หุ้นเล็กกำไรโต
เจอกันหน้าจอทีไร หัวใจมันกระชุ่มกระชวยตามประสาคนอินเทรนด์ ยิ่งเห็นดัชนีวิ่งซิกแซกสู้ศึกรอบทิศทาง ยิ่งทำให้รู้ว่าตลาดหุ้นไทยไม่เคยหลับใหล โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ที่ทยอยประกาศงบไตรมาส 2กันแบบรัว ๆ ทำเอาบรรดาขาเชียร์และนักลงทุนหน้าบานเป็นจานกระเบื้อง เพราะผลงานบริษัทจดทะเบียนรอบนี้สอบผ่านเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ดันมาร์เก็ตแคปพุ่งกระฉูดจนแมงเม่าร้องกรี๊ดกันเป็นแถวซิบอกให้
รอบนี้ “โมนิก้า” ไม่ขอพูดถึงหุ้นบิ๊กแคปตัวใหญ่ที่ขยับตัวอืดอาดอุ้ยอ้าย แต่ขอโฟกัสไปที่หุ้นไซส์กลางและไซส์เล็กประเภท “จิ๋วแต่แจ๋ว”ที่โชว์ฟอร์มส่งงบการเงินของจริงเข้าตลาดแบบไม่ต้องมโนตัวเลขกำไรสุทธิเติบโตกระแทกตาเกิน 10% แบบไร้ข้อกังขา ชนิดที่ว่าคัดเนื้อ ๆ เน้น ๆ มาเสิร์ฟให้แฟนคลับเอาไปทำการบ้านต่อแบบไม่ต้องเดาทางให้เสียเวลา ใครอยากรู้ว่ามีตัวไหนเข้าตาจนต้องรีบเคาะขวาตามไปดูกันเลยเจ้าค่ะ
โดยหุ้นอสังหาฯ ไซส์กลางที่ทำผลงานได้จัดจ้านที่สุดในรอบสัปดาห์ต้องบกให้ ASWกวาดรายได้ไตรมาส 2 ไปถึง 3,529 ล้านบาท จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตซึ่งดันกำไรพุ่งขึ้นไปที่ระดับ 562 ล้านบาทจากปีก่อนมีกำไรแค่ 198 ล้านบาท ที่สำคัญยอด Backlogในมือตุนไว้แน่นถึง 3.8 หมื่นล้านบาทกินยาว ๆ ไปถึงครึ่งปีหลังเลยนะหล่อน
รายถัดมา “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นน้ำหวาน TACC หลังโชว์ตัวเลขกำไรไตรมาส 2 พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 104 ล้านบาท เติบโต 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 79 ล้านบาท ทุบสถิติกำไรนิวไฮตามที่โบรกเกอร์คาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน สตอรี่ขายน้ำหวานในเซเว่นฯ พ่วงดีลลับ New S-Curve แบบนี้..หวานเจี๊ยบพอจะเป็นพระเอกในหัวใจเธอได้ไหม? คุณ ๆ ท่าน ๆ ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ
ส่วนหุ้นเล็กพริกขี้หนูในกลุ่มเหล็กที่ทำเอาขาเชียร์ตาค้าง“โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น 2Sซึ่งได้อานิสงส์ราคาเหล็กในตลาดปรับตัวสูงขึ้น จนกำไรไตรมาส 2ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 227 ล้านบาทจากปีก่อนอยู่ที่ 75 ล้านบาท แถมบอร์ดใจป้ำสั่งจ่ายปันผลระหว่างกาลทันทีอีกหุ้นละ 0.12 บาทจึงกลายเป็นตัวเด็ดที่ขาลุยกระโจนใส่ไม่ยั้ง และทำให้หุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 3.86 บาท บวกไป 0.68 บาท หรือขึ้นไป 21.38% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 43 ล้านบาทไงล่ะคะ
ขยับมาดูหุ้นไซส์กลางอย่าง TKS อีกหนึ่งตัวกันดีกว่า เพราะเป็นหุ้นที่ทำเอา “โมนิก้า” นั่งไม่ติดเก้าอี้ หลังร่อนงบไตรมาส 2 ออกมาอวดโฉมสด ๆ ร้อน ๆ จนอีฉันต้องเอ่ยคำเดียวว่า “เสือซุ่ม”ของจริง เนื่องจากกวาดไปได้ถึง 128 ล้านบาท เติบโต 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำเอาบรรดาเซียนหุ้นที่เคยปรามาสไว้ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์จะเอาตัวรอดอย่างไรในยุคดิจิทัล ต้องหันมามองหลังหุ้นขึ้นมาปิดที่ 8.15 บาท บวกไป0.50 บาท หรือขึ้นไป6.54% ซิบอกให้!
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้น SMT ที่กำไรมาตามนัดทุกอย่าง อีฉันถึงมองการอ่อนตัวของราคาในกระดานที่ลงมาปิดที่5.30 บาท จากก่อนหน้านี้ขึ้นไปยืนเกือบ 6 บาทเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ sell on fact แต่อย่างว่าแหละ.. หุ้นอิเล็กทรอนิกส์เวลาเจ็บมันก็ลึก แต่เวลาฟื้นสตอรี่มันก็มาไว สิ่งที่ต้องตามต่อในครึ่งปีหลังคือออร์เดอร์กลุ่ม High Margin จะยังทำเงินได้ตามแผนเดิมไหม?และเอาเป็นว่า รอดูราคาหุ้นตั้งฐานเสียก่อน ต่อจากนั้นค่อยลุยอีกยกก็ยังไม่สายเจ้าค่ะ!
ก่อนจากกัน “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นมวยรองที่เจอมรสุมเยอะแยะอย่าง EA สักหน่อย! เพราะการขยับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 3.06 บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 6.25%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 482 ล้านบาท มันคือการขยับตัวขึ้นแรงวันแรกในรอบ 3 สัปดาห์ อีฉันเลยสงสัยว่า การขยับตัวขึ้นลักษณะนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับงบไตรมาส 2ไม่มากก็น้อย..คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดเหมือนอีฉันไหมคะ
โมนิก้าและทีมงาน