โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบซากเรือจากกองเรือของ “วาสโก ดา กามา” นักสำรวจชื่อดังชาวโปรตุเกส ในประเทศโอมาน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ก.ค. 2566 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 18.17 น.
วาสโก ดา กามา (Vasco da Gama)

นักโบราณคดีพบซากเรือนอกชายฝั่งประเทศโอมานซึ่งคาดว่าจะเป็นเรือเอสเมอรัลดา (Esmeralda) หนึ่งในกองเรือของ “วาสโก ดา กามา” (Vasco da Gama) ซึ่งจมลงระหว่างการเดินทางไปยังอินเดียเป็นครั้งที่ 2 ของนักสำรวจชื่อดังชาวโปรตุเกส ทั้งนี้จากการประกาศของกระทรวงมรดกของชาติและวัฒนธรรม ประเทศโอมาน

ซากเรือลำนี้ถูกพบตั้งแต่ปี 1998 แต่มิได้ถูกสำรวจมาก่อนจนกระทั่งปี 2013 เมื่อ Bluewater Recoveries บริษัทสำรวจทางทะเลได้ร่วมมือกับรัฐบาลโอมาน ทำการขุดค้นเป็นเวลา 2 ปี ในจุดที่ถูกพบใกล้กับเกาะอัลฮัลลานิยาห์ (Al Hallaniyah) ซึ่งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่เป็นระยะทาง 28 ไมล์

“อ่าวตรงจุดที่ถูกพบมีความสอดคล้องทางภูมิศาสตร์อย่างสมบูรณ์กับจุดที่เรือจมตามคำบรรยายของบรรดาผู้บันทึกประวัติศาสตร์” เดวิด เมอร์น (David Merns) จาก Bluewater Recoveries กล่าว

แม้จะไม่พบซากลำเรือหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ของตัวเรือ แต่นักโบราณคดีได้ค้นพบโบราณวัตถุกว่า 2,800 ชื้นที่ช่วยในการระบุถึงอัตลักษณ์ของเรือลำนี้ได้

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ถูกพบคือแผ่นโลหะทองแดงผสมซึ่งถูกตีตราสัญลักษณ์ราชวงศ์โปรตุเกส และระฆังสัมฤทธิ์ที่มีตัวเลข “498” ชี้ให้เห็นว่าเรือน่าจะถูกสร้างขึ้นในปี 1498 และเหรียญซึ่งทำขึ้นในลิสบอนระหว่างปี 1495-1501

เอสเมอรัลดา เป็นเรือธงจากกองเรือ 5 ลำ ที่ถูกวาสโก ดา กามา ละทิ้งไปพร้อมกับเรือเซาเปโดร ระหว่างการเดินทางออกจากอินเดียเพื่อกลับไปยังลิสบอนเมื่อปี 1503

เรือทั้งสองเป็นเรือที่บังคับโดยวิเซนเต และ บราส โซเดร (Vicente and Bras Sodre) ญาติอาวุโสฝ่ายแม่ 2 คนของ วาสโก ดา กามา ซึ่งมีภารกิจในการตรวจตราน่านน้ำบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย เพื่อปกป้องโรงงานที่เพิ่งตั้งขึ้นของโปรตุเกส แต่พวกเขากลับแล่นเรือไปยังอ่าวเอเดน (Gulf of Aden) ซึ่งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอาระเบียและแอฟริกาเพื่อปล้นสะดมภ์เรืออาหรับ ก่อนเผาเรือทิ้งโดยไม่ละเว้นชีวิตเหยื่อที่ถูกปล้น

ในเดือน พฤษภาคม 1503 กองเรือนี้ได้ทอดสมออยู่ที่เกาะอัลฮัลลานิยาห์ ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านได้เตือนนักเดินเรือชาวโปรตุเกสกลุ่มนี้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึงของพายุขนาดใหญ่ แต่ด้วยความมั่นใจเกินเหตุสองพี่น้องโซเดร ทั้งคู่ไม่สนใจคำเตือนจากชาวบ้านเลือกที่จะทอดสมอในจุดเดิม ขณะที่เรือลำเล็กกว่าจากกองเรือเดียวกันได้ย้ายไปยังจุดปลอดภัยอีกฝั่งของเกาะ

เมื่อลมพายุมาถึง เรือทั้งสองลำได้หลุดจากจุดทอดสมอและชนเข้ากับโขดหินริมชายฝั่ง ทำให้เรือทั้งสองจมลง ซึ่งลูกเรือส่วนใหญ่ของเรือเซาเปโดรสามารถเอาตัวรอดมาได้ แต่ลูกเรือของเอสเมอรัลดาทั้งหมดรวมถึงผู้บัญชาการเรือวิเซนเต โซเดร ต่างสูญหายไปในท้องน้ำที่ลึกกว่า ทั้งนี้จากรายงานในวารสารนานาชาติด้านโบราณคดีทางทะเล ของเมอร์น

“มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่า จุดเรือจมแห่งนี้จะเป็นซากเรืออื่นไปได้นอกจาเรือเซาเปโดร หรือเอสเมอรัลดา” เมอร์นกล่าว

แม้บันทึกทางประวัติศาสตร์ทำให้เชื่อได้ว่า ซากเรือลำนี้จะเป็นเรือเอสเมอรัลดามากกว่าเรือเซาเปโดร โดยมีเบาะแสสำคัญคือการพบลูกปืนใหญ่ซึ่งมีอักษรสลักว่า “VS” ซึ่งน่าจะหมายถึง วิเซนเต โซเดร ผู้บังคับเรือเอสเมอรัลดา แต่นักวิจัยยังมองว่า หลักฐานที่จะใช้สรุปเป็นที่แน่ชัดว่าซากเรือดังกล่าวเป็นของเรือเอสเมอรัลดายังไม่ครบถ้วน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Discovery (http://news.discovery.com/history/archaeology/explorer-vasco-da-gamas-shipwreck-found-160315.htm)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 มีนาคม 2559

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...