โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รถไฟจีน-ลาวทำขาดดุลเพิ่ม สินค้าทะลัก 200 ตู้ถล่มไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ม.ค. 2565 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 02.45 น.

รถไฟลาว-จีนป่วนไทยไม่หยุด ม.หอการค้าไทยคาดการณ์ปีหน้าสินค้าจีนเดือนละ 200 ตู้คอนเทนเนอร์มูลค่า 20,000 ล้านบาทมาแน่ ทำให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้น ส.ผู้ส่งออกผักผลไม้ไทยหวั่นอนาคตไทยจะกำหนดราคาขายผลไม้เองไม่ได้ ด้านสภาหอฯชงข้อเสนอ 5 ข้อ ให้เร่งสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย

หลังจากการเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีน เชื่อมต่อระหว่างคุนหมิงกับเวียงจันทน์ ได้เพียง 1 สัปดาห์ ความปั่นป่วนก็เกิดขึ้นกับตลาดผักผลไม้ภายในประเทศทั้งการส่งออกและการนำเข้า จากการทะลักเข้ามาของผักผลไม้ราคาถูกจากจีนที่ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 วันก็ถึง “ตลาดไท” ทว่าในทางกลับกัน สินค้าเกษตร-ผลไม้ส่งออกกลับไม่มี “โควตา” ระวางบรรทุกบนรถไฟลาว-จีน การส่งออกทางบกด้านอื่น ๆ ติดปัญหาการตรวจโควิด-19 ที่ด่านพรมแดน เร่งรัฐบาลเจรจาลาว-จีนขนผลไม้ไทยขึ้นรถไฟให้ทันฤดูกาลผลไม้หน้า

จีนขน 200 ตู้ขึ้นรถไฟมาไทย

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า การเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีนจะทำให้มีสินค้าถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยมากกว่าเดือนละ 200 ตู้ในปี 2565 ทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอื่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นฝ่าย “ขาดดุลการค้า” กับจีนมากขึ้น

“แนวทางแก้ไขที่สำคัญก็คือ เมื่อน้ำมาต้องมีทำนบกั้น ตอนนี้ไทยขาดความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์ คือ ทางรถไฟ (ไทย-จีน)-สะพานข้ามแม่น้ำโขง (หนองคาย 2) และคลังสินค้ายังไม่แล้วเสร็จ ส่วนด้านซอฟต์แวร์ก็คือ การเตรียมเรื่องการดูแลมาตรฐานการนำเข้าต่าง ๆ ดังนั้น สิ่งแรกไทยต้องใช้โมเดลจีน คือมีด่านตรวจสอบโควิด-19 เพื่อตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่นำเข้าจากจีน

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม (สมอ.) จะต้องมาร่วมกันทำจุดเบ็ดเสร็จในการตรวจสอบสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานและต้องยึดโยงกับจีนให้จริงจังขึ้น ไม่เช่นนั้นเมื่อมีข่าวโควิดลอยมาไม่รู้ใครปล่อย สินค้าไทยก็จะเสียหาย จีนหันไปนำเข้าจากเวียดนาม ขณะที่ระดับนโยบายรัฐต้องไปเจรจากับจีนเรื่องการขยายการส่งออกสินค้าไทยโดยใช้เส้นทางรถไฟสายนี้” รศ.ดร.อัทธ์กล่าว

ในขณะที่ ดร.จตุรงค์ บุนนาค ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว แจ้งว่า วานนี้ (6 ธ.ค.) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการหอการไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะ ได้หารือร่วมกับเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ (เจษฎา กตเวทิน) เพื่อหารือความร่วมมือในการขยายและลดอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุน โดยทางสภาธุรกิจฯและหอการค้า 3 จังหวัด (หนองคาย-อุดรธานี-มุกดาหาร) ได้มีข้อเสนอผ่านทางท่านทูต 5 เรื่อง คือ

1) ขอให้เร่งรัดการก่อสร้างสะพานรถไฟแห่งใหม่ข้ามแม่น้ำโขงโดยเร็วเพื่อเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์รถไฟจีน-ลาว ซึ่งในอนาคตทางลาวยังมีแผนขยายเส้นทางรถไฟต่อไปเชื่อมต่อกับ “ท่าเรือหวุ่นอ๊าง” ของเวียดนาม เพื่อขนส่งสินค้าไปทางทะเลอีกทางหนึ่ง

2) ขอให้การช่วยเหลือกับแรงงานลาวที่ต้องการเดินทางกลับมาทำงานในประเทศไทยอีกประมาณ 400,000-600,000 คน (แรงงานถูกกฎหมายไม่เกิน 300,000 คน) และแรงงานไป-กลับอีกเท่าตัว โดยหอการค้าจะช่วยเรื่องการตรวจสอบโควิด-19 และวัคซีน

3) ขอให้เร่งรัดการเปิดด่านท่าเรือใน 3 จังหวัด ซึ่งเป็นด่านที่ค้าขายตามประเพณี 4) ขอให้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-ลาว (JC) ในเดือนมีนาคม 2565 พิจารณาเรื่องบันทึกข้อตกลงการดูดทราย ซึ่งยังติดขัดเงื่อนไขพื้นที่ตามที่ JC ทำข้อตกลงไปเมื่อปี 2551 ส่งผลให้ธุรกิจดูดทรายปิดตัวไปจำนวนมาก

และ 5) ขอให้ประสานรัฐบาลเรื่องการปรับลดระยะเวลาการกักตัวนักธุรกิจไทยจาก 14 วัน เหลือ 3 วัน ในโรงแรมที่รัฐบาลกำหนด และอีก 11 วันในบริษัท หรือบ้านพัก เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ด้านนายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนได้ติดตามผลดี-ผลเสียการเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีนอย่างต่อเนื่อง โดยจะรวบรวมปัญหาเพื่อนำไปหารือกับ กรอ.พาณิชย์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟ

คาดว่า จะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมประมาณกลางปี 2565 เพื่อให้ทันกับฤดูการผลิตผลไม้และต้องการให้ภาครัฐเร่งก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามชายแดนไทย-ลาวที่ จ.หนองคาย ให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นด้วย

เข้มโควิดผลไม้ไทยเสียหายหนัก

ด้าน นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าผลไม้และส่งออกผลไม้ไทย กล่าวว่า ทางรถไฟลาว-จีนทำให้การขนส่งสินค้าจากคุนหมิงมาเวียงจันทน์ “สั้นมาก” จนเป็นที่น่าสังเกตว่า ในอนาคตอาจจะเกิดการผูกขาดตลาดรับซื้อผลไม้ของไทยหรือไม่

ที่ผ่านมามีนักลงทุนจีนขยายการทำธุรกิจรวบรวมรับซื้อผลไม้ (ล้ง) ในไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ราย ส่งผลให้ล้งไทยมีจำนวนลดลงอย่างมากเหลือเพียง 30-40% หากในอนาคตทั้งผู้นำเข้า-ล้งเป็นของจีน และยังสามารถบริหารจัดการเส้นทางขนส่งได้อีก ไทยอาจจะไม่สามารถกำหนดราคารับซื้อผลไม้ได้แล้ว

ซึ่งตอนนี้เท่าที่ประสบอยู่ ไทยก็ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบโควิด-19 ที่ฝ่ายจีนกำหนด การถูกตรวจสอบเรื่องศัตรูพืช-สารตกค้าง ขณะที่ด่านนำเข้าของฝ่ายไทยยังไม่มีการตรวจสอบเรื่องนี้ แถมยังมีการลดภาษีนำเข้าตามกรอบ FTA อีกด้วย

“จีนไม่ยอมรับใบตรวจสอบโควิด-19 ของฝ่ายไทย แต่ขอไปตรวจเอง แต่สิ่งที่พบคือ ซากโควิด-19 ติดภาชนะจากไหนก็ไม่รู้ สั่งทำลายลำไยไทยไป 2 ตู้ การใช้เวลาตรวจสอบที่ด่านก็ยาวนานขึ้น จากเดิม 1-2 วัน กลายเป็น 8-10 วันก็เสียหายมาก

ประกอบกับตอนนี้มีผลไม้จากเวียดนามเข้ามาด้วย ล่าสุดด่านจีนมีการตรวจสอบจากวันละ 1,600 เที่ยว เหลือเพียงวันละ 450 เที่ยว ทำให้ตู้ผลไม้จากไทยเข้าไปได้น้อยมาก ตอนนี้ต้องเตรียมความพร้อมฤดูผลไม้ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าด้วยการให้รัฐบาลเร่งเจรจาหาทางให้ผลไม้ไทยขนส่งขึ้นรถไฟลาว-จีนให้ได้

เพราะหากขึ้นรถไฟได้ไม่ต้องติดขัดที่ด่านทางบกอีก วิ่งทะลุไปจีนได้เลย ต้องคุยกันเรื่องพิธีสารศุลกากร ล่าสุดผู้ส่งออกไทยขาดทุนจากการที่ตู้ไปติดอยู่ที่ด่านไปแล้วน่าจะประมาณ 1,000 ล้านบาท ขายได้ราคาไม่ถึงครึ่ง” นายสัญชัยกล่าว

โดยการส่งออกผลไม้ไปจีนที่ชะลอตัวลงจากปัญหาข้างต้น มีผลทำให้ราคาลำไยนอกฤดูของไทยลดลงจาก กก.ละ 28-35 บาท เหลือ 15-18 บาท หรือหายไป 50% และกำลังขยายไปสู่ราคาสับปะรดภูแล จ.เชียงราย ลดลงจาก กก.ละ 7-12 บาท เหลือ 4 บาท อนาคตหลังเดือนกุมภาพันธ์อาจทำให้สินค้าผลไม้ทั้งมังคุด-ทุเรียนเสียหายมากขึ้นอีก แม้ว่าจะมีการทดสอบให้เปิดด่านบ่อเต็น 5 ตู้ ตู้ละ 20 ตัน ก็ถือว่าน้อยหากเทียบกับการส่งออกปกติที่ด่านนี้ส่งออกเป็น 100 ตู้คอนเทนเนอร์

ขณะที่นายมณฑล ปริวัฒน์ นายกสมาคมผู้ค้าผลไม้ยุคใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด่านบ่อเต็นที่ปิดและมีการทดสอบการตรวจเชื้อโควิด-19 นั้น ในขณะนี้อนุญาตเปิดโควตาให้ไทยนำเข้าได้วันละ 20 ตู้ ทำให้ตู้ตกค้างและเกิดความเสียหาย ยกตัวอย่าง ทุเรียน ซื้อราคากล่องละ 1,000 หยวน ขายได้ 600 หยวน (กล่องละ 18.5 กก.) ลงทุนแต่ละตู้ 1-2 ล้านบาทขึ้นไป ก็เท่ากับว่าขาดทุนเกือบ 50%

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน มองว่า รถไฟลาว-จีนเป็นโอกาสในการส่งออกและนำเข้าสินค้าของไทย ช่วยลดต้นทุนการส่งออก แต่พื้นที่ขนส่งในรถไฟอาจจะไม่เพียงพอกับปริมาณสินค้าส่งออกของไทย ซึ่งมีปริมาณมากในแต่ละปี เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด

“อนาคตหลังโควิด-19 คลี่คลายลงจะเป็นโอกาสที่นักลงทุนทั้งสองฝ่ายจะลงทุนระหว่างกัน โดยการลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) ในพื้นที่รถไฟลาว-จีน ปัจจุบันพบว่ามีนักลงทุนจีนใช้พื้นที่ใกล้เคียงสถานีรถไฟความเร็วสูงเป็นจุดวางสินค้าเพื่อรอการขนส่งข้ามแดน ยังไม่มีรูปแบบแวร์เฮาส์”

ล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวหลังจากมีการเปิดสำนักงานประสานงานทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการค้าเขตเสิ่นเจิ้นประจำประเทศไทยว่า ได้สั่งการให้จัดทำกรอบความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน หรือ “MINI-FTA” ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทยและเมืองเสิ่นเจิ้น จากที่ทำไปแล้วกับไห่หนาน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

และจะทำกับกานซู่ต่อไป “เสิ่นเจิ้นถือเป็นผู้นำเข้าผลไม้ของไทย และทางจีนมีนโยบายพัฒนาเสิ่นเจิ้นให้เป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดในจีน ส่วนกรณีที่จีนมีมาตรการควบคุมการปนเปื้อนโควิด-19 ในสินค้าผลไม้ รวมถึงผลไม้กระป๋องและอาหารทะเลกระป๋อง ไทยจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและใบรับรองมาตรฐานสินค้าที่ครบถ้วนเพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าโดยเฉพาะผลไม้เข้าตลาดจีนให้ได้”

ทั้งนี้ มูลค่าการค้าไทย-จีนช่วง 10 เดือนแรกปี 2564 รวม 2.68 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19.3% ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของไทย ขยายตัว 31.95% ส่วนการส่งออกผลไม้ไทยในช่วง 10 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ต.ค.) ตลาดจีนเป็นตลาดที่สำคัญที่สุด มีสัดส่วน 85% ของการส่งออกผลไม้ แม้ที่ผ่านมาจะมีปัญหาอุปสรรคจากโควิด-19 และการปิดด่าน แต่การส่งออกก็ยังขยายตัวได้ถึง 86%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...