนเวทีโลก

ร่างสูงยาวเข่าดีปรากฏตัวอีกครั้งหน้าห้องอุปกรณ์บนชั้นสาม เขาสแกนบัตรแล้วเดินผ่านประตูบานเลื่อนอัตโนมัติเข้าไป

ห้องอุปกรณ์คือห้องเก็บอาวุธ ชุดเกราะ โพชัน และอาร์ติแฟกต์ช่วยเหลืออื่น ๆ ทั้งหมดนี้เป็นสมบัติของกิลด์ซึ่งอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะฮันเตอร์ของ กิลด์บุชเชอร์ แห่งนี้เท่านั้น ลูกหมีก็เป็นคนหนึ่งที่มายืมใช้อุปกรณ์จากที่นี่ตลอด เขาอยู่กิลด์นี้มาสิบกว่าปี สร้างประโยชน์ให้กิลด์ไม่น้อย บางอย่างที่นี่เขาแทบจะผูกพันประหนึ่งเป็นของตัวเองไปแล้ว แต่ท้ายที่สุดเขาก็ต้องเผชิญกับความจริง

อันที่จริงเขาได้รับจดหมาย ‘เชิญออก’ มาตั้งแต่สองวันก่อนทางกล่องอีเมลซึ่งเป็นช่วงที่เขาอยู่ในดันเจี้ยน วันนี้เลยเข้ากิลด์เพื่อเอาอุปกรณ์ทั้งหมดมาคืน แต่ก็ยังไม่วายขึ้นไปคุยกับประธานกิลด์อีกครั้งเผื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็น นอกจากจะไม่ได้อยู่ต่อแล้ว ไอ้เด็กเว- ประธานกิลด์คนใหม่ยังทำสีหน้าเยาะเย้ยใส่เขาพร้อมพูดถึงเด็กใหม่เพื่อทับถมเขาด้วย

ลูกหมีถอนหายใจเป็นครั้งแรกของวันขณะคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายบนหลัง ตลอดทางตั้งแต่ห้องอุปกรณ์ไปจนถึงหน้าประตูทางเข้าตึกกิลด์มีแต่คนแอบมองเขาเต็มไปหมด เขาเป็นอย่างที่พวกพนักงานพูดถึงกันจริง ๆ นั่นแหละ แม้ไม่เด่นดังแต่ก็มีฝีมือ

ลูกหมีเกิดมาในยุคที่อุตสาหกรรมดันเจี้ยนเฟื่องฟูถึงขีดสุด การซื้อขายอุปกรณ์และวัตถุดิบเป็นไปอย่างดุเดือด ธุรกิจกิลด์สำหรับฮันเตอร์ผุดงอกขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างกับเป็นตึกค่ายของอุตสาหกรรมบันเทิง ฮันเตอร์ระดับสูง หน้าตาดี ผลงานโดดเด่นมีให้เห็นบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์อยู่ทุกวัน โดยเฉพาะระดับ S ที่มีเพียงแค่ 76 คนบนโลก

ปู่ย่าตายายของลูกหมีเสียชีวิตไปจากเหตุการณ์ เฮลเบรก หรือ นรกแตก เมื่อห้าสิบปีก่อน เหลือทิ้งไว้เพียงทารกคู่ชายหญิงให้เติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้าด้วยกัน ต่อมาพ่อแม่ของลูกหมีอะเวคครั้งแรกเป็นฮันเตอร์ระดับ C คนหนึ่งสายโจมตี คนหนึ่งสายซัพพอร์ต พวกเขาทำงานเข้าขากันมากด้วยเพราะรู้ใจกันเป็นอย่างดีจนกลายเป็นคู่รักฮันเตอร์ที่โด่งดังบนหน้าสื่อ

แต่แล้วในวันที่ลูกหมีลืมตาดูโลกเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนกลับเกิดเหตุการณ์ เกตเบรกก่อนเวลา ขึ้นใกล้กับโรงพยาบาล พ่อของเขาต่อสู้เพื่อให้แม่ที่กำลังอ่อนแรงจากการคลอดลูกหนีไปจนตัวตาย ส่วนแม่ถึงจะรอดมาได้จนมอนสเตอร์ทั้งหมดถูกเคลียร์ แต่เธอก็บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ลูกหมีจึงต้องระเห็จไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าที่พ่อกับแม่เคยอยู่เมื่อครั้งวัยเยาว์

เรื่องราวสุดดรามายังไม่หมดแค่นั้น ลูกหมีอะเวคเป็นฮันเตอร์ระดับ F ในวัยสิบขวบ แม้จะเป็นแค่ระดับ F แต่เขาก็เป็นฮันเตอร์ที่อะเวคครั้งแรกด้วยอายุที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคดันเจี้ยนตลอดสามสิบห้าปีในตอนนั้น แน่นอนว่าชื่อของเขาถูกบันทึกลงในกินเนสบุ๊กตั้งแต่วันนั้น และจวบจนปัจจุบันตลอดสิบห้าปีตั้งแต่เริ่มอะเวคก็ยังไม่มีใครสามารถล้มสถิติโลกของเขาได้

ฮันเตอร์ลูกหมีแรงก์ F ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในดันเจี้ยนระดับ F นานพอสมควร เนื่องจากเขายังเด็ก ข้อกฎหมายเกี่ยวกับฮันเตอร์ที่เขาต้องรับทราบจึงมากมายกว่าผู้ใหญ่เป็นเท่าตัว โดยเฉพาะการห้ามเข้าดันเจี้ยนเพียงลำพังจนกว่าจะอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์ พวกผู้ใหญ่เองก็ไม่มีใครอยากจะพาเด็กเข้าไปเป็นภาระ และถ้าหากเด็กตาย คนที่เข้าไปด้วยก็ต้องโดนสอบสวนหนักขึ้นเป็นสองเท่า ไหนจะความคิดเห็นจากสื่อและประชาชน

ด้วยเหตุนี้จึงแทบไม่มีใครอยากร่วมปาร์ตี้เดียวกับลูกหมีเลย เมื่อไม่ได้เข้าดันเจี้ยนก็ไม่สามารถเพิ่มค่าสถานะและเก็บประสบการณ์เพื่อเลื่อนระดับแรงก์ได้ ความเป็นเด็กช่วยปกป้องเขาแต่ก็ทำร้ายเขาในเวลาเดียวกัน

โชคดีมีตาลุงคนหนึ่งมารับตัวลูกหมีไปพร้อมทั้งลงทุนให้เขามากมาย ถึงจะไม่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย แต่ตาลุงคนนั้นก็เลี้ยงดูเขาอย่างดีราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ตาลุงคนนั้นก็คืออดีตประธานกิลด์บุชเชอร์

น่าเศร้าใจจริง ๆ ที่ตาลุงนั่นต้องมาเสียชีวิตไปเมื่อหนึ่งปีก่อนเพราะไปช่วยลูกโง่ ๆ ที่พุ่งเข้าไปช่วยสาวงามจากเหตุการณ์เกตเบรกอย่างห้าวหาญทั้งที่ตัวเองไม่ใช่ฮันเตอร์ นอกจากจะไปเกะกะชาวบ้านชาวช่องแล้ว ยังไปทำให้รูปขบวนของฮันเตอร์เสียหายจนมีคนเสียชีวิตมากเกินเหตุรวมถึงพ่อตัวเองด้วย แต่ดูท่าทางไอ้เด็กเว- ประธานกิลด์คนใหม่นี่สิ พ่อตายเพราะตนแท้ ๆ แต่กลับไม่มีท่าทีสำนึกผิดเลยสักนิด

อย่างไรก็ตาม…

สิ่งที่ทำให้ลูกหมีโดดเด่นจนเป็นขวัญใจมหาชนอยู่พักหนึ่ง ไม่ใช่แค่เพราะอะเวคเร็วและได้รับการอุปการะจากประธานกิลด์บุชเชอร์เท่านั้น

หลังได้รับการสนับสนุนจากกิลด์ เขาก็สามารถเลื่อนเป็นแรงก์ E ได้ภายในหนึ่งปี พออายุสิบสองก็เลื่อนขึ้นเป็นแรงก์ D อายุสิบสามกลายเป็นแรงก์ C อายุสิบห้าเป็นแรงก์ B และกลายเป็นแรงก์ A เมื่ออายุสิบเจ็ดปี รวมระยะเวลาตั้งแต่อะเวคด้วยแรงก์ F มาจนเป็นฮันเตอร์แรงก์ A เท่ากับเจ็ดปี ซึ่งมันก็กลายเป็นสถิติโลกที่ยังไม่มีใครสามารถทำลายได้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะลูกหมีเข้าดันเจี้ยนอย่างบ้าคลั่ง แถมยังเป็นดันเจี้ยนระดับสูงกว่าแรงก์ปัจจุบันของตัวเองเสียส่วนใหญ่ ค่าสถานะก็เลยขี้นเร็วมากทั้งยัง วิวัฒนาการสกิล ได้อย่างรวดเร็วด้วย

แต่เคยได้ยินคำนี้ไหม?

‘เมื่อคุณเป็นเด็กคุณคืออัจฉริยะ แต่เมื่อคุณเติบโตคุณเป็นแค่คนธรรมดา’

แปดปีแล้วนับตั้งแต่เลื่อนขึ้นเป็นแรงก์ A จนกระทั่งอายุยี่สิบห้าปี ไม่ใช่ว่าลูกหมีไม่ขยัน เขาทำงานมากกว่าใครด้วยซ้ำ แต่เงื่อนไขในการวิวัฒนาการขึ้นเป็นแรงก์ S มันยากมาก เขาเพียรพยายามทำตามเงื่อนไขที่ หน้าต่างระบบ บอกไว้มาตลอดแปดปี ถึงอย่างนั้นบางสิ่งบางอย่างก็ต้องอาศัยดวงด้วย ไม่อย่างนั้นฮันเตอร์แรงก์ S คงมีเกลื่อนโลกไปแล้ว

ลูกหมีคิดแล้วพลันนึกขำขันในตัวเอง ชีวิตตั้งแต่เกิดจนเป็นแรงก์ A ช่างเต็มไปด้วยอุปสรรคและเรื่องดรามาเคล้าน้ำตา ทำราวกับว่าเขาเป็นตัวเอกของโลกใบนี้อย่างไรอย่างนั้น แต่คงเพราะลูกหมีหน้าตาธรรมดาเกินไป ไม่ได้ขี้เหร่แต่ก็ไม่ได้ดูดีถึงขั้นสะกดให้คนเหลียวมอง อัตราออกกล้องจึงน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

และอีกอย่าง ถึงแม้ลูกหมีจะถูกจัดเป็นระดับท็อปในบรรดาฮันเตอร์แรงก์ A หลายหมื่นคนจากทั่วโลก แต่ในบรรดาระดับท็อปรุ่นเดียวกันที่มีฝีมือและผลงานพอกันกลับมีนับร้อยนับพันคน ลูกหมีจึงไม่ต่างไปจากหนึ่งหยดน้ำที่หยดลงไปในมหาสมุทร เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น

แน่นอนว่าลูกหมีไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจหรอก ให้ถูกคือพอใจเสียด้วยซ้ำ เขาชอบที่ตัวเองเป็นคนธรรมดา ไปไหนมาไหนก็สะดวก ได้ทำงานเสี่ยงตายแต่ได้เงินคุ้มค่า มีชีวิตอยู่ดีกินดีไม่ลำบาก ใครจะคิดว่าแปดปีต่อมา การงานที่มั่นคงด้วยตำแหน่งฮันเตอร์แรงก์ A ระดับท็อปโลกจะสลายหายไปในพริบตา!

“ลูกหมี!”

ชายหนุ่มเหลียวหลังไปตามเสียง เขาเห็นสาวสวยทรงผมถักเปียเดียววิ่งหน้าตาตื่นมาหาเขาก่อนที่เท้าคู่นี้จะก้าวพ้นธรณีประตูกิลด์

“เขาเอานายออกจริงเหรอ!?”

“ก็อย่างที่เห็น ผมออกมาตัวเปล่า” ลูกหมีอ้าแขนให้เธอดู

ถ้าเป็นปกติ เวลานี้ลูกหมีควรสวมเกราะเตรียมออกไปลุยดันเจี้ยนแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่บัตรพนักงานกิลด์ แน่ล่ะ ก็คืนบัตรให้ฝ่ายบุคคลไปแล้วนี่นา

“เขาบ้าไปแล้วเหรอ!? ระ หรือว่ายังติดใจเรื่องตอนนั้น?”

“ก็อาจใช่ มรดกตาลุงนั่นเยอะแยะยิบย่อยจะตายไป จัดการได้ภายในหนึ่งปีก็ดีถมแล้ว พอเสร็จจากตรงนั้นถึงเพิ่งมามีเวลาไล่ผมออกล่ะมั้ง” เขาไหวไหล่เบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ

“แต่ว่านายไม่ได้ผิด! ทำแบบนี้เกินไปแล้วนะ ถ้างั้นก็ต้องไล่ฉันออกด้วย!” หญิงสาวทำท่าจะวิ่งขึ้นไปหาประธานกิลด์จริง ๆ ลูกหมีจึงรั้งข้อมือของเธอไว้

“ฟังนะ มันไม่สำคัญหรอกว่าผมผิดหรือไม่ผิด ไม่ว่าผมจะทำประโยชน์ให้กิลด์นี้มากแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาเป็นประธานกิลด์ เป็นเจ้าของที่นี่ ถ้าเขาอยากให้ผมออกผมก็ต้องออก ‘เชิญออก’ ก็เป็นแค่คำสวยหรูที่เขาไว้ใช้คุยโวโอ้อวดในกลุ่มเพื่อน อย่าลืมสิว่ากิลด์ผูกสัมพันธ์กับฮันเตอร์ไว้ด้วยสัญญาว่าจ้างมูลค่ามหาศาล ตอนนี้ปล่อยเขานั่งฝันหวานไป รอทนายเดินมาเคาะประตูห้องทำงานเขาเมื่อไหร่เขาได้ร้องไห้แน่”

“!” หญิงสาวพลันเบิกสายตาขึ้น

นั่นสิ เธอลืมไปได้ยังไงว่าลูกหมียังไม่หมดสัญญากับกิลด์!?

ไม่ได้ขึ้นแรงก์ S มาแปดปีแล้วงั้นเหรอ? บ้าน่า! ถึงลูกหมีจะจืดจางยังไง ตำแหน่งฮันเตอร์แรงก์ A ติดท็อปโลกก็ใช่ว่าจะได้มาแบบมั่ว ๆ เสียเมื่อไหร่! ความโด่งดังกับฝีมือมันคนละเรื่องกันชัด ๆ พอคิดว่ากิลด์ได้สูญเสียฮันเตอร์ระดับนี้ไปแล้ว ใบหน้าของเธอก็กลับมาบูดบึ้งไม่พอใจ

“พวกคณะกรรมการนั่นบ้าไปแล้วแน่ ๆ พวกเขาอนุญาตให้เด็กนั่นยกเลิกสัญญาได้ยังไง!?”

“…” ลูกหมีไม่ได้ตอบ เขาแค่ส่ายหน้า

คนพวกนั้นจ้องจะเอาเปรียบเขามาตั้งแต่เด็ก พยายามเป่าหูประธานคนก่อนให้เพิ่มระยะเวลาว่าจ้างในสัญญาฉบับต่อไปอยู่เสมอ คงคิดว่าเขาเป็นแค่เด็กไร้เบื้องหลังเลยกะจะปั้นให้เป็นมือเป็นเท้าให้กับกิลด์ไปจนตายเลยล่ะสิ ดีที่ตาลุงนั่นไม่คล้อยตาม แต่ดันอาภัพให้กำเนิดลูกชายเฮงซวยออกมาหนึ่งคน

“ซักวันเราอาจจะได้ร่วมปาร์ตี้แบบผสมกันก็ได้ ตอนนี้ได้ออกมาแล้ว ผมขอพักผ่อนตามใจตัวเองก่อนแล้วกัน ขอให้โชคดีครับ”

ลูกหมีเดินไปที่รถของตัวเอง สตาร์ทรถ แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวมองตามตนตาละห้อยด้วยความเสียดาย

“เฮ้อ กิลด์นี้จะอยู่รอดไปอีกซักกี่น้ำกันนะ…” เธอเริ่มเป็นกังวลเกี่ยวกับอนาคตของกิลด์และตัวเธอเอง แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินกลับเข้าตึกกิลด์ไปนั้นก็มีผู้ชายในชุดสูททำงานสีกรมเดินมาเรียกเธอไว้ก่อน

“เดี๋ยวครับ”

“คะ?” เธอรับนามบัตรของเขามาด้วยความสงสัย แต่พอเห็นชื่อกิลด์เท่านั้นแหละ ดวงตาของเธอก็พลันเบิกกว้างเกือบจะเท่าไข่ห่าน มือไม้สั่นไหวแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง!

“สวัสดีครับ ผมมาจาก กิลด์สเกเลตัน มีเรื่องอยากจะสอบถามหน่อย”

“มะ มะ มีเรื่องอะไรเหรอคะ?”

“ทางเราได้รับข้อมูลมาว่า ฮันเตอร์ลูกหมีเพิ่งถูกยกเลิกสัญญาไปเมื่อสองวันก่อน ข้อมูลนี้เป็นความจริงรึเปล่าครับ? สัญญามีผลรึยัง?”

เธออ้าปากกำลังจะตอบ แต่แล้วก็มีผู้ชายลักษณะท่าทางคล้าย ๆ กันทำท่าหันซ้ายมองขวาแล้วเดินมายื่นนามบัตรให้เธอ พร้อมกันนั้นก็ถามคำถามเกี่ยวกับลูกหมีในทำนองเดียวกันหมด

พระเจ้า!

ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้มารวมตัวทำบ้าอะไรกันที่กิลด์ระดับกลางนี่!?

ลูกหมี : ผมเป็นคนธรรมดาจริง ๆ นะ

คุณสกาย : ใช่ค่ะ เป็นคนธรรมดาที่มีหนุ่ม ๆ มาถามถึงทันทีที่โดนไล่ออก

บทที่ 2 หมีน้อยลุยเดี่ยว

บทที่ 2

หมีน้อยลุยเดี่ยว

น้ำฟ้า คือชื่อของหญิงสาวที่มาคุยกับลูกหมีเมื่อสักครู่ เธอก็เหมือนกับเขา เคยได้รับการช่วยเหลือจากตาลุงอดีตประธานกิลด์ บางทีเธออาจโทษตัวเองว่าเรื่องเมื่อหนึ่งปีก่อนเป็นเหตุที่ทำให้เขาโดนไล่ออกในวันนี้ แต่ความจริงแล้วมันคือชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ไม่สิ ถ้าตาลุงนั่นยังมีชีวิตอยู่จนลูกหมีขึ้นเป็นแรงก์ S ได้สำเร็จล่ะก็ ต่อให้เด็กนั่นกับคณะกรรมการอยากจะไล่เขาออกไปแค่ไหนก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสื่อได้ ขึ้นชื่อว่าแรงก์ S ซี่งเกิดขึ้นเฉลี่ยหนึ่งถึงสองคนต่อปีหรือบางปีก็ไม่มีเลย ใครบ้างไม่เด่นดัง?

ทว่าชะตาของลูกหมีคงถูกลิขิตให้หลุดพ้นจากกิลด์บุชเชอร์จริง ๆ

เมื่อหนึ่งปีก่อนในงานศพของตาลุงอดีตประธานกิลด์ ลูกหมียังจำได้ดี ในขณะที่เขาซึ่งไม่ใช่ลูกแท้ ๆ กำลังอยู่ในอารมณ์เศร้าหมองและร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา ลูกชายแท้ ๆ กลับทวงถามถึงมรดกตั้งแต่ศพยังไม่เน่า!

น้ำฟ้าอดรนทนฟังมันพร่ำเพ้อพรรณนาถึงสมบัติชิ้นแล้วชิ้นเล่าจนทนไม่ไหว เธอเลยลุกขึ้นด่าเด็กนั่นต่อหน้าแขกเหรื่อทั้งงานรวมถึงนักข่าว ลูกชายของตาลุงก็สมกับเป็นเด็กเปรX แห่งชาติ นอกจากจะไม่สำนึกผิดและไม่เคารพศพของพ่อตัวเองแล้ว เขายังกล้าคิดจะทำร้ายน้ำฟ้าด้วย แน่นอนว่าถ้าฝ่ายนั้นทำจริงก็คงต้องเป็นฝ่ายที่นอนหมอบเสียเอง อย่าให้ภาพลักษณ์สาวสวยแลดูบอบบางของเธอหลอกตา ฮันเตอร์น้ำฟ้าเป็นถึงฮันเตอร์แรงก์ B เชียวนะ

ทว่าในตอนนั้นเหตุการณ์มันชุลมุนวุ่นวายและกะทันหันเอามาก ๆ ลูกหมีซึ่งกักเก็บอารมณ์ความไม่พอใจมาโดยตลอดจึงลุกขึ้นไปช่วยเธอด้วยการตบหน้าเด็กนั่นต่อหน้าสื่อไปที งานนี้กิลด์บุชเชอร์เลยถูกพาดหัวข่าวประเด็นร้อนแห่งปีไปเต็ม ๆ ตลอดเดือนโดยที่ความคิดเห็นล้วนเข้าข้างลูกหมีกับน้ำฟ้ากันอย่างเป็นเอกฉันท์

เด็กนั่นอับอายมากถึงขั้นขู่จะไล่ออก แต่ลูกหมีก็โต้กลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ว่ารอให้มีเงินมาจ่ายค่าผิดสัญญาก่อนเถอะค่อยมาเห่า

ก็นะ ตอนนั้นพูดไปเพราะกำลังโกรธสุด ๆ อีกทั้งเด็กนั่นก็ยังไม่ได้ครอบครองกิลด์ในทันทีเพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ หนึ่งปีมานี้เลยเป็นหน้าที่เลขาของอดีตประธานคอยดูแลบริหารกิลด์และมรดกทั้งหมดชั่วคราว ลูกหมีก็เอาแต่เข้าดันเจี้ยนไม่หยุดพักเพื่อจะได้ขึ้นเป็นแรงก์ S เร็ว ๆ จึงหลงลืมสิ่งที่ตัวเองพูดไปบ้าง

ใครจะไปคิดว่าเด็กนั่นจะยังจำฝังใจ พอได้ครอบครองสมบัติทุกบาททุกสตางค์สมดังหมายจึงอ้างเหตุผลไร้สาระเพื่อยกเลิกสัญญาทันที

หากตอนนี้ลูกหมีเป็นแรงก์ S ล่ะก็ เขาคงหัวเราะเยาะเด็กที่ไม่ประสีประสาเรื่องธุรกิจกิลด์ไปแล้ว แต่เพราะไม่ใช่แรงก์ S ไม่เป็นที่จดจำของประชาชนและสื่อ และเขาดันไป รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ซึ่งกลุ่มตาเฒ่าคณะกรรมการแอบทำลับหลังตาลุง พวกคณะกรรมการจึงอนุมัติให้กิลด์บุชเชอร์ยกเลิกสัญญาของฮันเตอร์ลูกหมีอย่างง่ายดาย ทั้งยังพยายามปิดข่าวไม่ให้รั่วไหลไปถึงหูสื่อกับประชาชน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ย่อมไม่สามารถปกปิดหูตาของกิลด์อื่น ๆ ได้อยู่แล้ว ทว่าอย่างมากพวกเขาก็แค่หัวเราะเยาะกิลด์บุชเชอร์ทั้งต่อหน้าและลับหลังเท่านั้น ไม่ถึงขั้นเอาไปขายให้พวกนักข่าวหรอก กิลด์บุชเชอร์เองใช่ว่าจะเป็นกิลด์ไก่กา เกิดทะเล่อทะล่าผิดจังหวะประเดี๋ยวจะซวยไปด้วย กับอีแค่ฮันเตอร์แรงก์ A คนเดียว ถึงจะเป็นระดับท็อปโลกทว่าช่างจืดจางและมีตัวตนบนพื้นที่สื่อน้อยเกินไป ในฐานะคนทำธุรกิจ พวกเขาอาจคิดว่ามันได้ไม่คุ้มเสีย

“เฮ้อ” ลูกหมีถอนหายใจหลังขับรถออกจากกิลด์มาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วมาจอดติดไฟแดง

เขาขบคิดถึงสิ่งที่พวกคณะกรรมการแอบทำ มันน่าเสียดายที่หาหลักฐานขณะยังอยู่ในกิลด์ไม่ได้เลย แต่เพราะแบบนี้ล่ะมั้งถึงได้ถูกจับโยนออกมาง่าย ๆ หากเขามีหลักฐานอยู่ในมือล่ะก็ นอกจากจะไม่ถูกยกเลิกสัญญาแล้ว บางทีเขาอาจถูกลอบฆ่าและทำลายศพพร้อมสร้างหลักฐานปลอมว่าเขาตายในดันเจี้ยน ถึงจะน่าเสียดาย แต่อำนาจของเขาในตอนนี้ไม่เพียงพอให้ชำระล้างกิลด์ของตาลุงนั่นจริง ๆ

เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่การพักผ่อนอย่างที่บอกกับน้ำฟ้า แต่เขาต้องการไปชอปปิงต่างหาก ที่ผ่านมาเขาใช้อุปกรณ์ของกิลด์มาตั้งแต่เด็กจนชินก็เลยไม่เคยซื้ออุปกรณ์ใด ๆ เป็นของตัวเองเลย มาตอนนี้ตัวเปล่าแล้วก็เลยอยากใช้เวลาว่างวันนี้ไปซื้อของจำเป็นทั้งหมดในคราวเดียว

ระหว่างรอไฟแดง ลูกหมีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูยอดเงินคงเหลือในบัญชี

“ห้าร้อยล้าน น่าจะพอซื้อระดับกลางได้ล่ะมั้ง”

เงินห้าร้อยอาจฟังดูพอใช้ไปทั้งชาติสำหรับคนธรรมดาวัยยี่สิบห้าปีคนนี้ แต่ตราบใดที่ลูกหมียังมีเรี่ยวแรงทำงานหาเงินได้ ลูกหมีก็จะไม่หยุดทำงานโดยเด็ดขาด เขาต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเองเผื่อเกิดเหตุการณ์เกตเบรกระดับสูงขึ้นมาจะได้ไม่ตายเร็วเกินไป

อีกอย่าง อุปกรณ์ฮันเตอร์ล้วนทำมาจากวัสดุและวัตถุดิบข้างในดันเจี้ยน เป็นของชั้นเยี่ยมที่มีคนมากมายเสี่ยงตายนำออกมาขาย ราคาอย่างต่ำก็หลักล้านเข้าไปแล้ว ถ้าเป็นอุปกรณ์ระดับสูงล่ะก็เกินร้อยล้านแน่นอน ลูกหมีจึงตัดสินใจเล็งอุปกรณ์ระดับกลางซึ่งมีราคาอยู่ที่ประมาณหลักสิบล้านถึงร้อยล้านต้น ๆ เอาไว้ ต้องอย่าลืมว่าที่ผ่านมาเขาใช้สวัสดิการของกิลด์อย่างเต็มที่มาโดยตลอด แม้แต่ที่พักยังใช้ของกิลด์จนชิน

“ในที่สุดก็ถึงเวลาของบ้านหลังแรกแล้วสินะ”

กฎของกิลด์จะให้เวลาฮันเตอร์ที่ยกเลิกสัญญากับทางกิลด์เก็บของออกจากที่พักภายในสิบวัน ความหมายก็คือ หลังซื้อของเสร็จเขาต้องไปที่สำนักงานซื้อขายบ้านต่อทันทีเพื่อหาที่อยู่ใหม่ให้ได้ภายในสิบวัน โชคดีจริง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนไม่เรื่องมากถึงได้มีเงินเก็บเยอะขนาดนี้

เมื่อนึกถึงเงินชดเชยซึ่งทางกิลด์จะต้องส่งให้เขาเพิ่มแล้ว…

“หรือจะถอยอุปกรณ์ระดับสูงมาซักอันสองอันดีนะ? ไม่สิ อาร์ติแฟกต์ดีกว่า เกราะระดับสูงมันเทอะทะแถมไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ เรามีสกิลดี ๆ ที่ป้องกันได้เยอะอยู่แล้ว เกราะของกิลด์ที่เคยใช้ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรแต่ก็เคลียร์ดันเจี้ยนได้ชิล ๆ ตลอด” เขาบ่นงึมงำพลางเปิด ‘หน้าต่างระบบ’ ขึ้นมา

‘หน้าต่างระบบ’ คือหน้าจอลอยได้สีฟ้ามีตัวอักษรสีดำ มันปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อห้าสิบปีก่อนในวันที่เหล่าคนธรรมดาเริ่มอะเวคครั้งแรก

บนนั้นจะบอกข้อมูลสถานะและสกิลของฮันเตอร์ซึ่งมีเพียงเจ้าของเท่านั้นที่มองเห็น หากเป็นคนอื่นจะมองเห็นแค่หน้าจอสีฟ้าลอยได้แต่ไม่มีข้อความอะไร ถ้าอยากจะเห็นข้อมูลของฮันเตอร์จริง ๆ ล่ะก็ มีเพียงเจ้าหน้าที่จาก สมาคมฮันเตอร์ ซึ่งคอยอำนวยความสะดวกให้เหล่าฮันเตอร์และกิลด์ต่าง ๆ เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้มองเห็น ทว่าก็ไม่ได้มองเห็นด้วยตาเปล่าอยู่ดี มันต้องใช้อุปกรณ์ แถมยังไม่สามารถมองเห็นข้อมูลทั้งหมดด้วยซึ่งนับเป็นเรื่องดี

[ฮันเตอร์] : จิรัฎฐ์ รดี (ลูกหมี)

[ระดับ] : แรงก์ A

[พลังชีวิต] : 50000/50000

[ค่าสถานะ]

พลังโจมตี : 15225

พลังป้องกัน : 15105

ความว่องไว : 17945

ความแข็งแกร่ง : 13125

[เงื่อนไขวิวัฒนาการ] :

- ครอบครองสกิลระดับ S ขึ้นไป 5 สกิล (0/5)

- ค่าสถานะรวมเท่ากับ 80000 แต้ม (61400/80000)

- ค่าสถานะทุกอย่างเท่ากับ 20000 แต้ม (0%)

- เคลียร์ดันเจี้ยนระดับ A ขึ้นไปด้วยตัวคนเดียว 500 ดันเจี้ยน (500/500)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทสัตว์บกระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัว (1000/1000)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัว (1000/1000)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ปีกระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัว (1000/1000)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทวิญญาณระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัว (1000/1000)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทผีดิบระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัว (1000/1000)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทอมตะระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัว (1000/1000)

- สังหารมอนสเตอร์ระดับ S ขึ้นไป 50 ตัว (30/50)

- ผ่านการทดสอบดันเจี้ยนเลื่อนแรงก์ระดับแรงก์ S หลังบรรลุเงื่อนไขทั้งหมด (ยังไม่ผ่าน)

ดวงตาสีออกน้ำตาลกวาดดูข้อมูลของตัวเองบนนั้น

การวิวัฒนาการขึ้นสู่แรงก์ S เป็นเรื่องยากจริง ๆ เงื่อนไขส่วนใหญ่ที่ทำสำเร็จแล้วเป็นการวัดความสามารถเฉพาะตัวล้วน ๆ แม้แต่ฮันเตอร์สายซัพพอร์ต หากเป็นแรงก์ A แล้วย่อมสามารถสังหารมอนสเตอร์พันตัวได้เช่นกัน

บางคนยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าสายโจมตีด้วยซ้ำเพราะฝึกฝนอย่างหนัก ไม่ก็การบวกค่าสถานะดันหวยออกพลังโจมตีเยอะเกินซัพพอร์ตไปไกล

แต่ว่าเงื่อนไขบางอย่างกลับต้องใช้ดวง อย่างเช่นค่าสถานะ บางคนตีมอนสเตอร์ระดับสูงแทบตายแต่ค่าสถานะดันบวกแค่หลักร้อยอยู่นั่นแหละ เว้นแต่ว่าจะทำผลงานบางอย่างซึ่งระบบมองว่ามหัศจรรย์ดันเจี้ยนสุด ๆ ค่าสถานะก็อาจจะคูณสองคูณสามจากเดิมไปเลยก็มี

หรืออีกเงื่อนไขหนึ่งที่ดูแล้วยุ่งยากพอกัน

[ครอบครองสกิลระดับ S ขึ้นไป 5 สกิล (0/5) ]

ลูกหมีเป็นฮันเตอร์สายโจมตีระยะไกล ปัจจุบันเขาครอบครองสกิลตีไกลอยู่หกสกิล ซัพพอร์ตหนึ่งสกิล ป้องกันหนึ่งสกิล บัฟตัวเองอีกหนึ่งสกิล รวมทั้งหมดมีอยู่เก้าสกิลซึ่งเป็นระดับ A ล้วน

และก็เหมือนกับการเลื่อนแรงก์ สกิลเองก็มีเงื่อนไขสำหรับการวิวัฒนาการเช่นกัน ถ้าโชคดีอาจได้เงื่อนไขไม่ยุ่งยากซับซ้อนแม้จะต้องเหนื่อยและเสี่ยงตายไปสักหน่อย แต่บางคนโชคร้าย ได้รับสกิลครั้งแรกเป็นระดับ F อุตส่าห์สู้สุดใจวิวัฒนาการมันมาจนมาถึงระดับ A ทว่าเงื่อนไขจาก A ไป S ดันเหมือนส่งเจ้าของสกิลให้ไปตาย อย่างปิดตาต่อสู้งี้? ฮันเตอร์ผู้โชคร้ายหลายคนก็เลยจำต้องปล่อยสกิลลูกรักนั่นให้ตันอยู่ระดับ A ไปตลอดกาลแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่จากสกิลอื่นแทน

ลูกหมีเปิดดูสกิลของตัวเองคร่าว ๆ พลางวางแผนลำดับการเข้าดันเจี้ยนไว้ในใจ จนกระทั่งไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวจึงวางโทรศัพท์ลง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเปลี่ยนเกียร์เพื่อเคลื่อนตัวรถออกไปนั้น บรรยากาศโดยรอบก็พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง!

ครืนนนน

!!!

ทั้งผู้คนและการจราจรบนท้องถนนหยุดลงโดยพลัน หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีคนก็เริ่มแตกตื่น สายตาทุกคู่ต่างพากันหันซ้ายมองขวาเพื่อหาต้นเหตุของบรรยากาศสั่นไหวนี้ ลูกหมีก็ด้วย ทันใดนั้นคนก็เริ่มชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่งพร้อมกัน

ลูกหมีหันมองตามมือพวกเขา จุดที่ลูกหมีอยู่เป็นสี่แยกใหญ่ ถ้าเลี้ยวขวาไปจะเจอกับสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งบริเวณนั้นก็คือจุดที่มีดันเจี้ยนแห่งใหม่เกิดขึ้นเมื่อครู่! ประตูเกตเป็นสีม่วงแสดงว่านั่นเป็นดันเจี้ยนระดับ A!

“พระเจ้าช่วย!” ลูกหมีอุทานใบหน้าเคร่งเครียดก่อนจะรีบบึ่งรถผ่านสี่แยกไปจอดไว้ข้างทางแล้วลงจากรถทันที

ดันเจี้ยนระดับ A มีอยู่ทั่วโลกนับพันนับหมื่นแห่ง ยิ่งระดับของดันเจี้ยนสูงมากเท่าไหร่เวลาก่อนเกตเบรกก็จะยิ่งมากตามไปด้วย

ทว่า…

ในบางครั้งสวรรค์ก็มักจะเล่นตลกกับมนุษย์เสมอ อย่างเช่นครั้งนี้ ดันเจี้ยนที่ว่าไม่ได้อยู่ห่างจากสี่แยกมากนัก ลูกหมีจึงเห็นเวลาด้านบนเกตชัดเต็มสองลูกตาเลย

[00 ชั่วโมง : 59 นาที : 37 วินาที]

บ้าไปแล้ว!

ดันเจี้ยนระดับ A ต่อให้รวมสุดยอดหัวกะทิระดับ A เข้าไปเป็นปาร์ตี้สิบคนก็ยังต้องใช้เวลาเป็นวัน เพราะฮันเตอร์ต้องสำรวจ หยุดพัก และวางแผนหลังจากเห็นมอนสเตอร์กับภูมิประเทศข้างใน แต่หมอนี่ดันเป็นดันเจี้ยนพิเศษที่เวลาก่อนเกตเบรกสวนทางกับระดับของดันเจี้ยนเสียได้!

หวออออ !!!

ทางการรีบเปิดสัญญาณเตือนภัยเพื่อให้ประชาชนอพยพออกจากที่นี่โดยด่วน ผู้คนจึงเริ่มออกวิ่งกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ดันเจี้ยนระดับ A มีเกลื่อนไปทั่วโลกก็จริงแต่มันไม่ใช่ระดับที่จะมาพูดล้อเล่นกันได้! ถ้าหากดันเจี้ยนระดับนี้เกิดเกตเบรกขึ้นมาล่ะก็ พื้นที่ความเสียหายจะต้องกระจายไปอย่างต่ำในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรแน่นอน!

ลูกหมีวิ่งขาสับไปยังเกตท่ามกลางฝูงชนที่วิ่งสวนทางเขากันอย่างอุตลุด ในที่สุดเมื่อมาถึงก็พบกับเจ้าหน้าที่เฝ้าเกตซึ่งรีบวิ่งมาจากเกตใกล้เคียงกัน ชายหนุ่มไม่ถามมากความรีบหยิบบัตรประจำตัวฮันเตอร์ให้เขาดู

“ฮะ ฮันเตอร์ลูกหมี!” ใบหน้าของเจ้าหน้าที่แลดูมีความหวังขึ้นมาก เสียงเปล่งเรียกชื่อของฮันเตอร์ได้ถูกต้องโดยไม่ได้มองบัตรประจำตัวฮันเตอร์เลยด้วยซ้ำ ทว่าลูกหมีไม่ทันได้สังเกตถึงเรื่องนี้

“ผมจะเข้าไป”

“ครับ!?”

“ผมจะเข้าไปแค่คนเดียว” ลูกหมีย้ำอีกครั้ง

รูปแบบของเกตจะมีบางอย่างที่เหมือนกันคือเมื่อมีหนึ่งคนเดินผ่านเกตเข้าไปแล้ว เกตจะเปิดค้างต่ออีกสิบวินาทีเพื่อให้เพื่อนร่วมปาร์ตี้รีบวิ่งตามเข้าไป หลังจากนั้น ตัวเลขนับถอยหลังสู่เกตเบรกซึ่งลอยอยู่เหนือเกตก็จะเปลี่ยนจากสีทองเป็นสีแดง เป็นอันรู้กันว่าเกตปิดแล้ว และเกตจะไม่เปิดอีกจนกว่าคนทั้งหมดจะตายหรือการกวาดล้างเสร็จสิ้น เว้นแต่ว่าเวลานับถอยหลังมันสิ้นสุดลงเสียก่อน

เพราะงั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ยินฮันเตอร์ตรงหน้าบอกว่าจะเข้าไปในดันเจี้ยนระดับ A คนเดียว เขาจึงตกใจมาก

“ถ้าแบบนั้นจะไม่มีใครตามเข้าไปช่วยคุณได้นะครับ!”

“ผมรู้ แต่ผมเคยเคลียร์ดันเจี้ยรระดับ A คนเดียวมาหลายร้อยที่แล้ว” เพราะมันคือเงื่อนไขส่วนใหญ่สำหรับการวิวัฒนาการสกิลจากระดับ A ไป S ยังไงล่ะ แรงก์ A ขึ้นไปทุกคนจึงเชี่ยวชาญการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับสูงด้วยตัวคนเดียวเป็นอย่างมาก แตกต่างจากการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับต่ำถึงกลางด้วยตัวคนเดียวโดยสิ้นเชิง

“ผมรู้เรื่องนั้นอยู่แล้วครับ แต่ว่านี่มันเป็น เกตพิเศษ แล้วตอนนี้คุณก็ไม่มีอาวุธกับอุปกรณ์ป้องกันด้วย”

‘เกตพิเศษ’ ก็เป็นอย่างเจ้านี่นี่แหละ เวลานับถอยหลังอันน้อยนิดผิดกับระดับของดันเจี้ยนที่สูงลิ่ว โดยจากสถิติที่ทางสมาคมฮันเตอร์ได้สำรวจมาตลอดห้าสิบปีนั้น พวกเขาพบว่า เกตพิเศษมักจะอันตรายมากกว่าเกตทั่วไปเป็นสองเท่า ทั้งยังมีโอกาสสูงกว่า 80% ที่มันจะเกิดเหตุการณ์ เกตวิวัฒนาการ

“แต่ถ้าไม่มีคนเคลียร์มันจะแย่กว่านี้แน่ บางทีผมอาจเคลียร์ไม่ทันและทำให้เกตเบรก แต่อย่างน้อยผมน่าจะช่วยลดภาระด้วยการกำจัดมอนสเตอร์ส่วนใหญ่ให้ได้ คุณรีบรวมพลฮันเตอร์ระดับ B ขึ้นไปมาที่นี่และปิดล้อมพื้นที่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรเพื่อป้องกันเกตเบรก ที่เหลือผมจัดการเอง”

“แต่…! เฮ้อ ก็ได้ครับ” เจ้าหน้าที่ยอมแพ้เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของชายหนุ่มอายุน้อยคนนี้

ลูกหมีมั่นใจไหม? ก็ไม่ เกราะก็ไม่มี โพชันก็ไม่มี อาร์ติแฟกต์ก็ไม่มี แม้แต่อาวุธก็ยังไม่มี เดิมทีเขาก็ไม่ได้ชอบเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเพราะอยากจะเป็นฮีโร่ผู้โดดเด่นเหมือนคนอื่น แล้วก็ไม่ได้หิวเงินจนขาดสติปานนั้นด้วย แต่นี่เป็นทางที่ดีที่สุด จำนวนของมอนสเตอร์จะไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ต่อให้เขาเคลียร์ไม่สำเร็จก็ยังช่วยลดภาระให้กับฮันเตอร์ที่จะตามมาทีหลังได้ นอกจากนี้…

“หึ” มุมปากของลูกหมีกระตุกเล็กน้อย

นอกจากนี้ การใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในดันเจี้ยนมาตั้งแต่อายุสิบขวบ มันทำให้ลูกหมีน้อยตัวนี้มีสัญชาตญาณดิบบางอย่างเกิดขึ้นในใจและหลบซ่อนมันเอาไว้อย่างมิดชิด

สายตาคู่สีน้ำตาลหรี่ลงมาขณะพิจารณาลักษณะเกตตรงหน้าอย่างละเอียด เขาเห็นแล้วว่าสถานที่ตั้งของเกตอยู่เหนือแม่น้ำไม่ใช่บนสะพาน จากประสบการณ์การเป็นฮันเตอร์มาตลอดสิบห้าปี เขาสามารถบอกได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ตรวจสอบ ดันเจี้ยนนี้จะต้องเป็น ดันเจี้ยนประเภทแหล่งน้ำ หรือไม่ก็ ดันเจี้ยนปะเภทใต้น้ำ!

ครั้งเดียว อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถึงจะมีเวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมง ถึงจะยากและอันตรายแค่ไหน แต่ถ้าเคลียร์สำเร็จ มันก็จะวิวัฒนาการแล้ว!

สัญชาตญาณดิบของลูกหมีกำลังถูกกระตุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ลูกหมีกำลังรู้สึกกระหายความแข็งแกร่ง!

คนหนุ่มไม่มัวลีลาอีกต่อไป สองเท้ากระโดดขึ้นไปยืนบนรั้วสะพาน จากนั้นก็พุ่งตัวเข้าเกตไปทันที

เจ้าหน้าที่คนเดิมติดต่อกับหลาย ๆ หน่วยงานเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมามองยังเกตสายตาละห้อย

ใครจะไม่รู้จักลูกหมีก็ช่าง แต่เขาน่ะรู้จักฮันเตอร์ลูกหมีเป็นอย่างดี ให้ถูกคือเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่น้องลูกหมีตัวน้อย ๆ เริ่มอะเวคครั้งแรกเลยต่างหาก!

แถมยังติดตามผลงานของเด็กคนนี้มาตลอดสิบห้าปี ความแข็งแกร่งของเด็กคนนี้มีมากแค่ไหน เขาย่อมรู้ดียิ่งกว่าพวกฮันเตอร์จากกิลด์เดียวกันเสียอีก ด้วยเหตุนี้ เขาถึงกล้าปล่อยให้น้องลูกหมีเข้าไปในเกตพิเศษระดับ A คนเดียวแม้จะเป็นห่วงจนใจเจ็บก็ตาม

“ต้องรอดให้ได้นะครับ คุณยังมีแฟนบอยรออยู่ข้างหลังนะครับ”

ฝั่งลูกหมีเมื่อเข้าเกตมาแล้วก็เหยียดมุมปากทันที

“เป็นดันเจี้ยนน้ำจริง ๆ ด้วย รีบผ่านไปตีบอสเลยดีกว่า ถ้าฆ่าบอสได้ดันเจี้ยนก็ไม่แตกแล้ว”

นี่แหละคืออีกหนึ่งเหตุผลที่เขากล้าเสี่ยง เนื่องจากเป็นเหตุเร่งด่วนจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาตีมอนสเตอร์ทั่ว ๆ ไปเพื่อรับค่าสถานะ ขอเพียงบอสตาย ดันเจี้ยนก็จะถือว่าได้รับการเคลียร์ในทันที แล้วก็ขณะต่อสู้กับบอส มอนสเตอร์ตัวอื่น ๆ จะไม่สามารถเข้ามายุ่มย่ามได้ด้วย

“ไหนขอวัดความลึกดูหน่อยซิ”

ลูกหมียื่นมือไปด้านหน้า ทันใดนั้นมวลน้ำมหาศาลก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ!

“ยังไม่เห็นก้นสระเลย ไม่มีมอนสเตอร์ลอยตามขึ้นมาด้วย แสดงว่าน้ำลึกกว่าร้อยเมตรและมอนสเตอร์ส่วนใหญ่ถนัดสู้ใต้น้ำลึกสินะ”

ชายหนุ่มยังคงเหยียดยิ้มจนเห็นลักยิ้มน่ารักชัดเจน

“จะไปหาละน้า”

[เปิดใช้งานสกิล : มหาสมุทร]

[มหาสมุทร] : ระดับ A

[ความสามารถ] :

- สามารถหายใจในน้ำได้ สื่อสารกับมอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำได้ ทนทานต่อแรงดันน้ำทุกระดับ ค่าสถานะความว่องไวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า มอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำระดับ A ลงไปจะรู้สึกเป็นมิตรเพิ่มขึ้น 80% [มหาสมุทร] จะคงอยู่เป็นเวลา 60 นาที คูลดาวน์ 72 ชั่วโมง

- ควบคุมแหล่งน้ำภายในรัศมี 100 เมตรได้อย่างอิสระ การโจมตีและป้องกันขึ้นอยู่กับทักษะและการควบคุมของผู้ใช้สกิล ไม่มีคูลดาวน์

[เงื่อนไขวิวัฒนาการ] :

- เคลียร์ดันเจี้ยนที่มีภูมิประเทศแบบใต้น้ำหรือมีแหล่งน้ำเกิน 70% ระดับ A ขึ้นไปจำนวน 500 ดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียว (499/500)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัวด้วยตัวคนเดียว โดยต้องคงสถานะ [มหาสมุทร] ไว้เป็นเวลา 10 นาที/มอนสเตอร์ 1 ตัวรวมขั้นตอนสังหารมอนสเตอร์ (1000/1000)

แฟนบอย : เกตพิเศษมันอันตรายนะครับ ต้องรอดนะครับ ระวังตัวด้วยนะครับ TOT

ลูกหมี : บอสจ๋า จะไปหาละน้า

บทที่ 3 เปิดสกิลระดับ A

บทที่ 3

เปิดสกิลระดับ A

ลูกหมีว่ายน้ำด้วยความเร็วสองเท่าลงลึกไปจนถึงก้นสระและก็เป็นอย่างที่คิด พวกมอนสเตอร์รวมตัวกันอยู่ที่นี่จริง ๆ แต่ด้วยผลพวงจากสกิล [มหาสมุทร] ทำให้ไม่มีตัวไหนพุ่งเข้ามาทำร้ายเขาในทันที

ชายหนุ่มกวาดสายตาสังเกตลักษณะของมอนสเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์จำพวกปลาทว่ามีรูปร่างพิลึกพิลั่นราวกับปีศาจ มีพวกสัตว์กระดองด้วย

เขาว่ายวนไปมาสักพักเพื่อหาทางเข้าไปยังห้องบอส อันที่จริงจะถามพวกมอนสเตอร์ก็ได้เพราะ [มหาสมุทร] ทำให้สื่อสารกับมอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำรู้เรื่อง ทว่ามิตรภาพจากมอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำมีผลเพียง 80% เท่านั้น ความหมายก็คือ พวกมันจะไม่โจมตีเขาแต่ก็ไม่ได้คล้อยตามและจะไม่ยอมให้เขาไปถึงห้องบอสได้ง่าย ๆ

งานนี้ต้องแข่งกับเวลา เขาว่ายเร็วขึ้นอีกนิดจนมาถึงจุดที่มียาวปลาฉลามตัวใหญ่เฝ้าอยู่อย่างเนืองแน่น ด้านหลังของพวกมันมีถ้ำใต้และมีแสงสีนวลตาส่องลอดออกมาด้วย ไม่ต้องคิดให้มากความ นั่นจะต้องเป็นห้องบอสแน่ ๆ

ลูกหมีว่ายตรงไปยังจุดนั้นส่งผลให้เหล่ามอนสเตอร์ตื่นตัว พวกมันว่ายมาเรียงตัวกันเป็นหน้ากระดานสามแถวและชูหอกขี้น ในแววตามีความลังเลและไม่ต้องการทำร้ายมนุษย์ผู้นี้เพราะผลพวงจาก [มหาสมุทร]

น่าสงสารจริง ๆ สำหรับพวกแกอาจจะรู้สึกไม่แฟร์เพราะไม่กล้าทำร้ายฉัน แต่สำหรับฉัน พวกแกคือภัยพิบัติที่ไม่ได้รับเชิญ!

[เปิดใช้งานสกิล : งานเลี้ยงฉลอง]

[งานเลี้ยงฉลอง] : ระดับ A

[ความสามารถ] : สร้างระเบิดขนาดเล็กได้ไม่จำกัด รัศมีโจมตี 100 เมตร การโจมตีและป้องกันขึ้นอยู่กับทักษะและการควบคุมของผู้ใช้สกิล ไม่มีคูลดาวน์

ตู้ม!

แถวหน้ากระดานสามแถวแตกพ่ายทันที แน่นอนว่าการป้องกันระดับ A แถมยังเป็นมอนสเตอร์ในเกตพิเศษย่อมไม่ทำให้พวกมันตายหรือบาดเจ็บสาหัส แต่ลูกหมีเพียงแค่ต้องการเปิดทางเท่านั้น

ไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่ขบวนป้องกันเสียในชั่วพริบตาถลาตัวเข้าไปในถ้ำ

โฮกกกก !!!

พวกมอนสเตอร์กู่ร้องคำรามแล้วรีบว่ายตามมา พวกมันไม่ได้ใช้สกิลโจมตีเลยด้วยซ้ำ คงกะจะมาจับตัวเขาแล้วนำไปขังไว้โดยไม่ทำร้าย น่าเสียดายที่ความเร็วสองเท่านี้ทำให้เขาว่ายเร็วกว่าพวกมันอีกเท่าตัว ในไม่ช้าเขาก็เจอประตูสีแดงเลือดซึ่งลงอักขระโบราณที่อ่านไม่ออกไว้เต็มบานประตู

ตู้ม!

ลูกหมีพังประตูด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

[ฮันเตอร์เข้าสู่สนามบอสดันเจี้ยนแล้ว]

เมื่อสนามบอสเปิด มอนสเตอร์ตัวอื่นจึงถูกดันเจี้ยนสั่งห้ามไม่ให้เข้ามายุ่งกับการต่อสู้โดยอัตโนมัติ พวกมันทำได้แค่มองอยู่ตรงที่นั่งแถวหน้าเท่านั้น

เปรี้ยง!

ลูกหมีว่ายหลบสายฟ้าโจมตีอย่างเฉียดฉิวก่อนจะหันไปมองบอส

ที่แท้บอสของดันเจี้ยนนี้คือปลาไหลไฟฟ้า พลังของมันเมื่อสู้ในน้ำย่อมได้เปรียบกว่าระเบิดของเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่า…

มันก็มีพลังที่ฉันได้เปรียบเมื่ออยู่ในน้ำเหมือนกันนะ

พลังนั้นย่อมไม่ใช่การควบคุมน้ำจาก [มหาสมุทร] ถ้าทำแบบนั้นนอกจากจะเสียเปรียบแล้วยังเสมือนกับการยื่นอาวุธให้ศัตรูด้วย แต่พลังที่ว่านั้นคือ…!

[เปิดใช้งานสกิล : อาณาเขตเยือกแข็ง]

[อาณาเขตเยือกแข็ง] : ระดับ A

[ความสามารถ] : สร้างลิ่มน้ำแข็งและฝนเข็มน้ำแข็งโจมตีได้ไม่จำกัด รัศมีโจมตี 100 เมตร การโจมตีและป้องกันขึ้นอยู่กับทักษะและการควบคุมของผู้ใช้สกิล ไม่มีคูลดาวน์

เปรี้ยง!

ปลาไหลไฟฟ้าปล่อยสายฟ้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สายฟ้ากลับถูกหยุดเอาไว้ได้ด้วย [อาณาเขตเยือกแข็ง] ไม่ใช่ทำให้สายฟ้าแข็งตัวแต่อย่างใด แต่เขาใช้วิธีสร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมาป้องกัน ถ้าว่ากันตามปกติน้ำแข็งก็ต้องนำไฟฟ้าได้ล่ะนะ แต่เผอิญว่าน้ำแข็งจากสกิล [อาณาเขตเยือกแข็ง] ดันบริสุทธิ์ 100% ก็เลยไม่สามารถนำไฟฟ้าได้ หรือก็คือสามารถกันการโจมตีจากสายฟ้าได้จนกว่าโล่จะแตกไปเองเลยทีเดียว

ต่อไปก็โจมตีกลับ

ลูกหมีดูไม่รีบร้อน เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นเพื่อสร้างลิ่มน้ำแข็งนับร้อยขึ้นมารอบทิศปลาไหลไฟฟ้า เมื่อเขาสะบัดมือ ลิ่มน้ำแข็งทั้งหมดก็จู่โจมบอสพร้อมกัน

ปลาไหลไฟฟ้าสมเป็นบอสระดับ A เกตพิเศษ มันว่องไวมาก ขนาดโดนการโจมตีล้อมขนาดนี้ยังว่ายหลบได้ทั้งหมดโดยไม่บาดเจ็บเลย ทุกครั้งที่มันเอี้ยวตัวหลบ ร่างกายของมันก็ยิ่งเขยิบเข้ามาในระยะการโจมตีของลูกหมีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่หนึ่งเมตร ลูกหมีซึ่งถือดาบน้ำแข็งรออยู่แล้วก็จ้วงแทงมันทันที

ฟึบ!

ฉัวะ!

ปลาไหลไฟฟ้าเอี้ยวตัวหลบพ้นแต่ไม่ทั้งหมด ลำตัวของมันเกิดแผลลึกเลือดไหลคละคลุ้งไฟกับสายน้ำจนบดบังทัศนวิสัยชั่วขณะ มันใช้ช่องว่างนี้บุกเข้าโจมตีระยะประชิดด้วยการฟาดหาง ถ้าโดนการโจมตีเข้าไปเต็ม ๆ จะต้องกระดูกหักสักท่อนแน่ ๆ

ทว่า…

ฮันเตอร์ลูกหมีมีประสบการณ์เคลียร์ดันเจี้ยนระดับ A ด้วยตัวคนเดียวมานับพันดันเจี้ยนตลอดแปดปี เคยผ่านเกตพิเศษมาก็มาก ความยากของเกตพิเศษก็แค่สองเท่าจากธรรมดา ตอนนี้พลังของลูกหมีเต็มเปี่ยมเพราะผ่านฝูงมอนสเตอร์มาเลยโดยสูญเสียพละกำลัง นอกจากจะป้องกันได้อย่างถูกทิศทางโดยไม่ต้องมองแล้ว เขายังสวนกลับไปด้วยความรุนแรงชนิดทลายหินก้อนใหญ่ได้สบาย ๆ เลยด้วย!

ตู้ม!

ดาบน้ำแข็งถูกสร้างขึ้นจากสกิลย่อมเสียเปรียบเหล่ามอนสเตอร์ซึ่งไวต่อสกิลเป็นทุนเดิมโดยเฉพาะพวกว่องไวเป็นพิเศษ ลูกหมีจึงโจมตีสวนด้วยหมัดของตัวเองเน้น ๆ เข้าที่กลางลำตัวจนเจ้าปลาไหลไฟฟ้าเป็นต้องทำหน้าเจ็บจุกและลิ้นห้อย

ด้วยค่าสถานะพลังโจมตีที่สูงถึงหมื่นห้า แม้จะธรรมดาไปหน่อยสำหรับแรงก์ A แถมยังสู้พวกแรงก์ S ที่มีค่าสถานะแต่ละอย่างเรือนแสนไม่ได้ แต่มันย่อมได้ผลดีกับพวกสายว่องไวซึ่งมีจุดอ่อนตรงการป้องกัน

บอสดันเจี้ยนตัวสั่นระริกด้วยความกรุ่นโกรธ มันขยายร่างใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวจนสูงกว่าลูกหมีแล้ว มันอ้าปากกลืนมวลน้ำมหาศาลเข้าไปแล้วทำท่าเบ่งเพื่อปล่อยการโจมตีออกมา แต่มีหรือลูกหมีจะยอม!

การเคลื่อนไวในน้ำทำให้พลังโจมตีลดลงพอสมควร ลูกหมีจึงว่ายวนไปทั่ว เหยียบหินตรงนั้นทีตรงทีเพื่อบูทตัวเองพุ่งไปต่อยท้องนั่นอีกรอบ

ตู้ม!

บอสดันเจี้ยนผู้น่าสงสารสำลักน้ำของตัวเองไปแล้ว!

น้ำนั่นกระฉอกออกมาไหลลงไปโดนหินก้นสระ ทันใดนั้นก้อนหินนั่นก็ละลาย ลูกหมีคิ้วกระตุกทันที ถ้าปล่อยมันโจมตีได้เขาอาจโดนน้ำกรดนั่นก็ได้ อันที่จริงก็มีสกิลหนึ่งสามารถต้านพิษได้อยู่ แต่เปิดใช้กับระดับแค่นี้มันไม่คุ้ม

โชคดีอีกอย่างคือน้ำกรดที่มีสีเขียวอ่อน ๆ เหมือนเมือกนั่นไม่ได้กระจายมาตามน้ำ คงเพราะมีมวลมากกว่าและไม่สามารถผสมกับน้ำได้เหมือนน้ำกับน้ำมันล่ะมั้ง

“เป็นปลาไหลไฟฟ้าแต่มีพิษเนี่ยนะ? หึ ค่อยสมกับเป็นเกตพิเศษหน่อย” เขาพูดใต้น้ำกับมัน

พิษอาจเป็นจุดอ่อนสำหรับเขา แต่ถ้าเขาเป็นคนขี้กลัว ตำแหน่งฮันเตอร์แรงก์ A ตัวท็อปของโลกก็คายทิ้งให้หมามันกินเถอะ!

ปลาไหลไฟฟ้าหอบเล็กน้อยพลางมองมนุษย์ด้วยสายตาโกรธแค้นแล้วเปล่งเสียงออกมา

กี้ดดดด !!!

เสียงความถี่สูงทำให้ลูกหมีต้องยกมือปิดหูและร่างกายบิดเร้า นอกจากมันจะทำให้แสบแก้วหูแล้ว มันยังทำให้เขาปวดหัวจนไม่มีสมาธิด้วย

ปลาไหลไฟฟ้าเห็นดังนั้นจึงกระหยิ่มยิ้มย่อง มันยังคงปล่อยเสียงอยู่เรื่อย ๆ พร้อมกันนั้นก็ปล่อยกระสุนน้ำกรดออกมาจากปากรัวเป็นกระสุน

ลูกหมีใช้น้ำแข็งเป็นเกราะกำบัง ด้วยสกิลระดับเดียวกันมันควรทำให้การละลายของน้ำกรดกับการป้องกันของน้ำแข็งอยู่ในระดับเดียวกัน แต่นี่คือเกตพิเศษ การละลายจึงรุนแรงกว่าและน้ำแข็งคงจะรับการโจมตีได้ไม่นาน ลูกหมีคิดแบบนั้นจึงเตรียมตัวสร้างเกราะน้ำแข็งเพิ่มอีกหนึ่งชั้น ทว่ารอแล้วรอเล่า เกราะน้ำแข็งก็ไม่มีทีท่าว่าจะละลายเลย ทันใดนั้นลูกหมีก็มีข้อสันนิษฐานในใจ

กระสุนน้ำกรดใช้เวลาเตรียมตัวน้อยกว่าน้ำกรดที่มันจะปล่อยออกมาหลังกลืนน้ำไปตอนแรก แต่ปล่อยได้เรื่อย ๆ พลังโจมตีน่าจะไม่เท่ากัน พอเป็นเกตพิเศษ การโจมตีที่อ่อนกำลังกว่าก็เลยเทียบเท่ากับการโจมตีระดับ A ทั่วไป

ลูกหมีฝืนทนความเจ็บปวดหัวและแก้วหูเงยหน้าขึ้นมา จากนั้นส่งสายตาเยาะเย้ยใส่มันยิ่งยั่วให้มันโกรธหนักขึ้นอีก มันหยุดการโจมตีทันทีพร้อมกลืนน้ำเตรียมจะปล่อยน้ำกรดมหาศาลครั้งที่สองให้สำเร็จ

ทว่า…!

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

ลิ่มน้ำแข็งแทงมาจากข้างหลัง แม้มันจะหลบได้ แต่ร่างกายใหญ่โตดันทำให้เชื่องช้ากว่าเดิมจนหลบพลาดไปสามลิ่ม น่าเสียดายที่การป้องกันหนาขึ้นเพื่อทดแทนความเร็วที่เสียไป ลิ่มน้ำแข็งจึงแทงไม่ทะลุตัว แต่เท่านี้ก็ทำให้มันเจ็บหนักได้แล้ว

ลิ่มน้ำแข็งพวกนั้น ลูกหมีสร้างมันขึ้นมาระหว่างส่งสายตายั่วยุมันเพื่อดึงความสนใจ เพราะแบบนั้นมันจึงไม่ทันสัมผัสถึงสกิล

ตอนนี้ลูกหมีกำลังคิดอยากทดลองอะไรบางอย่าง ดังนั้น เมื่อเสียงร้องชวนปวดประสาทหายไปแล้ว เขาก็ควบคุมน้ำเกราะกำบังทรงกลมครอบหัวตัวเอง พอปลาไหลไฟฟ้ายกตัวขึ้นอ้าปากส่งเสียงกรีดร้องอีกครั้ง คราวนี้อาการเจ็บปวดมันทุเลาลงไปมาก

ลูกหมีคลี่รอยยิ้มทันที

“แกเป็นบอสของเกตพิเศษพลังโจมตีเลยเพิ่มเป็นสองเท่า นั่นหมายความว่า ถ้าเป็นการโจมตีด้วยคลื่นเสียงจากบอสระดับ A ธรรมดา ม่านน้ำจากสกิลระดับ A จะป้องกันคลื่นเสียงได้โดยสมบูรณ์”

ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นมากกับความรู้ใหม่ ที่ผ่านมาเจอการโจมตีด้วยคลื่นเสียงมาก็เยอะแต่ไม่ค่อยได้เจอในที่ที่มีแหล่งน้ำสักเท่าไหร่ พอบทจะเจอก็ดันมาจากมอนสเตอร์ระดับ S การป้องกันด้วยม่านน้ำที่ผ่านมาจึงไม่เคยได้ผล ทว่าลูกหมีก็เคยคิดสันนิษฐานแบบนี้ไว้เหมือนกัน น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เจอมอนสเตอร์สัตว์น้ำตั้งแต่ระดับ A ลงไปที่ใช้คลื่นเสียงโจมตีเลย ก็เลยไม่มีโอกาสได้ทดสอบ

“แกนี่มัน…เป็นมอนฯ นำโชคจริง ๆ ” ลูกหมียิ้มร่าเมื่อนึกผลประโยชน์มากมายที่จะได้หลังเคลียร์ดันเจี้ยนนี้

เวลาไม่คอยท่า ลูกหมีเลิกทดสอบสกิล เขาว่ายถอยห่างออกมาจากระยะที่น้ำกรดจะโจมตีถึง ต่อจากนั้นก็เรียกลิ่มน้ำแข็งขึ้นมารอบทิศอีกครั้ง

“ตัวใหญ่เทอะทะ คราวนี้แกหลบไม่พ้นแน่ ดูซิว่าจะหนังเหนียวไปได้แค่ไหน”

ซูมมมม !!!

ลิ่มน้ำแข็งพุ่งจู่โจมพร้อมกัน ปลาไหลไฟฟ้าไม่ยอมแพ้ มันขยายร่างเพิ่มขึ้นอีกเพื่ออัปเกรดค่าป้องกันให้มากขึ้น แต่การขยายร่างเพิ่มก็อยู่ในการคำนวณของลูกหมีเช่นกัน

จังหวะที่ลิ่มน้ำแข็งกำลังจะถึงตัวมันและปิดบังทัศนวิสัยของมันทั้งหมด เขาก็เรียกดาบของจริงออกมา ส่วนของด้ามจับนั้นเป็นสีชมพูสลับขาวและมีพู่สีชมพูห้อยกับหยกแกะสลักเป็นรูปดอกบ๊วยสีขาวนวล

[เปิดใช้งานสกิล : ระบำดอกบ๊วย]

[ระบำดอกบ๊วย] : ระดับ A

[ความสามารถ] : เรียกดาบได้ 10 เล่ม ดาบจะไม่ถูกทำลาย ค่าสถานะพลังโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การโจมตีและป้องกันขึ้นอยู่กับทักษะและการควบคุมของผู้ใช้สกิล ไม่มีคูลดาวน์

[ค่าสถานะพลังโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า]

[ค่าสถานะ]

พลังโจมตี : 15225 (+15225) ชั่วคราว*

ยิ่งปลาไหลไฟฟ้าขยายร่างใหญ่มากเท่าไหร่ บริเวณกลางลำตัวของมันก็ยิ่งบางลงเรื่อย ๆ จนเห็นแสงสีทองกำลังกะพริบอยู่ข้างในตัวมัน ลูกหมีควบคุมดาบให้ลอยเร็วอย่างกับจรวดฝ่าวงล้อมลิ่มน้ำแข็งเข้าไปถึงตัวมันก่อนสกิลแรกโดยเล็งเป้าไปยังแสงกะพริบนั่นและ…

ตู้มมมม !!!

เพล้ง!

แกนกลาง แตกแล้ว!

พลังระเบิดหลังโจมตีด้วย [ระบำดอกบ๊วย] พร้อมบัฟพลังโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่ารุนแรงมากจนร่างผู้ใช้ยังลอยละลิ่วเกือบชนหิน ดีที่เรียกดาบอีกเล่มออกมาทันแล้วปักมันลงกับพื้น คลื่นกระแทกรั้งอยู่นานเกือบหนึ่งนาทีก่อนจะค่อย ๆ หายไป

“ฮู่ว!” คนลูกอกตัวเองป้อย ๆ แล้วเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาดูเวลา

[นับถอยหลังสู่เกตเบรก]

[00 ชั่วโมง : 40 นาที : 35 วินาที]

[กวาดล้างดันเจี้ยนระดับ A สำเร็จ]

“ตีบอสระดับ A พิเศษยี่สิบนาทีก็ไม่แย่” ถ้าไม่มีบัฟจาก [มหาสมุทร] ล่ะก็ เวลาที่ใช้ต้องมากกว่าหนึ่งชั่วโมงแน่เพราะมอนสเตอร์ข้างนอกนั่น

ลูกหมียิ้มพอใจแล้วว่ายน้ำออกจากถ้ำเพื่อขึ้นไปบนบก มอนสเตอร์ทุกตัวหายไปแล้ว นั่นหมายความว่าดันเจี้ยนจะหายไปภายในหนึ่งชั่วโมงและไม่ใช่ ดันเจี้ยนสมบัติ

ร่างสูงผุดขึ้นมาจากน้ำ ร่างกายเปียกโชก แต่ตอนนี้เขามีสิ่งที่ต้องสนใจมากกว่า

[มหาสมุทร] : ระดับ A

[ความสามารถ] : …

[เงื่อนไขวิวัฒนาการ] :

- เคลียร์ดันเจี้ยนที่มีภูมิประเทศใต้น้ำหรือมีแหล่งน้ำเกิน 70% ระดับ A ขึ้นไปจำนวน 500 ดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียว (500/500)

- สังหารมอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำระดับ A ขึ้นไปจำนวน 1000 ตัวด้วยตัวคนเดียว โดยต้องคงสถานะ [มหาสมุทร] ไว้เป็นเวลา 10 นาที/มอนสเตอร์ 1 ตัวรวมขั้นตอนสังหารมอนสเตอร์ (1000/1000)

[มหาสมุทร : วิวัฒนาการสำเร็จ]

สกิล [มหาสมุทร] วิวัฒนาการเป็นระดับ S แล้ว!

ดวงใจน้อย ๆ ของลูกหมีเต้นระรัวอย่างแรง นี่เป็นระดับ S สกิลแรกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการวิวัฒนาการแรงก์ตัวเองให้ขึ้นเป็นแรงก์ S ด้วย เขารีบเลื่อนดูความสามารถหลังวิวัฒนาการทันที

[พิชิตสมุทร] : ระดับ S

[ความสามารถ] :

- ผู้ใช้สกิลจะเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเงือกและเปิดใช้ [ความสามารถบางส่วนของเงือก] สภาพเงือกจะคงอยู่เป็นเวลา 24 ชั่วโมง คูลดาวน์ 168 ชั่วโมง

- สามารถหายใจในน้ำได้ ทนทานต่อแรงดันน้ำทุกระดับ ค่าสถานะความว่องไวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ควบคุมแหล่งน้ำภายในรัศมี 500 เมตรได้อย่างอิสระ การโจมตีและป้องกันขึ้นอยู่กับทักษะและการควบคุมของผู้ใช้สกิล ไม่มีคูลดาวน์

[ความสามารถบางส่วนของเงือก] ; หายใจในน้ำได้ สื่อสารกับมอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำได้ ทนทานต่อพิษในน้ำและแรงดันน้ำทุกระดับ ว่ายน้ำเร็วเป็น 4 เท่าของมนุษย์ ระดับ ค่าสถานะความว่องไวเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า

- มอนสเตอร์ประเภทสัตว์น้ำระดับ S ลงไปจะรู้สึกเป็นมิตรเพิ่มขึ้น 100% เป็นเวลา 60 นาที คูลดาวน์ 72 ชั่วโมง

ระยะควบคุมน้ำเพิ่มขึ้นห้าเท่าแถมยังได้ความสามารถกันพิษจากน้ำมาด้วย แบบนี้ต่อให้เจอปลาไหลไฟฟ้าที่ปล่อยน้ำกรดได้อีกกี่สิบตัวเขาก็ไม่หวั่น! น่าเสียดายที่ไม่ได้กันพิษอื่นนอกจากพิษผสมในน้ำ คูลดาวน์ก็นาน แต่ถ้าดูแค่ความสามารถก็สมแล้วที่เป็นสกิลระดับ S ล่ะนะ

ค่ามิตรภาพกับมอนสเตอร์สัตว์น้ำก็เพิ่มถึง 100% แล้ว แบบนี้น่าจะช่วยเคลียร์ดันเจี้ยนแบบน้ำระดับ A ขึ้นไปได้ง่ายขึ้นเยอะ เพราะนอกจากมอนสเตอร์จะไม่ขวางแล้ว มันน่าจะบอกทางไปลานบอสให้ด้วยซ้ำ

“ฮ่ะ ๆ ” ลูกหมีคิดขำ ๆ พลางยิ้มแห้ง

ทว่ามีสามอย่างที่เขาให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ

อย่างแรกคือ เงือก หากจะใช้ความสามารถอื่นยกเว้นควบคุมน้ำเขาจะต้องกลายเป็นเงือก ถ้าเป็นเงือกในเทพนิยายล่ะก็ลูกหมีรู้จัก ทว่าเงือกในดันเจี้ยนนั้น…

ตลอดห้าสิบปีนับตั้งแต่ดันเจี้ยนปรากฏขึ้นบนโลก อัตราการพบมอนสเตอร์เงือกในดันเจี้ยนก็คือ…

0%

หรือก็คือ ไม่เคยมีมอนสเตอร์เงือกเกิดขึ้นมาก่อน!

สีหน้าของลูกหมีพลันเคร่งเครียดขึ้นมา จะบอกตัวเองว่าไม่ต้องคิดมากก็คงไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มันดันเชื่อมโยงกับอย่างที่สองที่เขาสนใจ

[พิชิตสมุทร] : ระดับ S

[ความสามารถ] : …

[เงื่อนไขวิวัฒนาการ] : สังหารบอสดันเจี้ยนประเภทสัตว์น้ำระดับ L จำนวน 1 ตัวด้วยตัวคนเดียว โดยต้องคงสถานะ [พิชิตสมุทร] ไว้เป็นเวลา 20 นาทีรวมขั้นตอนสังหารบอส ระดับแรงก์ของผู้ใช้สกิลต้องไม่เกินแรงก์ S (0/1)

ระดับ L

L ที่มาจากคำว่า Legend อันหมายถึง ‘ตำนาน’ ระดับ S บนโลก ณ ปัจจุบันมีอยู่ 76 คนจากประชากรโลกทั้งหมดเจ็ดพันล้านคนโดยเฉลี่ยและยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฮันเตอร์ระดับ S ก็ไม่ต่างไปจากวีรบุรุษและวีรสตรีของโลก พวกเขาถูกเทิดทูน ได้รับการเคารพ มีอภิสิทธิ์เหนือกว่านายกรัฐมนตรีในบางประเทศเสียด้วยซ้ำ

ระดับพลังจาก B ไป A ว่ากว้างใหญ่ราวฟ้ากับเหวแล้ว ทว่าจาก A ไป S มันกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าความกว้างของมหาสมุทรเสียอีก

ถ้าเทียบกันง่าย ๆ ล่ะก็ หนึ่งในเงื่อนไขวิวัฒนาการสู่แรงก์ S คือค่าสถานะแต่ละอย่างต้องถึงสองหมื่นแต้ม ในขณะที่แรงก์ S มืออาชีพ ค่าสถานะหนึ่งอย่างของพวกเขาขั้นต่ำก็หลักแสนแล้ว! มากกว่าค่าสถานะทั้งหมดรวมกันของแรงก์ A มืออาชีพเสียอีก

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ระดับของดันเจี้ยน มอนสเตอร์ และแรงก์ของฮันเตอร์ไม่ได้สิ้นสุดอยู่แค่ S ตัวเดียว

มนุษยชาติเคยประสบภัยพิบัติจากดันเจี้ยนมาแล้วหลายครั้งโดยมีสองครั้งเป็นเหตุการณ์ใหญ่ ๆ

หนึ่งคือ ‘เฮลเบรก’ เกิดขึ้นเมื่อห้าสิบปีก่อน พวกเราขนานนามให้กับภัยพิบัติเสี่ยงโลกแตกในวันนั้นเพื่อระลึกถึงวันที่หน้าประวัติศาสตร์ของโลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และสองคือ เฮฟเว่นลอส หรือ สวรรค์สาบสูญ

มันเกิดขึ้นเมื่อสิบห้าปีก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้คนต้องล้มตายมากถึงหลายแสนคน! หลังจากวันนั้น ผู้คนทั่วทั้งโลกก็ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของระดับ L

ฮันเตอร์แรงก์ S กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงออกมาแถลงการณ์หลังจากนั้นว่ารู้ถึงการมีอยู่ของระดับ L มานานแล้ว เนื่องจากหน้าต่างสถานะของแรงก์ S มันขึ้นเงื่อนไขในการวิวัฒนาการให้ดู หนึ่งในนั้นคือการครอบครองสกิลระดับ L พวกเขาจึงเตรียมตัวรับมือกับดันเจี้ยนและมอนสเตอร์ระดับ L มาโดยตลอด แม้สุดท้ายโลกจะยังไม่ถึงคราวพินาศ แต่การสูญเสียก็ยังมากเกินกว่าที่คิดไว้ไปไกลอยู่ดี

ส่วนสาเหตุว่าทำไมลูกหมีถึงคิดว่า ‘เงือก’ อาจเชื่อมโยงกับระดับ L นั้น ก็เหมือนกับเฮฟเว่นลอสนั่นแหละ ถ้าบนหน้าต่าระบบบอกว่าเขาสามารถกลายร่างเป็นเงือกได้ทั้งที่มันไม่เคยมีมอนสเตอร์เงือกปรากฏมาก่อน แสดงว่าในอนาคตก็อาจเกิดมอนสเตอร์เงือกขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ลูกหมีเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านโศกนาฏกรรมเฮฟเว่นลอสเมื่อสิบห้าปีก่อนมาด้วยตัวเอง เขาจึงรู้ว่าก่อนเกิดดันเจี้ยนระดับ L ขึ้นเป็นครั้งแรก มันมีสัญญาณเตือนส่งผ่านมาในรูปแบบของเกตพิเศษระดับ S และสัญญาณเตือนนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมเฮฟเว่นลอส

ถ้าหากในอนาคตอันใกล้กำลังจะเกิดเรื่องแบบเดียวกันนั้นขึ้นเพราะการปรากฏตัวของมอนสเตอร์เงือกล่ะก็ เขาจะต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงโดยด่วนเพื่อให้เตรียมการระวังไว้!

ส่วนอย่างที่สามที่เขาสนใจ…

“ออกมาเถอะ เล่นซ่อนแอบไม่เก่งแล้วยังจะฝืนอีก มันน่าขำจะตายไป” ลูกหมีเหลือบสายตาไปยังด้านขวาเขา

เกตพิเศษมีโอกาส 80% ที่จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘เกตวิวัฒนาการ’ ถึงจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอจริง ๆ

มอนสเตอร์ปริศนาที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงถ้ำไม่ได้ออกมาตามคำบอก แต่มันโจมตี!

ลูกหมีคิ้วกระตุกไปทีเตรียมจะกระโดดหนี ทว่าในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของเขากลับบอกให้เขาใช้สกิล!

[เปิดใช้งานสกิล : บรรเลง]

[เปิดใช้งานความสามารถ : สะท้อนการโจมตี]

เปรี้ยง!

.

.

.

ฝั่งนอกเกต

ขณะนี้ประชาชนทั้งหมดได้รับการอพยพเสร็จสิ้นแล้ว บนฟ้ามีเฮลิคอปเตอร์จากสำนักข่าวบินว่อนเพื่อถ่ายทอดสดสถานการณ์ ฮันเตอร์ระดับ B ขึ้นไปเริ่มทยอยกันเข้ามาจัดเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ให้พร้อม แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขากำลังคิดเหมือน ๆ กันนั่นคือสงสัยในชะตากรรมของฮันเตอร์แรงก์ A ที่เข้าไปในเกตคนเดียวก่อนหน้านี้

เจ้าหน้าที่คนเดิมโดนสัมภาษณ์ถึงตัวตนของฮันเตอร์ แน่นอนว่าเขาปิดปากเงียบมากไม่ยอมบอกจนนักข่าวต้องล่าถอย ทว่าบัดนี้เขากำลังตัวสั่นงก ๆ เพราะไม่คาดคิดว่าฮันเตอร์ระดับสูงที่อยู่ตรงหน้าจะมาด้วยตัวเอง ได้ยินว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้กับที่นี่ พอได้รับข้อความแจ้งเตือนเกตพิเศษจึงรีบมาดูสถานการณ์ แต่ก็ยังช้ากว่าฮันเตอร์ลูกหมีอยู่ดี

“เขามีประสบการณ์เคลียร์เกตพิเศษระดับ A คนเดียวมาหลายครั้ง อาจไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่คิดก็ได้นะครับ” ผู้ช่วยของเขาพูด

“ฉันรู้ แต่ครั้งนี้สังหรณ์ใจไม่ค่อยดี” ฮันเตอร์ระดับสูงกล่าว ดวงตาสีน้ำข้าวมองเกตเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละสายตา บรรยากาศจากฮันเตอร์ระดับ S ผู้นี้มีแรงกดดันสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ประหนึ่งว่าถ้าพังเกตเข้าไปได้คงทำไปนานแล้ว

ทันใดนั้นเอง…!

“เกตวิวัฒนาการ! มันวิวัฒนาการจริง ๆ ด้วย!” เจ้าหน้าที่หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นสีของเกตเปลี่ยนจากสีม่วงไปเป็นสีแดง

ทว่ายังไม่จบ!

จากสีแดง มันค่อย ๆ เข้มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุดจนกระทั่งกลายเป็น…

สีดำ!

“เกตพิเศษมักจะวิวัฒนาการมากสุดแค่ระดับเดียว แต่นี่ระดับ A วิวัฒนาการถึงสองขั้นกลายเป็น ดันเจี้ยนระดับ L เนี่ยนะ! เป็นไปได้ยังไง!?”

คุณสกาย : [ยื่นไมค์สัมภาษณ์] // จากระดับ A วิวัฒนาการสองขั้นเป็นระดับ L คุณยังคิดว่าบอสระดับ A เป็นมอนฯ นำโชคอยู่ไหมคะ?

ลูกหมี : [ยิ้มหวาน] // แน่นอนครับ นี่เป็นโอกาสทองที่หายากมากเลยนะเนี่ย…ในการทำสิ่งนั้นน่ะ

คุณสกาย : อะ เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามแบบไม่สปอย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...