โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส.ก.จี้ถาม - รองผู้ว่าฯ แจงรัวๆ ปมขอขยายเวลา ‘สร้างดาดท้องคลอง’ กันน้ำท่วมกทม.ชั้นใน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 10.31 น.

ส.ก.ผลัดกันถาม – รองผู้ว่าฯ-หัวหน้าโยธาเขตฯ แจงรัวๆ ปมขอขยายเวลา ‘สร้างดาดท้องคลอง’ กันท่วม ก่อนสภากทม.ไฟเขียว

เมื่อวันที่ 23 เมษายน เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุม สภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2568

โดยวันนี้มีวาระที่น่าสนใจคือ ระเบียบวาระที่ 6 เรื่องที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอ ‘ญัตติขอความเห็นชอบขยายระยะเวลาการดำเนินการรายการผูกพันงบประมาณโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. (ดาดท้องคลอง) คลองสวนน้อยอ้อย จากบริเวณคลองบางซื่อ ถึงบริเวณถนนทหาร’

ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ เป็นตัวแทนฝ่ายบริหาร เสนอญัตติต่อที่ประชุม

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. (ดาดท้องคลอง) คลองสวนน้อยอ้อยฯ มีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี 2567-2568 บริหารสัญญา 300 วัน วงเงิน 59,600,000 บาท ได้รับงบฯ รายจ่ายประจำปี 2566 เป็นเงินจำนวน 8,000,000 บาท และได้รับอนุมัติให้กันเงินงบไว้เบิกเหลื่อมปีในปี 2568 ส่วนที่เหลือผูกพันงบประมาณฯ เป็นเงิน 51,600,000 บาท

เหตุผลเนื่องจาก กทม.มีความจำเป็นในการก่อสร้าง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการจนได้ตัวผู้รับจ้างแล้วคือ บริษัท บุญนำโชค วิศวกรรม จำกัด เป็นงินจำนวน 35 ล้านบาท กำหนดยืนเวลา 180 วัน ครบกำหนดวันที่ 5 ก.ย.2568 โดยปัจจุบันไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ เนื่องจากระยะเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จ เกินกว่าระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ตามที่ สภากทม.ได้ให้ความเห็นชอบไว้ จึงจำเป็นต้องขอขยายเวลาก่อสร้างโครงการฯ ในช่วงดังกล่าว

“จากเดิมดำเนินการ 2 ปีคือ 2567-2567 เป็น 3 ปี คือ 2567-2569 คาดการณ์ว่าจะลงนามสัญญา เม.ย.2568 และสิ้นสุดสัญญา ก.พ. 2569” นายจักกพันธุ์กล่าว

ก่อนหยิบยกข้อบัญญัติ กทม. พ.ศ.2563 ข้อ 33 ซึ่งระบุไว้โดยมีใจความว่า หน่วยรับงบประมาณฯ จะก่อหนี้ผูกพันงบฯ มากกว่า 1 ปีขึ้นไป หรือขยายเวลาโครงการการได้ ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากทาง สภากทม.

จากนั้น นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรีกล่าวถึงปัญหาอุปสรรค วงเงินโครงการที่สูงถึง 59,600,000 บาท ส่งผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องใช้เวลา ส่วนนี้เป็นเหตุผลหรือ?

“ถ้าหากว่าขอบเขตวงเงินถึง 50 ล้านขึ้นไป จะต้องมีข้อเสนอพิเศษ จึงใช้เหตุผลนี้มาขอขยายระยะเวลา ตนขอถามเรื่องนี้เป็นประเด็นแรก”

นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 การประสานกับหน่วยงาน เช่น สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขตอื่นๆ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยดำเนินการออกแบบและประมาณราคา ซึ่งใช้เวลาในการดำเนินการนานกว่าปกติ ข้อนี้ก็ยิ่งสงสัยว่าตอนที่ท่านของบบฯ ประจำปีมา ไม่มีแบบหรือ แล้วเช่นนั้น จะต้องไปแก้แบบตรงไหน

“เอกสารที่ส่งให้ผมดู ไม่ทราบว่าได้ครบเหมือนกับทุกท่านหรือไม่ ตรงไหนที่ต้องมีการแก้แบบ แก้ตรงไหน ผิดไปจากตอนที่ของบฯ อย่างไร ถึงต้องเป็นปัญหาและอุปสรรคในการขอขยายเวลาครั้งนี้” นายวิรัตน์กล่าว และว่า

ตนได้ยินเรื่องการเขียนเรื่องปัญหาและอุปสรรคทำนองนี้หลายครั้ง ในที่ประชุมสภาฯ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าออกแบบไม่เสร็จแล้ว ท่านประมาณราคาได้อย่างไร หรือถ้าออกแบบเสร็จ ประมาณราคา ของบฯ ได้ไปแล้ว แล้วไปแก้ไขจากนั้นกลับสู่สภาฯ เพื่อให้เราได้รับทราบอันนี้เข้าใจ แต่ประเด็นที่ 2 ท่านแก้ตรงไหน มีการประมาณราคาใหม่หรือไม่ ? ขอคำตอบจาก 2 ข้อนี้ ว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ แตกต่างจากจัดซื้อจัดจ้างทั่วไปอย่างไร” นายวิรัตน์กล่าว

จากนั้น นายจักกพันธุ์ รองผู้ว่าฯ กล่าวชี้แจงว่า เอกสารที่สมาชิก ส.ก.ได้รับนั้น ตนต้องขออภัยด้วย ยอมรับว่าเอกสารฉบับนั้นเป็นเอกสารเก่า ไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เริ่มจากที่มีการติดตามงบเรื่องการก่อสร้างนี้ ในครั้งแรกๆ สำนักงานเขตดุสิต รายงานอย่างนั้นจริง แต่ข้อเท็จจริงแล้ว เหตุผลประการสำคัญน่าจะมี 2-3 ประการ

“อย่างแรกต้องยอมรับว่า หลักๆ แล้วสำนักงานเขตดุสิต ทำโครงการนี้ช้า 2.มีความจำเป็นต้องเข้าไปใช้พื้นที่หน่วยงานราชการ ซึ่งทางเขตได้ประสานงานทั้งทางวาจาและหนังสือ แต่ปรากฏว่าหนังสือที่ตอบมามีความล่าช้า ทำให้เขตไม่สามารถเข้าดำเนินการได้

ยอมรับว่า ขั้นตอนทำงานของเขต มีความผิดพลาดหลายขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำเรื่องเพื่อมาเสนอของรายงานการจาก จากปลัดกทม. เพราะเนื่องจากวงเงินเกิน 30 ล้าน จะต้องเสนอถึงข้างใน ทำให้ใช้เวลาเสนอนาน ประกอบกับการทำราคากลางของเขตฯ เลย 30 วัน จึงทำให้มีการแก้ไข” นายจักกพันธุ์เผย

นายจักกพันธุ์กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญคือว่า คลองนี้ฯ ในขณะที่เขตจะเข้าไปทำ ปรากฏว่าไปทับซ้อนกับโครงการก่อสร้างรถฟ้าสายสีม่วง ซึ่งขณะนี้มีการแก้ปัญหาส่วนนั้นเรียบร้อยแล้ว สรุปคือเมื่อได้ผู้รับจ้างแล้ว ก็จะสามารถก่อหนี้ และเข้าทำงานได้เลย ส่วนอุปสรรคที่กล่าวมา 2-3 เรื่องนั้น ได้มีการแก้ไขหมดแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อรองผู้ว่าฯ ชี้แจ้ง นายวิรัตน์ ส.ก.เขตมีนบุรี ได้ลุกขึ้นกล่าวขอบคุณที่แจ้งข้อเท็จจริง โดยเสนอแนะเรื่องการทำเอกสารให้ครบถ้วน และตรวจสอบก่อน ในการประกอบการพิจารณาญัตติไม่ควรมาปรับแก้ หรือบอกกล่าวในที่ประชุม เพราะเป็นวงเงินจำนวนไม่ใช่น้อย

ด้าน นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง กล่าวว่า ตนพอจะจำได้ว่าโครงการนี้ ต้นเรื่องคือสำนักงานเขตดุสิต ได้รับงบดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งตนเคยเชิญเจ้าหน้าที่เขตดุสิตและบางซื่อ มาสอบถามว่าล่าช้าเพราะเหตุใด ซึ่งได้แจ้งว่า “คำนวนราคาผิด” เป็นการเสนอราคาผิด จึงดำเนินการต่อไม่ได้

“ผมไม่แน่ใจว่าฝ่ายโยธาฯ จะต้องเป็นต้นเรื่องในการประเมินราคา ไม่ว่าจะถนน เขื่อนดาดท้องคล้อง เขื่อนป้องกันปัญหาน้ำท่วมต่างๆ เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ ต้องคำนวณก่อนเสนอสำนักงบประมาณ”

“ผมจึงอยากฝากยังผู้บริหาร กทม.ว่า โครงการนี้เกิดการคำนวนราคาผิดพลาด ทำให้งานล่าช้า จึงต้องขอขยาย เหตุผลความจำเป็นโดยผ่านกระบวนการพิจารณงบฯ สิ่งสำคัญคือ นอกเหนือจากราคากลางแล้ว อยากให้ทางเขต ได้ตอบข้อเท็จขริงเรื่องกระบวนการ และจากงบฯ จำนวนขนาดนี้ 35 ล้านบาท บริษัทฯทำได้จริงหรือไม่ นี่คือประเด็นที่สำคัญ”

“ทางสภาฯ และผม เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่วันนี้กระบวนการ ขั้นตอนพิจารณางบฯ ต่างหาก ที่จะดูว่าผิดพลาดอย่างไร อะไรผิดพลาด เราแก้กันได้เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมชั้นใน ได้ดำเนินการไปได้อย่างรวเร็ว เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ” นายสุทธิชัยกล่าว

จากนั้น นายชัยณรงค์ ปรีเปรม หัวหน้าฝ่ายโยธา เขตดุสิต กล่าวชี้แจงว่า จากประเด็นที่สอบถามมานั้น เรื่องที่ 1.ราคากลางที่บริษัทเสนอ 35 ล้านบาทสามารถดำเนินการได้หรือไม่นั้น ? ทางเขตฯ ได้ให้บริษัททำหนังสือแสดงความจำนงว่าดำเนินการได้ ซึ่งบริษัทยินดีทำเอกสารนี้ และสามารถจบงานก่อสร้างนี้ได้

ส่วน 2 เรื่องราคา จากการที่มีการขยายเวลาออกไปนั้น จากที่ตนสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ระบุว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องราคากลาง ที่เจ้าหน้าที่ทำผิดพลาด แต่เป็นปัญหาเรื่องการออกแบบมากกว่าที่ไม่ตรงกับหน้างาน ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงบริเวณสะพาน แต่ไม่ใช่การแก้ไขแบบเสียทีเดียว และไม่เกี่ยวกับราคากลางที่เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่

นายสุทธิชัย จึงกล่าวเสริมว่า ในมุมมองของตน เป็นการนั่งเทียนหรือไม่ ที่บอกว่าแบบไม่ตรงกับหน้างาน ยิ่งตลกไปใหญ่ ตรงนี้ก็อาจจะผิดพลาดได้ แต่ไม่ควร จึงขอฝากเรื่องไปยังผู้บริหาร กทม.

ต่อมา นายอำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค กล่าวเสริมถึงข้อสงสัยที่ว่า แบบไม่ตรงกับหน้างาน จะดำเนินการแก้ไขอย่างไร

“หรือหน้างานไม่ตรงกับแบบ ? เพราะหลังจากแผ่นดินไหวก็มีเหตุที่เป็นที่สนใจจากประชาชน เรื่องตึกถล่มและตึกร้าว และงบของกทม. ท่านชี้แจงว่า แบบไม่ตรงกับหน้างาน ท่านจะแก้หน้างานให้ตรงกับแบบ หรือแก้แบบให้ตรงกับหน้างาน” นายอำนาจชี้

โดย นายชัยณรงค์ หัวหน้าฝ่ายโยธาฯ เขตดุสิต ชี้แจงว่า รูปแบบจะเหมือนเดิมทั้งหมด เพียงแต่ ‘แผงกันดิน’ จากแบบเสียบแผงต่อ จะเปลี่ยนเป็นแบบหล่อที่หน้างาน

จากนั้น สมาชิก ส.ก.ร่วมลงมติ ด้วยองค์ประชุม จำนวน 37 จาก 49 คน โดยมติที่ประชุม เห็นชอบให้ ‘ขยายระยะเวลาการดำเนินการรายการผูกพันงบประมาณโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. (ดาดท้องคลอง) คลองสวนน้อยอ้อย จากบริเวณคลองบางซื่อ ถึงบริเวณถนนทหาร’ ด้วยเสียงเห็นชอบ 36 เสียง และงดออกเสียง 1 โดยไม่มีผู้ไม่เห็นชอบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.ก.จี้ถาม – รองผู้ว่าฯ แจงรัวๆ ปมขอขยายเวลา ‘สร้างดาดท้องคลอง’ กันน้ำท่วมกทม.ชั้นใน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...