โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตีความจากสัญญาณการลงทุน: “ระยะสั้นต้องระวัง ระยะยาวน่าจะดี”

Finnomena

อัพเดต 09 ก.พ. 2566 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2566 เวลา 07.00 น. • FINNOMENA x Franklin Templeton

ตลาดปรับฐานตลอดปี 2022 ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสในระยะยาวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง และหุ้น ซึ่งเราเชื่อว่าตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนได้ดีตามวัฏจักรเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เรามองว่าภาพในระยะสั้นยังมีความผันผวนสูง และเตือนให้นักลงทุนระมัดระวัง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอยที่จะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงใน2-3ไตรมาสที่จะถึง โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

ความคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวปรับตัวดีขึ้น

เรามีมุมมองต่อผลตอบแทนในระยะยาวของหุ้น และหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงเป็นบวกมากขึ้น จากการปรับฐานของตลาดในปี 2022 ที่กดมูลค่าหุ้น และหุ้นกู้ลงมาให้ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ซึ่งเรามองว่าจะเป็นปัจจัยผลักดัน (tailwind) ในการปรับตัวขึ้นในระยะถัดไป ในขณะเดียวกัน การลงทุนในหุ้นกู้น่าจะให้ผลตอบแทนดีขึ้น จากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้การลงทุนในหุ้นกู้มีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ ในระยะสั้น เราอาจจะไม่เห็นแนวโน้มดังกล่าวชัดเจน เนื่องจากมีปัจจัยด้านความผันผวนที่จะส่งผลต่อการประเมินมูลค่าค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมต่อนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น

ตีความจากสัญญาณการลงทุน: “ระยะสั้นต้องระวัง ระยะยาวน่าจะดี”

Figure 1 การปรับฐานในปี 2022 ทำให้หุ้น และหุ้นกู้มีมูลค่าน่าสนใจอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ตีความจากสัญญาณการลงทุน: “ระยะสั้นต้องระวัง ระยะยาวน่าจะดี”

Figure 2 หุ้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว เมื่อเทียบกับในระยะสั้น ที่มีปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เข้ามาแทรกแซง

เรายังเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว

ในระยะยาว เราเชื่อว่าการลงทุนในหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง และหุ้นในช่วงเวลานี้จะให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งนักลงทุนต้องพิจารณาความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้ ประกอบกับระยะเวลาที่จะใช้ลงทุนให้เหมาะสมด้วย โดยสำหรับการลงทุนในหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง อาจจะได้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้น แต่โดยเฉลี่ยก็จะมากกว่าหุ้นกู้ระดับลงทุนในบริษัททั่วไป (investment-grade corporate bonds) นอกจากนั้น การลงทุนในหุ้นกู้จะมีข้อดี คือมีความผันผวนต่ำกว่า ซึ่งเรามองว่าผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยง

ตีความจากสัญญาณการลงทุน: “ระยะสั้นต้องระวัง ระยะยาวน่าจะดี”

Figure 3 หุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าหุ้นโดยทั่วไป แต่ข้อดีคือจะมีความผันผวนต่ำกว่า ซึ่งผลตอบแทนก็ถือว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยง

การลงทุนในหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง จะให้ผลตอบแทนดีในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัว ซึ่งในระยะยาว เรามองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวตามวัฏจักร โดยนักลงทุนต้องเลือกหุ้นกู้ดังกล่าวให้เหมาะสม เนื่องจากหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงมักจะมาจากบริษัทที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ซึ่งหากบริษัทดังกล่าวไม่สามารถชำระคืนหุ้นกู้ หรือดอกเบี้ยได้ จะสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุน อย่างไรก็ดี จากสถิติที่ผ่านมายังไม่เคยมีช่วงเวลาที่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงใดจะให้ผลตอบแทนติดลบ 2 ปีติดต่อกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาว่าปี 2022 หุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงกลับให้ผลตอบแทนติดลบ ทำให้เราเชื่อว่าการลงทุนในหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงปีนี้ น่าจะมีความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้ ประกอบกับความคาดหวังในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ตีความจากสัญญาณการลงทุน: “ระยะสั้นต้องระวัง ระยะยาวน่าจะดี”

Figure 4 จากสถิติที่ผ่านมา ไม่เคยมี 2 ปีติดต่อกันครั้งใดที่หุ้นกู้ให้ตอบแทนติดลบทั้ง 2 ปี

มุมมองของเราในระยะสั้นและระยะยาว

ในระยะสั้น เราแนะนำให้นักลงทุนลงทุนด้วยความระมัดระวังในปี 2023 แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มปรับตัวลง แต่น่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดย FED ยืนยันความมุ่งมั่นในการสู้กับเงินเฟ้อ ภายใต้การรักษาเสถียรภาพการจ้างงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเรามองว่าน่าจะเป็นงานที่ท้าทายสำหรับ FED และเราเชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอยู่ที่ระดับ 65% จากการคาดการณ์ความน่าจะเป็นในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยดังกล่าว เราจึงมองว่าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงและหุ้น จะถูกกดดันในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ทั้งนี้ ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย หุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงจะให้ผลตอบแทนที่สูงตามไปด้วย เพื่อชดเชยกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นว่าบริษัทที่ออกหุ้นกู้ดังกล่าวจะล้มหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อควรระวังที่สำคัญยิ่ง นักลงทุนจึงต้องเลือกและพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนลงทุนในหุ้นกู้

ตีความจากสัญญาณการลงทุน: “ระยะสั้นต้องระวัง ระยะยาวน่าจะดี”

Figure 5 ราคาสินทรัพย์เสี่ยงจะถูกกดดันในช่วงเริ่มเข้าสู่ และช่วงแรกของภาวะเศรษฐกิจถดถอย

Figure 6 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังถือว่าไม่ได้สูงมากนัก เมื่อเทียบกับช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าราคาอาจจะยังไม่ได้สะท้อนภาวะเศรษฐกิจถดถอยเท่าใดนัก

การลงทุนจะมีความผันผวนต่อเนื่องในปี 2023

ในช่วงต้นปี 2022ความท้าทายของFED คือการควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งเรามองว่าในปี 2023 FEDก็ยังมีความท้าทายเช่นเดิม กล่าวคือ FED มุ่งมั่นที่จะพยายามควบคุมเงินเฟ้อ โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง ซึ่งเราเชื่อว่าFEDจะหยุดการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในปี 2023 เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจชะลอจนหดตัว อย่างไรก็ดี ตลาดกลับคาดว่า FED จะลดดอกเบี้ยในปี 2023 ซึ่งเราไม่คิดว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นมากนัก โดยเราเชื่อว่า FED น่าจะเพียงแค่คงดอกเบี้ย แต่ไม่ถึงขนาดลดดอกเบี้ย ทั้งนี้ ปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น สภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความตึงเครียดของสงครามในยูเครน อาจทำให้ FED เปลี่ยนแปลงนโยบายได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก (active management) โดยในปี 2023 น่าจะมีความผันผวนตลอดปี จนกว่า FED จะมีท่าทีที่ชัดเจนกว่านี้

สรุปมุมมองของเรา

เรามองว่าในระยะสั้น หุ้นและหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงน่าจะถูกกดดันจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ดี ในระยะยาวเรามองว่าทั้งสองสินทรัพย์ดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนได้ดี จากมูลค่าที่ต่ำกว่าในอดีต ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อสงวนสิทธิ์

  • แฟรงคลิน เทมเพิลตัน (“Franklin Templeton”) ให้บริการการให้คำแนะนำทั่วไปแก่ FINNOMENA ในการออกแบบพอร์ตการลงทุน (Asset Allocations)
  • แฟรงคลิน เทมเพิลตัน (“Franklin Templeton”) ไม่รับผิดใด ๆ ต่อบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ บริการ เว็บไซต์ หรือเนื้อหาใด ๆ ที่ได้จัดทำหรือปรากฏในช่องทางต่าง ๆ ของบุคคลภายนอกนั้น อีกทั้ง Franklin Templeton ไม่ได้ให้คำรับรอง รับประกัน หรือเป็นตัวแทน ไม่ว่าจะโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายในเนื้อหาหรือความถูกต้องของข้อมูลในช่องทางต่าง ๆ ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดต่อสิ่งใด ๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้น
  • ในกรณีที่มีความแตกต่างกันระหว่างเอกสารภาษาอังกฤษกับการแปลเป็นภาษาไทย ให้ยึดถือตามเอกสารภาษาอังกฤษ

แหล่งข้อมูล

https://www.franklintempleton.com/articles/multi-asset/making-sense-of-different-signals

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...