โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยเผยความคืบหน้าผลวิจัย สมุนไพรเคอร่า รักษาโควิดเเละอีกหลายโรค

อีจัน

อัพเดต 05 ก.ค. 2566 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2566 เวลา 10.48 น. • อีจัน

หรือนี่จะเป็นสัญญานดี ถ้ามียาดี โควิดที่เราเคยกลัวเเละผวา จะมีผลกับชีวิตเราน้อยลง!

ใช่ค่ะอีจันกำลังพูดถึงยาที่มีผลกับการรักษาโควิด ที่ก่อนหน้านี้ อีจันเเละเพื่อนอีจันใช้ยาตัวนี้รักษามาตลอด เเละจากการสังเกตุตัวเอง ยาตัวนี้ออกฤทธิ์เเละประสิทธิภาพค่อนข้างดี

Kerra (เคอร่า) คืออะไร

เคอร่า (KERRA) เป็นยาสมุนไพรที่พัฒนามาจาก ตำรายาครอบไข้ตักศิลา มีสารสกัดในยานี้ประกอบไปด้วยแก่นจันทร์แดง , แก่นจันทร์ขาว , หัวคล้า , รากฟักข้าว , รากมะนาว , รากสะแก , เถาย่านาง ,บอระเพ็ด และอื่นๆ มีฤทธิ์ในการรักษาอาการที่เกิดจากโรคโควิด-19

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางสถาบันการเเพทย์เเผนไทยใหม่เเละสถาบันอานนท์ไบโอเทค ได้เเถลงว่าสมุนไพรเคอร่าสามารถรักษาอาการโควิดเเละอาการอักเสบในโรคต่างๆได้ด้วย เเต่ก็ยังไม่ได้รับการกระจายข้อมูลสักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นข้อมูลทางการรักษา ที่ต้องอาศัยความเเม่นยำเเละละเอียดอ่อน

โดยวันนี้ถือเป็นอีกก้าว ได้นำทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ นำเสนอผลงานการวิจัยที่สำคัญของตำรับยาสมุนไพร “เคอร่า”

โดยมี 6 เรื่องที่ทางนีกวิจัยมีผลชี้ชัดอย่างเป็นทางการ

1.ผลการทดสอบสมุนไพรตำรับเคอร่าในห้องปฏิบัติการชีวเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยาเคอร่าในหลายด้าน พบฤทธิ์ในการยับยั้งไวรัสชนิดต่าง ๆ กว้างขวาง ฤทธิ์ป้องกันไวรัสเข้าสู่เซลล์ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ฤทธิ์ทำให้เซลล์มะเร็งตาย

1.1ในด้านการยับยั้งไวรัส พบประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนา(SARS-CoV-2) เเละมีประสิทธิภาพสูงกว่าฟ้าทะลายโจรถึง 600 เท่า สูงกว่ายา Ritronavir 500 เท่า รวมทั้งยับยั้งกลไกการขยายตัวเชื้อไวรัสโคโรนา(SARS-CoV-2) ชนิด RdRp ที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายา ฟาวิพิราเวียร์

และยังพบประสิทธิภาพการยับยั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A (H1N1) ไวรัสไข้เลือดออก (Dengue) ไวรัสเอดส์ HIV ไวรัสเริม Herpes Simplex ไวรัส HPV16 และ HPV18 ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญของมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งไวรัสที่ระบาดในสัตว์

1.2 พบฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ โดยกลไกการยับยั้งไซโตไคน์ที่ก่อการอักเสบ คือ IL-1b, IL-6 และ TNF-alpha ซึ่งไซโตไคน์เหล่านี้มีผลทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด

นอกจากนั้นพบฤทธิ์การทำให้เซลล์มะเร็งตายเองแบบ Apoptosis โดยกลไกการกระตุ้นโมเลกุลสวิทช์ที่ชื่อว่า Caspase-8 และ Caspase-9 ซึ่งเป็นสวิตช์ระดับโมเลกุลสำหรับการตายของเซลล์แบบอะพอพโตซิส ซึ่งในเซลล์มะเร็งจะมีการสูญเสียโมเลกุลนี้ ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตอย่างต่อเนื่องและไม่ตาย

โดย ผศ.ดร.สุริยัน สุขติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และคณะ ในกลุ่มตัวอย่างอาสาสมัครสุขภาพดี ผลการวิจัยพบว่า การรับประทานยาแคปซูลเคอร่า 8 แคปซูลต่อวัน คิดเป็นปริมาณ 4,000 มก.ต่อวัน เป็นเวลา 14 วันติดต่อกัน มีความปลอดภัย โดยเมื่อเปรียบเทียบผลการตรวจเลือดการทำงานของตับ ไต ค่าเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว

เเละที่สำคัญมีการทดลองโดยการใช้ยาเคอร่ารักษาจริงๆ

นายแพทย์รังสรรค์ บุตรชา นายแพทย์เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาธิปัตย์และคณะ เผยการทดลองกลุ่มตัวอย่างเป็น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคโควิดที่มารับบริการที่โรงพยาบาลประชาธิปัตย์จำนวน 230 คน โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่รับประทานยาสมุนไพรตำรับเคอร่า และกลุ่มที่รับประทานยาโมลนูพิราเวียร์ ผลวิจัยพบว่าทั้งสองกลุ่มมีอาการของโรค โควิด-19 ดีขึ้น ไม่มีการส่งต่อเพื่อรับการรักษาอาการที่รุนแรงมากขึ้น และไม่พบผู้เสียชีวิต สรุปได้ว่าผู้ป่วยโรค โควิด-19 ที่รับประทานยาโมลนูพิราเวียร์ หรือสมุนไพรตำรับเคอร่า มีประสิทธิภาพการรักษาไม่แตกต่างกัน จึงนับว่าสมุนไพรเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19

ก่อนที่ ดร.ผุสดี สระทอง และคณะ จะเผยผลวิจัยเพิ่มว่า ได้ใช้ยากลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรค โควิด สายพันธุ์เดลต้า ที่เข้ารับการรักษาในเครือข่ายโรงพยาบาลประชาธิปัตย์เช่นกัน จำนวน 4,399 คน ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 2,838 คน ใช้สมุนไพรตำรับเคอร่า จำนวน 2,510 คน

พบว่ามีผู้ที่รับยาฟาวิพิราเวียร์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามภายใต้การดูแลของโรงพยาบาล จำนวน 2,799 คน มีเหนื่อยต้องให้ออกซิเจนออกซิเจนจำนวน 77 คน

ในขณะที่ผู้ที่ใช้สมุนไพรตำรับเคอร่ารับยาและพักรักษาตัวที่บ้านไม่พบผู้ส่งต่อที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการรักษา พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 19,784.14 บาท ส่วนสมุนไพรตำรับเคอร่ามีค่าใช้จ่าย เฉลี่ยคนละ 750 บาท

ซึ่งผลการวิจัยทั้งหมดจะได้นำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรพัฒนาที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคโควิด

อันจะเป็นการส่งเสริมการใช้สมุนไพรภายในประเทศให้แพร่หลาย และส่งออกสู่ระดับนานาชาติต่อไป

สรุปได้ว่า สมุนไพรเคอร่า จากผลการวิจัยทั้งหมดสามารถรักษาโควิดได้ เเละมีความปลอดภัย ไม่มีผลกระทบกับร่างกาย เพราะเป็นยาสมุนไพร ไม่ใช่ยาเคมี ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องการทิ้งสารตกค้างในร่างกาย

เเละเตรียมนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อใช้ในการรักษาในไทยเเละต่างประเทศ เเถมราคาจับต้องได้ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา

หากในอนาคต ยาเคอร่าถูกใช้ในการรักษาอาการโควิดเเละโรคอื่นๆถือเป็นเรื่องดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...