โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาง 4 ปัจจัยพัฒนาเมืองยุคใหม่ ต้องเป็นแบบ‘เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน’

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

‘ดร.ทวารัฐ’ชี้การพัฒนาเมืองยุคใหม่ ต้องเป็นแบบ‘เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน’ ยกกรณีศึกษาความสำเร็จ‘มหาวิทยาลัยเชียงใหม่’ใช้แนวคิด‘มหาวิทยาลัยสีเขียว’ ลดปล่อยคาร์บอนได้สูงถึง 32%

12 มีนาคม 2568 ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) เข้าร่วมงาน THE NOVA EXPO 2025 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Green Innovation Revolution and Green Data Center : นวัตกรรมสีเขียวปฏิวัติโลก” จัดโดย อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค พร้อมร่วมบรรยายในหัวข้อ “ Smart & Learning Cities : Building Sustainable Urban Development”

ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า เมืองอัจฉริยะ คือแนวคิดที่นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้นการพัฒนาเมืองต้องเป็นแบบ เมืองอัจฉริยะยั่งยืน “Sustainable Smart City” ที่เน้นความยั่งยืนในทุกด้าน เช่น พลังงานทดแทน การบริหารจัดการขยะอัจฉริยะ ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารภาครัฐแบบดิจิทัล

ดร.ทวารัฐ กล่าวด้วยว่า ความท้าทายในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) คือ ต้องเผชิญกับเทคโนโลยีและระบบที่ล้าสมัย มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง และระบบที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ คนในสังคมมีเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัล ส่งผลให้บางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ ในด้านสิ่งแวดล้อมมีการใช้พลังงานสูง และได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นจึงพบว่า 30% ของโครงการเมืองอัจฉริยะล้มเหลว เนื่องจากปัญหาด้านความยั่งยืน

ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้ประสบความสำเร็จ ว่า จะต้องมี 4 ปัจจัยได้แก่

1. Data-Driven Enhancement คือการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

2. Adaptive Systems คือการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์

3. Inclusive Ecosystems คือการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

4. Learning Organisms คือ เมืองต้องพัฒนาและเรียนรู้จากข้อมูลประชากรและสิ่งแวดล้อม

ดร.ทวารัฐ ได้ยกตัวอย่าง โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะยั่งยืน ที่ประสบความสำเร็จ คือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยใช้แนวคิด Green University สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลง 32% ผ่านเทคโนโลยีแบบโมดูลาร์และพลังงานหมุนเวียน และได้ยกเทคโนโลยี Digital Twin ของสิงคโปร์ ที่ใช้แบบจำลองดิจิทัลที่อัปเดทตลอดเวลา สามารถขยายอายุการใช้งานโครงสร้างพื้นที่ได้อีก 15-20% ส่วนที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ก็ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล Barcelona’s Digital Commons ที่เปิดให้ประชาชนเสนอแนวทางพัฒนาเมืองได้ สุดท้ายคือเมืองโคเปนเฮเกน ก็ใช้ข้ออัจฉริยะจาก Copenhagen’s Climate Solutions ในการบริหารจัดการน้ำ ลดความเสียหายจากอุทกภัยลง 60%

“อย่างไรก็ตาม เมืองอัจฉริยะที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับ โครงสร้างที่สามารถปรับตัวและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเมืองต้องคำนึงถึง เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล ความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเมืองแห่งอนาคต” ดร.ทวารัฐ กล่าว

หลังจากการบรรยาย ดร.ทวารัฐ พร้อมด้วย ดร.เกชา ธีระโกเมน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด ได้เยี่ยมชมการแสดงเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมการก่อสร้างสมัยใหม่ เพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวมนวัตกรรมจากกว่า 100 บริษัท ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ในงาน THE NOVA EXPO 2025 ยังจัดการสัมมนาเพื่อสังคมโลกสีเขียว ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2568 ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 103 -104

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...