โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: หูฟังคือตัวการทำหูหนวก จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2568 เวลา 23.08 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

24 มีนาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

หนึ่งในความเชื่อที่สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับปัญหาด้านการได้ยิน ได้แก่การอ้างว่าสาเหตุของการหูหนวกคือการฟังเพลงจากหูฟัง โดยเชื่อว่าการที่ลำโพงของหูฟังอยู่ใกล้กับหูชั้นกลางและหูชั้นใน คือสาเหตุที่นำไปสู่ปัญหาด้านการได้ยิน

บทสรุป :

1.ผลกระทบจากเสียง มาจากความดังของเสียง ไม่ใช่ระยะทางระหว่างหูและแหล่งกำเนิดเสียง
2.แต่พฤติกรรมการเปิดเสียงดังแข่งกับเสียงรบกวนจากภายนอก อาจสร้างผลเสียต่อผู้ที่ใช้หูฟัง
3.ทางแก้คือใช้หูฟังชนิดที่สามารถป้องกันเสียงรบกวนหรือใช้โปรแกรมตัดเสียงรบกวน

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

แท้จริงแล้ว ความเชื่อดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตามความเห็นของ ดร.คอรี พอร์ตนัฟ นักโสตสัมผัสวิทยา มหาวิทยาลัยโคโลราโด ซึ่งชี้แจงว่า ผลกระทบต่อการได้ยิน มาจากระดับความดังที่หูสัมผัส ไม่เกี่ยวกับระยะทางระหว่างหูและแหล่งกำเนิดเสียง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า ระดับเสียงในสิ่งแวดล้อมที่ต่ำกว่า 60 เดซิเบล ไม่ส่งผลต่อสุขภาพด้านการได้ยิน ไม่ว่าจะฟังนานเท่าใด แต่การฟังเสียงในสิ่งแวดล้อมที่ดังกว่า 70 เดซิเบลเป็นเวลานาน อาจสร้างปัญหาด้านการได้ยินในอนาคต

ดร.คอรี พอร์ตนัฟ แนะนำสูตรการใช้หูฟังโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพด้านการได้ยิน คือสูตร 80/90 หรือการฟังเสียงจากหูฟังแค่ 80% ของความดังสูงสุด ไม่เกินวันละ 90 นาที หากฟังในระดับความดังที่ลดลง จะสามารถฟังได้นานขึ้น แต่หากฟังในระดับความดังที่เพิ่มขึ้น เวลาที่ฟังควรจะลดลง เช่น หากฟังเสียงจากหูฟังแค่ 60% ของความดังสูงสุด ก็จะสามารถฟังเสียงจากหูฟังได้นานขึ้น

เว็บไซต์ The Ent Specialists ซึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคหูคอจมูก แนะนำสูตรการฟังแบบ 60/60 คือฟังเสียงจากหูฟังแค่ 60% ของความดังสูงสุดไม่เกินครั้งละ 60 นาที

ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า โดยทั่วไประดับเสียงสูงสุดจากอุปกรณ์การฟังแบบพกพาจะอยู่ที่ 105-110 เดซิเบล ดังนั้นหากฟังเสียงที่ระดับ 80% จะได้ยินเสียงที่ระดับความดังประมาณ 85 เดซิเบล หากฟังเสียงที่ระดับ 60% จะได้ยินเสียงที่ระดับความดังประมาณ 70 เดซิเบล

อย่างไรก็ดี ปัญหาการได้ยินจากการใช้หูฟังยังมาจากการเร่งเสียงหูฟังแข่งกับเสียงรบกวนจากภายนอก ตามความเห็นของ ดร.แดเนียล ฟิงค์ คณะกรรมการของ The Quiet Coalition องค์กรรณรงค์การลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากมลภาวะทางเสียง

ดร.แดเนียล ฟิงค์ มองว่าพฤติกรรมของคนใช้หูฟังเวลาอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงรบกวน คือการแก้ปัญหาด้วยการเปิดเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงรบกวน เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงปัญหาด้านการได้ยินมากขึ้นไปอีก

ดร.แดเนียล ฟิงค์ และ ดร.คอรี พอร์ตนัฟ ให้คำแนะนำว่าในกรณีที่จำเป็นต้องใช้หูฟังในบริเวณที่มีเสียงรบกวน ควรเลือกใช้หูฟังชนิดที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก เช่น หูฟังชนิด Over-Ear หรือ In-Ear หรือใช้อุปกรณ์ที่มีโปรแกรมตัดเสียงรบกวน ก็สามารถช่วยได้อีกทางหนึ่ง

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.nytimes.com/2022/08/16/well/live/headphones-hearing-loss.html
https://theentspecialists.in/unplugging-the-myths-does-wearing-earphones-cause-harm/
https://www.rtings.com/headphones/learn/over-ear-vs-on-ear-vs-in-ear-vs-earbuds-comparison

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...