โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สภาผู้ส่งออก คาด Q2/68 ส่งออกยังดี สหรัฐฯเร่งนำเข้าสินค้า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 20.16 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 13.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 24 เม.ย.-สภาผู้ส่งออก คาดไตรมาส 2 ของปี 2568 ส่งออกยังดี สหรัฐฯจะยังเร่งนำเข้าสต๊อกสินค้าระหว่างผ่อนปรน Reciprocal Tariff ส่วนครึ่งปีหลังต้องจับตา มองสหรัฐฯ เจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน และท้ายที่สุดอาจเรียกเก็บ Reciprocal Tariff 10% จี้นายกฯนั่งหัวโต๊ะ คณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชนรับมือรูปแบบการค้าใหม่

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2568 ส่งออกขยายตัว 15.2% มูลค่า 81,532.3 ล้านดอลลาร์ หรือ 2,757,249 ล้านบาท เป็นผลสืบเนื่องจากสหรัฐฯ เร่งออเดอร์สินค้า เร่งผลิต เพื่อหนีมาตรการภีตอบโต้ ส่วนไตรมาส 2 มองว่าส่งออกไทยยังดี สหรัฐฯจะยังเร่งนำเข้าสต๊อกสินค้าระหว่างผ่อนปรน Reciprocal Tariff ส่วนครึ่งปีหลังยังต้องจับตาเนื่องจากนโยบายภาษีของนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ปรับเปลี่ยนรายวัน แต่อย่างไรก็ตาม สภาผู้ส่งออกประเมินว่าสหรัฐฯ จะเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน และในท้ายที่สุดอาจมีการเรียกเก็บ Reciprocal Tariff ในอัตรา 10%

พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเร่งจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อรับมือรูปแบบการค้าใหม่ จาก Reciprocal Tariff และเพื่อวางแนวทางดำเนินการในระยะยาว โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เป็นคณะทำงานร่วม รวมถึงวางกลยุทธ์รายกลุ่มสินค้าและคู่ค้า โดยต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพการค้าและการลงทุนที่ได้รับผลจากนโยบายภาษีนำเข้า และเน้นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในกรอบความร่วมมือ เช่น อาเซียน–สหรัฐ อาเซียน-ยุโรป อาเซียน–จีน อาเซียน–ญี่ปุ่น อาเซียน–เกาหลี และอาเซียน–อินเดีย พร้อมแนะการเจรจากับสหรัฐฯ ควรแยกมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ผลิตภายใต้การลงทุนของสหรัฐ และเพิ่มการนำเข้าสินค้าทุนที่ไทยต้องการจากสหรัฐ

“ประเทศไทยต้องการ long term planning เนื่องจากขณะนี้จีนเข้ามาตั้งฐานผลิตสินค้าเพื่อส่งไปสหรัฐฯ ส่งผลให้ตัวเลขส่งออกสูง แต่ตัวเลขการผลิตของไทยจริงๆ กลับไม่ได้สูงมาก ประกอบกับหลายโรงงานได้บีโอไอ ดังนั้นในช่วง 8 ปี แรกประเทศไทยไม่ได้มีรายได้ภาษีจากโรงงานต่างชาติเลย ผู้ประกอบการไทยก็ได้รับผลกระทบเนื่องจากถูกตัดราคา ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนระยะยาว รวมถึงเร่งหาตลาดใหม่ สร้างกรอบความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางส่งออกสินค้า” นายธนากร ระบุ

สภาผู้ส่งออกยังขอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสินค้าจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก Reciprocal Tariff ซึ่งมีแนวโน้มทะลักเข้ามาในประเทศไทยและเป็นคู่แข่งไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น เครื่องเล่นเกมส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียงและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ภาชนะบนโต๊ะอาหาร ผลิตภัณฑ์พลาสติก เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน รถโดยสาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและรองเท้า เป็นต้น ซึ่งประเทศจีนมีการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเป็นสัดส่วนที่สูงมาก และต้องการหาตลาดทดแทน โดยเสนอมาตรการเพื่อป้องกันการนำเข้าและการเข้ามาลงทุนผลิตในประเทศ แบ่งเป็น
1.ข้อเสนอมาตรการต้านการนำเข้าสินค้าด้อยคุณภาพ
1.1สิ่งที่ต้องกำกับดูแลตั้งแต่ในประเทศต้นทาง อาทิ สินค้าและโรงงานต้องได้รับการรับรองมาตรฐานของประเทศไทย สินค้าต้องระบุพิกัดให้ชัดเจน ผู้ส่งออกที่ขายผ่าน E-Commerce Platform ต้องระบุ ID Number ให้ชัดเจน สินค้าที่จะส่งออกมายังประเทศไทย ต้องแจ้งข้อมูลล่วงหน้า 24 ชั่วโมงก่อนเรือออกจากท่าเรือต้นทาง เพื่อให้ไทยได้ทราบข้อมูลสินค้านำเข้าล่วงหน้า และสามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.2เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบฝ่ายไทย อาทิ ตรวจสอบสินค้านำเข้า 100% เพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพเข้าประเทศ ตรวจสอบสินค้าผ่าน Free zone 100% เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ส่งออก และสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานที่กำหนดโดยประเทศปลายทาง และ เพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ
2.ข้อเสนอมาตรการต้านการลงทุนศูนย์เหรียญ ประกอบด้วย
-ทบทวนสิทธิประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับการลงทุนใหม่

  • กำหนดเงื่อนไขกิจการร่วมลงทุนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน อาทิ มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ จัดทำข้อตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยี ในทุกกรณีที่มีการร่วมลงทุนกับต่างชาติ กำหนดให้กิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีสัดส่วนการจ้างแรงงานไทยไม่น้อยกว่า 50%
    3.ข้อเสนอมาตรการด้านการส่งเสริมค้าระหว่างประเทศ โดยอัดฉีดงบประมาณสำหรับ “การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ” และ “งบสนับสนุนด้านการตลาดแก่ภาคเอกชน” อาทิ SME Proactive ให้มากขึ้น.-517.-สำนักข่าวไทย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...