โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SanDisk โชว์งบ Q4/69 สดใส! แรงหนุน AI-Data Center ดันกำไรพุ่งเกินเป้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า SanDisk รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2569 ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้อยู่ที่ 8.97 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 372% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าประมาณการของตลาด 3.8% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ 84.6% มีกำไรจากการดำเนินงาน 7.10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 6.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) อยู่ที่ 39.25 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของตลาดและเหนือกว่าเป้าหมาย (Guidance) เดิมของบริษัท สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

หยวนต้าระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของ SanDisk มาจากธุรกิจ Data Center ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 13 เท่าจากปีก่อน และเติบโต 103% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 2.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กลุ่ม Edge เติบโต 48% มาอยู่ที่ 5.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยชดเชยรายได้จากกลุ่ม Consumer ที่ลดลง 32% เหลือ 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โครงสร้างการเติบโตของรายได้ประมาณ 2 ใน 3 มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคา ขณะที่อีก 1 ใน 3 มาจากปริมาณหน่วยความจำ (Bits) ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่า SanDisk ได้รับประโยชน์จากทั้งระดับราคา โครงสร้างผลิตภัณฑ์ และความต้องการ AI Storage ที่แข็งแกร่งกว่าคาด

หยวนต้าประเมินว่า Data Center กำลังกลายเป็นธุรกิจหลักของ SanDisk จากเดิมที่การเติบโตขับเคลื่อนโดย Enterprise SSD สำหรับงาน Compute เป็นหลัก โดยในรอบนี้ผลิตภัณฑ์ QLC Stargate เริ่มสร้างรายได้ ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายตลาดไปสู่ AI Data Lake ซึ่งต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่

ผู้บริหาร SanDisk มองว่า AI Inference มีลักษณะเป็นทั้ง “Memory-centric” และ “Storage-intensive” เนื่องจากโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ความยาวของ Context Length ที่เพิ่มขึ้น การใช้งาน KV Cache และ Agentic AI ล้วนต้องการการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลจำนวนมากขึ้นด้วยความรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ตลาดสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยบริษัทปรับลดมุมมองการเติบโตของยอดขายปี 2570 จากเดิมที่คาดว่าทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เหลือเพียงระดับทรงตัว หลังจากประเมินว่าตลาดในปี 2569 จะหดตัวในระดับ Mid-teens

สำหรับธุรกิจ NBM (NAND Bit Management) หยวนต้าระบุว่ามีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว โดยจากเดิมที่บริษัทมีสัญญา 5 ฉบับ ครอบคลุมมากกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณ Bits ในปีงบประมาณ 2570 ปัจจุบันเพิ่มเป็นลูกค้า 8 ราย ครอบคลุมมากกว่า 50% ในปีงบประมาณ 2570 และประมาณ 2 ใน 3 ในปีงบประมาณ 2571

สัญญาดังกล่าวมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 4 ปี โดยรายได้ขั้นต่ำเพิ่มขึ้นจาก 42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3 สัญญาแรก เป็น 93.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากสัญญาทั้งหมดภายใต้ราคา Floor ขณะที่มูลค่า RPO เพิ่มขึ้นเป็น 91.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมสัญญาที่ลงนามหลังสิ้นไตรมาส

นอกจากนี้ หลักประกันทางการเงินเพิ่มขึ้นจากมากกว่า 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 16.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยลูกค้าบางรายยังกลับมาเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อหลังจากเซ็นสัญญาเพียงไม่กี่เดือน สะท้อนว่าความต้องการใช้งานจริงยังสูงกว่าปริมาณที่มีการทำสัญญาไว้เดิม

หยวนต้าระบุว่า SanDisk สามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นของสัญญา NBM ได้ประมาณ 80% โดยมีทั้งรูปแบบราคาคงที่และราคาผันแปรภายใต้กรอบ Floor และ Ceiling ซึ่งช่วยให้บริษัทได้รับทั้งความแน่นอนของรายได้และโอกาสได้รับประโยชน์จากราคาตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น

ผู้บริหาร SanDisk ระบุว่า เป้าหมายหลักของบริษัทคือการลดความผันผวนของธุรกิจจากวัฏจักรขึ้นลงของตลาด มากกว่าการเร่งเพิ่มกำไรในระยะสั้น

ด้านกำลังการผลิต บริษัทเลือกเพิ่มปริมาณ Bits ผ่านการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี BiCS8 และ BiCS10 แทนการเร่งลงทุนเพิ่มกำลังผลิต Wafer เพื่อรักษาสมดุลของตลาดและลดความเสี่ยงจากภาวะ Oversupply

สำหรับไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2570 SanDisk ให้ประมาณการรายได้ที่ 10.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Adjusted EPS ที่ 45 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด ขณะที่ Gross Margin แม้สูงกว่าคาด แต่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตาม หยวนต้ามองว่า Guidance ดังกล่าวสะท้อนข้อจำกัดด้านปริมาณสินค้าพร้อมขาย (Sellable Bits) มากกว่าความเสี่ยงด้านความต้องการ โดยบริษัทตั้งใจถือครองสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการส่งมอบตามสัญญา NBM ระยะยาว ขณะที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้รายได้ระยะสั้นมีข้อจำกัด

ทั้งนี้ กรอบบนของ Gross Margin ยังคงอยู่ที่ 85% ซึ่งสูงกว่าผลประกอบการล่าสุดที่ 84.6% และผู้บริหารยืนยันว่า NBM ไม่ได้เป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไร ขณะที่ความต้องการยังเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิต และตลาด NAND มีแนวโน้มอยู่ภายใต้ภาวะ Allocation ต่อเนื่องเกินปี 2570

หยวนต้ามองเชิงบวกต่อภาพรวมกลุ่ม Memory โดยประเมินว่า Guidance ที่ต่ำกว่าคาดของ SanDisk เป็นเพียงความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ไม่ใช่ความเสี่ยงจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว เนื่องจากข้อจำกัดอยู่ที่ปริมาณสินค้าที่พร้อมขายและจังหวะการส่งมอบ ไม่ใช่คำสั่งซื้อ

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของผู้ผลิตรายอื่น เช่น SK hynix และ Kioxia ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านสินค้าและการส่งมอบ ส่งผลให้แนวโน้มของกลุ่ม Memory ยังคงแข็งแกร่ง

แรงขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเปลี่ยนจากช่วงแรกที่กำไรเติบโตจากราคาขาย (Price) ไปสู่การเติบโตจากปริมาณขาย (Quantity) มากขึ้น ขณะที่ระดับราคาและ Margin ยังมีโอกาสอยู่ในระดับสูงจากภาวะตลาดตึงตัว สัญญาระยะยาว และการเปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงสำหรับ Data Center

หยวนต้าระบุว่า วัฏจักร Memory รอบนี้แตกต่างจากอดีต เนื่องจากหน่วยความจำและ NAND กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI Data Center ลูกค้าสามารถทำสัญญาจองปริมาณล่วงหน้าหลายปี ส่งผลให้การผลิตสอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะผลิตเกินความต้องการ

DR SanDisk ในตลาดไทย

สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการลงทุนใน SanDisk สามารถลงทุนผ่าน Depositary Receipt (DR) ที่อ้างอิงหุ้น SanDisk ในตลาดต่างประเทศ ได้แก่ SNDK03 และ SNDK23 ซึ่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

SNDK03 ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) โดย ณ เวลา 10:23 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 10.30 บาท ลดลง 1.40 บาท หรือ 11.97% มีมูลค่าการซื้อขาย 6.54 ล้านบาท

SNDK23 ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 5.15 บาท ลดลง 0.70 บาท หรือ 11.97% มีมูลค่าการซื้อขาย 14.05 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...