มี e-book ตัวประกอบแสนไร้ค่าขอพลิกชะตาจอมวายร้าย
นิยาย Dek-D
อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 10.48 น. • Littlerabbit1234ข้อมูลเบื้องต้น
ตัวประกอบแสนไร้ค่าขอพลิกชะตาจอมวายร้าย
ผู้อื่นทะลุมิติมาเป็นคุณหนูจวนใหญ่ ทะลุมาเป็นพระชายาอ๋อง ทว่าตัวนางกลับทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบแสนไร้ค่าทั้งยังโง่งมที่จะถูกตัวร้ายในเรื่องซึ่งเป็นสามีของนางฆ่าทิ้ง เหตุเพราะนางได้ทำเรื่องชั่วช้าเช่นการขายบุตรชายที่แสนน่ารักของตนเองเป็นทาส เพื่อนำเงินไปปรนเปรอบัณฑิตเฮงซวยในตัวเมือง
เมื่อนางทะลุเข้ามาแล้วจะยังให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นได้หรือ นางไม่อยากตายอย่างอนาถเช่นตัวประกอบตัวนั้น ซ้ำนางยังหลงรักเจ้าหัวผักกาดน้อยสองหัวเข้าเต็มเปา เมื่อเป็นเช่นนี้หนทางเอาชีวิตรอดจึงเริ่มขึ้น
นางจะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของจอมวายร้ายทั้งสามคน นางจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวประกอบโง่งมในเรื่องให้ได้
แจ้งเรื่อง e-book
นิยายเรื่องนี้มี e-book ทั้งหมด 3 เล่ม
นิยายเรื่องนี้ห้ามลอกเลียนแบบ ดัดแปลง ทำซ้ำ ทุกกรณี หากพบเห็นจะแจ้งความดำเนินคดีทันที
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2537
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2558 (ฉบับเพิ่มเติม)
ตัวประกอบแสนโง่งม
“นางตายแล้วใช่หรือไม่….” เสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้นมาราวกับพึมพำกับตัวเอง ดวงหน้าน้อย ๆ พิศมองใบหน้าผอมซูบซีดของสตรีบนแคร่ไม้ผุพังเบื้องหน้า ในแววตาคู่ใสไร้ซึ่งความอาทร หากนางตายได้ก็ดีต่อไปเขาจะเลี้ยงดูน้องชายรอท่านพ่อกลับมา
“พี่ใหญ่ ท่านแม่ตายแล้วหรือขอรับ” หัวน้อย ๆ โผล่ออกมาจากทางด้านหลังของพี่ชาย ทั้งยังมองสตรีที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาตื่นตระหนก แม้สตรีผู้นี้จะร้ายกาจ ทว่านางก็ยังเป็นมารดาของตนไม่ใช่หรือ
“ปล่อยนางตายไปเถอะ ถึงอย่างไรข้าก็ดูแลเจ้าได้” เด็กน้อยที่แม้จะเกิดวันเดียวกันทว่านิสัยใจคอกลับดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าผู้เป็นน้องชายที่เกิดห่างกันเพียงไม่ถึงครึ่งเค่อเอ่ยขึ้น นัยน์ตาลุ่มลึกเฉลียวฉลาดฉาบฉายไปด้วยความมั่นใจ ว่าตนนั้นสามารถดูแลน้องชายได้เป็นแน่
เพราะที่ผ่านมาก็เป็นตนที่ดูแลอาเหอมาตลอด สตรีน่าชังผู้นี้เคยดูแลเขาและน้องชายเสียเมื่อไหร่กัน
“ฮึก…อาเหอกลัว” แม้ที่ผ่านมาท่านแม่จะดุด่าทั้งยังทุบตีเขากับพี่ใหญ่มาโดยตลอด ทว่าในยามนี้ก็มีเพียงนางเป็นที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา ท่านพ่อเองก็ออกจากบ้านไปตั้งแต่พวกเขายังจดจำความใดไม่ได้ แม้แต่ยามนี้ใบหน้าท่านพ่อเป็นเช่นไร ตัวเขาเองก็ไม่สามารถรู้ได้
“ไม่ต้องกลัว พี่จะดูแลเจ้าเอง” ในขณะที่เด็กน้อยทั้งสองพูดคุยปลอบใจกันอยู่นั้น กลับไม่รับรู้เลยว่ามารดาที่ตนชิงชังนั้นได้สติขึ้นมาแล้ว ทว่านางยังไม่มีแรงส่งเสียง อีกทั้งยังไม่เข้าใจในเรื่องที่กำลังเผชิญอยู่ก็เท่านั้น
ถงถง นักวิจัยสาวผู้เก่งกาจที่สุดในศตวรรษ 21 เมื่อครู่เธอยังยืนวิจัยเกี่ยวกับปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพที่สุดอยู่ในห้องวิจัยไม่ใช่หรือ เหตุใดเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง กลับมานอนเป็นผักอยู่ในห้องที่แสนเก่าทั้งยังทรุดโทรมไม่ต่างจากคอกไก่อย่างในยามนี้
นอนนิ่งอยู่เพียงชั่วอึดใจ ภาพความทรงจำมากมายพลันไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับมวลน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าลงจากภูเขาสูงก็ไม่ปาน ความรู้สึกมึนงง ทั้งยังไม่เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พลันกระจ่างแจ้ง เมื่อได้รับรู้เรื่องราวจากความทรงจำของเจ้าของร่างที่นางเข้ามาอาศัยอยู่
เมื่อได้เห็นภาพมากมายเหล่านี้แล้ว ถงถงก็คิดออกเพียงคำว่าชั่วช้าเลวทรามเท่านั้น สตรีหน้าไม่อายผู้นี้ชั่วช้าเกินไปแล้ว!
สามีถูกเกณฑ์ไปเข้ากองทัพเมืองหน้าด่านตนกลับไม่ไยดี ทุบตีบุตรชายในไส้ นำตำลึงเงินที่สามีส่งมาทุกเดือนไปปรนเปรอบัณฑิตเฮงซวยในตัวเมือง
ไม่ใช่ว่าร่างกายนี้ทรุดโทรมจนแทบดูเป็นผู้เป็นคนไม่ได้แล้วหรืออย่างไร ไม่รักตนเองทว่ากลับนำทุกอย่างไปปรนเปรอผู้อื่น ช่างโง่งมนัก
ไม่แปลกนักหากสุดท้ายแล้วนางจะต้องชดใช้ด้วยการตายอย่างน่าเวทนา ตัวประกอบหญิงแสนไร้ค่าผู้นี้เป็นนางที่ใช้ชีวิตอย่างไร้สติและโง่งมทว่ากลับเป็นเธอที่ต้องเข้ามาแบกรับชะตากรรมต่อจากนี้ของนาง
นี่เธอได้หลุดเข้ามาในนิยายที่เคยอ่าน ทั้งยังได้เข้ามาอยู่ในร่างของตัวประกอบแสนไร้ค่าอีกหรือ สวรรค์! พวกท่านเล่นตลกอะไรกันอยู่
“พี่ ฮึก…ใหญ่ ท่าน…นางฟื้นแล้วขอรับ” เด็กน้อยเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตระหนก เมื่อเห็นว่าสตรีที่นอนไม่ได้สติอยู่เมื่อครู่ฟื้นคืนสติแล้ว เมื่อครู่อาเหอยังเผลอมองสบดวงตาของนางปราดหนึ่ง ทำให้ร่างกายสั่นเทาราวกับหนาวสั่น ทว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นการตอบสนองอย่างหนึ่งของร่างกายที่เคยชินเพราะความหวาดกลัวเท่านั้น
หานหยวนเหิง แฝดผู้พี่เมื่อได้ยินที่น้องชายเอ่ยออกมา ร่างกายพลันตอบสนองไปเองตามความเคยชินในทันที
ร่างเล็กเดินขึ้นมาหนึ่งก้าว ทั้งยังใช้ตัวเองบดบังตัวของน้องชายไว้ แม้จะไม่สามารถบดบังไว้ได้มิดก็ตาม นี่เป็นการปกป้องจากพี่ชายคนโต
ถงถงมองปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กน้อยทั้งสองตรงหน้าแล้วก็ได้แต่นิ่งงัน ดวงตาของเธอปราดมองไปทั่วทั้งร่างเล็ก นี่นะหรือจอมวายร้ายผู้เหี้ยมโหดทั้งสองคน นี่ไม่ใช่ว่าเป็นหัวผักกาดน้อย ๆ เพียงสองหัวเท่านั้นหรอกหรือ
ดวงตากลมใส พวงแก้มที่แม้จะไม่ค่อยมีทว่ากลับดูน่าบีบยิ่งนัก ปากเล็กจ้อย จมูกรั้น คิ้วเรียวราวกับใบหลิว แม้รูปร่างจะเล็กและผอมไปหน่อย ทว่านี้กลับไม่ได้ลดทอนความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กน้อยทั้งสองคนได้แม้แต่น้อย
นี่ไม่ใช่ว่าเธอได้ทะลุเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเด็กที่น่ารักที่สุดในโลกหรอกหรือ
“ท่านตื่นแล้วหรือขอรับ….” เด็กน้อยที่โผล่ออกมาเพียงหัวเล็ก ๆ เอ่ยถามขึ้นมาด้วยท่าทีหวาดหวั่น ทว่าแม้จะกลัวแต่ความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีมากกว่า
“ตื่นแล้ว…” ถงถงเมื่อได้ยินคำถามเมื่อครู่ของหัวผักกาดหัวเล็ก เมื่อครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ได้ตอบกลับไปในทันที อีกทั้งน้ำเสียงที่กล่าวออกไปนั้นยังนุ่มนวลมากเป็นพิเศษอีกด้วย
ใครที่ไม่เป็นเธอคงไม่เข้าใจหรอก ด้วยหน้าที่การงานของเธอเมื่อชาติก่อนที่เป็นนักวิจัยเพียงหนึ่งเดียวที่เก่งกาจที่สุด นั่นทำให้วันเวลาของเธอผ่านพ้นไปอย่างว่างเปล่า หนึ่งวันเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องวิจัย นั่นเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตของเธอในเรื่องการหาคู่แต่งงาน
เธอต้องการมีลูกมากในชาติที่แล้วทว่ากลับไม่สามารถหาคนรักที่เข้าใจและพร้อมที่จะยอมรับงานที่ต้องทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตในห้องวิจัยของเธอได้ ทำให้แม้อายุจะล่วงเลยเข้าเลขสามแล้ว เธอก็ยังหาคนรักไม่ได้ เรื่องลูกน้อยก็คงไม่มีหวัง
นึกไม่ถึงว่าเมื่อตายไปแล้วหนึ่งครั้ง ตื่นขึ้นมาเธอจะมีลูกชายตัวน้อยได้ถึงสองคน ทั้งยังมีหน้าตาน่ารักน่าชังมากถึงเพียงนี้ ความปีติยินดีในใจกลัวก็แต่ว่าตอนนี้เธอจะเก็บมันไว้ไม่มิด
แม้เด็กน้อยสองคนนี้จะไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ ทว่าร่างนี้เองในตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าเป็นของเธอโดยสมบูรณ์แล้วหรืออย่างไร เช่นนั้นเด็กน้อยก็ย่อมเป็นลูกชายของเธออย่างแท้จริงเช่นกัน
ในขณะที่ร่างผอมซูบซีดที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนแคร่ไม้เก่า ๆ กำลังนึกดีใจอย่างลิงโลดอยู่นั้น นางกลับไม่ทันได้สังเกตใบหน้าน้อย ๆ ของเด็กทั้งสองสักปราดหนึ่ง
น้ำเสียงที่สตรีร้ายกาจตรงหน้าตอบกลับมาเมื่อครู่ ดูจะทำให้เด็กแฝดตื่นตะลึงไปชั่วขณะ นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งแววตาของนางยังไร้ซึ่งความเกลียดชังอย่างที่เคยเป็น
เช่นนี้ไม่ใช่ว่านางสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรอกหรือ
ถงถงที่นอนคิดด้วยความปลื้มปีติอยู่เมื่อครู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงแววตาแปลกประหลาดของหัวผักกาดน้อยทั้งสองที่มองมาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก
สุดท้ายแล้วแม้ร่างนี้จะเป็นตัวประกอบผู้แสนโง่งมทั้งยังชั่วช้าทุบตีเด็กน้อยทั้งสอง อีกทั้งยังต้องพบเจอจุดจบที่แสนโหดร้ายในภายภาคหน้าก็ตามที ทว่าเธอไม่ใช่!
จะให้เธอก้มหน้ารับวิบากกรรมทั้งหลายที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อนั้น เธอไม่ยอมรับ! เนื้อเรื่องในนิยายเรื่องนี้ถงถงล้วนรู้ล่วงหน้าแล้ว คงไม่ยากเย็นนักหากอยากจะเปลี่ยนแปลงมันไปในทางที่ดี และเอื้อประโยชน์ให้แก่ตัวเอง
ชีวิตเธอใช่ว่าใครจะมาขีดเส้นแบ่งชะตาให้อย่างลำพองใจ ต่อแต่นี้เธอจะเป็นคนขีดเขียนชะตาชีวิตของตัวเองและคนในครอบครัวของเธอเอง
มิติทดแทน
แม้นางจะอยากเห็นหน้าเจ้าหัวผักกาดน้อยอีกนานสักหน่อย ทว่าในยามนี้นางยังต้องค้นหาและเรียบเรียงเรื่องราวอีกมาก เช่นนั้นเมื่อครู่นางจึงได้เอ่ยปากไล่ให้เด็กแฝดออกไปก่อน
หลี่อวี้ถง ตัวประกอบในนิยายเรื่อง ‘เส้นทางเดินของจอมวายร้ายทั้งสาม’ นางเป็นเพียงตัวประกอบที่นักเขียนสร้างขึ้นมาเพื่อให้กำเนิดจอมวายร้ายทั้งสองคน และนางยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้จิตใจของเด็กน้อยและบิดาของเด็กบิดเบี้ยวอีกด้วย
นางเป็นเครื่องทรมานชั้นดีที่นักเขียนตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้น ทั้งคำพูดและการกระทำของนางที่ผ่านมาว่าเลวร้ายแล้ว ทว่าเนื้อเรื่องต่อจากนี้นางจะยิ่งสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดให้กับลูกชายทั้งสอง รวมทั้งสามีของนางที่ตอนนี้ยังอยู่ในกองทัพ
จอมวายร้ายจะถูกนางขายให้กับพวกพ่อค้าทาสในเมือง เด็กน้อยจะได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสเป็นตายเท่ากัน จากนั้นตัวนางเองจะหนีเข้าเมืองหลวงไปกับบัณฑิตหนุ่มในเมืองต้าเซี่ย
เมื่อสามีของนางกลับมาพบว่า บุตรชายที่รักยิ่งทั้งสองถูกภรรยาผู้ชั่วช้าขายให้กับพวกพ่อค้าขายทาสก็โกรธแค้นยิ่งนัก สาบานกับตนเองไว้ว่าใต้หล้านี้แม้จะกว้างใหญ่ ทว่าตนจะตามฆ่าสตรีชั่วช้าผู้นั้นให้ตายตกให้จนได้
เนื้อเรื่องต่อจากนั้นเล่าถึงความยากลำบากและทุกทรมานของเด็กน้อยและบิดาของพวกเขา เมื่อต้องผ่านทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส จอมวายร้ายทั้งสามก็มีจิตใจที่บิดเบี้ยวและเหี้ยมโหดราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด
เมื่อทั้งสามคนได้เป็นใหญ่ จุดจบของตัวประกอบผู้แสนโง่งมอย่างหลี่อวี้ถงก็ต้องพบเจอกับจุดจบที่น่าอเนจอนาถอย่างยิ่ง
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อนางมาแล้ว มีหรือที่นางจะปล่อยให้ตนเองมีจุดจบเช่นตัวประกอบแสนไร้ค่า เฉกเช่นในเนื้อเรื่องนิยาย
จอมวายร้ายทั้งสามเป็นนางที่จะโอบกอดพวกเขาไว้เอง!
นิยายเรื่อง ‘เส้นทางเดินของจอมวายร้ายทั้งสาม’ จะถูกนางเปลี่ยนเป็น ‘เส้นทางเดินอันสงบสุขและราบรื่นของครอบครัวตระกูลหาน’ ก็เท่านั้น
“โอ๊ย! ซีด เจ็บเป็นบ้า” หลังจากที่นั่งทบทวนเรื่องราวมากมายในเนื้อเรื่องนิยายแล้วเสร็จ ในตอนนี้ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องลุกขึ้นมาตรวจสอบร่างกายของตัวเองในตอนนี้แล้ว
ถงถงลากสังขาiตัวเองในตอนนี้เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งเล็ก ๆ ที่ทั้งเก่าและผุพังเพื่อควานหากระจก ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายุคที่แร้นแค้นนี้ครอบครัวชาวบ้านไหนเลยจะมีกระจกทองเหลืองไว้ส่องหน้าตัวเอง
ถงถงตัดสินใจเดินกลับไปนั่งลงบนแคร่ไม้เล็ก ๆ ในใจพลันนึกไปถึงห้องวิจัยของตัวเอง ในนั้นมีพร้อมไปหมดเสียทุกอย่าง แม้จะเรียกว่าห้องวิจัยทว่าก็เป็นห้องที่นางอาศัยอยู่เกือบทั้งชีวิตของนาง
แน่นอนว่านอกจากห้องวิจัยแล้วในนั้นยังมีห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัวขนาดใหญ่อยู่ด้วย นี่เป็นสวัสดิการจากทางภาครัฐและส่วนหนึ่งเป็นเงินของตัวนางเองที่ออกร่วมด้วย
เช่นนี้ห้องวิจัยของนางจึงใหญ่โตทั้งยังมีทุกอย่างที่เรียกว่าสะดวกสบายครบครันกันเลยทีเดียว
“หากห้องนี้เป็นห้องวิจัยก็คงจะดีไม่น้อย….” ยังไม่ทันที่ร่างผอมจะพูดจบประโยคดี ทัศนียภาพเบื้องหน้าชั่วพริบตาพลันแปรเปลี่ยนไปราวกับร่ายมนตร์
จากเดิมที่นั่งอยู่ในห้องที่ผนังสร้างขึ้นมาจากดิน อีกทั้งหลังคายังทำขึ้นมาจากหญ้าคาเพียงเท่านั้น กลับกลายเป็นว่าตอนนี้นางกลับนั่งอยู่ในห้องที่นับว่าหรูหรามาก อีกทั้งเตียงนอนที่นางนั่งอยู่ยังทั้งนุ่มทั้งใหญ่
“นี่มัน น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว” นางเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยได้อ่านนิยายแนวทะลุมิติ ที่ตัวเอกของเรื่องมีมิติส่วนตัว ทว่าตอนนี้กลับเป็นตัวนางเองที่ได้รับความวิเศษนั้น
ไม่รอช้าถงถงรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่องดูดวงหน้าและร่างกายของตัวเองในทันที และเมื่อนางเดินเข้าไปถึงหน้ากระจกก็ต้องผงะถอยหลัง เงาสะท้อนที่นางเห็นอยู่เบื้องหน้า ทำเอานางต้องเก็บไปฝันร้ายเป็นแน่
สตรีนางนี้ทั้งผอมทั้งดำ แม้โครงหน้าจะนับว่าดูดีไม่น้อย ทว่าความผอมและรอยฝ้ารอยกระกลับบดบังความงามนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว เนื้อตัวผอมกะหร่อง เห็นทีว่าจะมีเพียงปทุมถันที่ยังพอจะมีมากกว่าที่อื่นอยู่บ้าง นอกนั้นทั่วทั้งร่างของนางก็ไร้ซึ่งความน่ามองแล้ว
“เหอะ! เช่นนี้นางยังคิดว่าบัณฑิตชั่วช้าผู้นั้นจะยังหลงใหลในรูปร่างหน้าตาของตนอยู่อีกหรือ” แน่นอนว่าเมื่อครั้งที่นางยังไม่มีบุตรชายทั้งสองคน รูปลักษณ์ของนางในความทรงจำของร่างนี้ก็นับว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง
ทว่าเมื่อวันเวลาผันผ่าน อีกทั้งตัวนางยังไม่รู้จักดูแลตัวเองเพราะนำเงินไปปรนเปรอบัณฑิตหนุ่มจนหมด นั่นทำให้ร่างกายที่สมควรงดงามกลับแปรเปลี่ยนเป็นทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
ถงถงไม่รอช้าลองเปิดน้ำที่ฝักบัวอาบน้ำดู เมื่อเห็นว่าน้ำไหลปกติ เช่นนี้ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความปีติยินดีแล้ว มิติแห่งนี้ใช้การได้จริง
ร่างบางไม่รอช้ารีบกลับออกมานอกมิติอีกครั้ง ก่อนจะนำเสื้อผ้าตัวใหม่ในตู้ไม้เก่า ๆ ของเจ้าของร่างออกมา ก่อนจะกลับเข้าไปในมิติอีกครั้งเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย อีกทั้งนางยังจะต้องตรวจดูมิติห้องวิจัยนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
หากข้าวของทุกอย่างในห้องวิจัยของนางสามารถนำพวกมันออกไปได้ เช่นนั้นชีวิตต่อจากนี้ของนางก็ไร้ซึ่งความกังวลแล้ว
ร่างบางเร่งอาบน้ำชำระร่างกายของตนเองในทันที แม้ยามนี้นางจะมีสมุนไพรสกัดที่ตัวเองวิจัยไว้สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ ทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาดูแลร่างนี้ นางจะต้องทำทุกอย่างให้เจ้าหัวผักกาดรับรู้และเห็นด้วย ไม่เช่นกันต้าเหิงคนพี่ต้องสงสัยทั้งยังหวาดระแวงนางมากยิ่งขึ้นเป็นแน่
ถิงถิงเมื่ออาบน้ำชำระร่างกายแล้วเสร็จ อีกทั้งยังจัดการหวีผมรวบขึ้นสูงแล้วเสร็จ เมื่อกลับมาส่องกระจกอีกครั้งแม้จะยังไม่พอใจมากนัก ทว่ารูปลักษณ์นี้นับว่าดีกว่ารูปลักษณ์เดิมที่นางเห็นเมื่อครู่สามส่วนแล้ว
สิ่งที่นางจะทำต่อจากนี้คือสำรวจมิติห้องวิจัยของนาง ห้องวิจัยนี้ของนางเป็นห้องที่เอาไว้ทดลองเกี่ยวกับพันธุ์พืชทุกชนิดบนโลก อีกทั้งยังเป็นการขยายพันธุ์พืชหายากที่กำลังจะหายไปอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรหายาก ดอกไม้แปลก ๆ ที่กำลังจะสูญพันธุ์ หรือแม้แต่พืชผักผลไม้หลากหลายสายพันธุ์ นางก็ยังวิจัย
ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยความเก่งกาจของตัวนางเอง นางยังสามารถวิจัยปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาได้อีกหลายตัว รวมไปถึงสามารถวิจัยและสกัดยาจากสมุนไพรได้ทุกชนิด
ความสามารถนี้นับว่าเป็นพรสวรรค์ของนางเองก็ว่าได้
“ไม่เลวเลย แค่เพียงมีห้องวิจัยแห่งนี้ ข้าก็ไม่ต้องกลัวว่าตนกับลูก ๆ จะอดตายแล้ว” ว่าแล้วร่างผอมพลันเดินเข้าไปในเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับห้องวิจัยของตน ก่อนจะเห็นว่าพืชพันธุ์ไม้หาอยากให้เรือนกระจกแห่งนี้ยังอยู่ครบ
ถิงถิงเดินตรงเข้าไปเก็บองุ่นลูกใหญ่สีเขียวออกมาหนึ่งพวง ก่อนจะเก็บเฉ่าเหมยลูกใหญ่เท่ากำปั้นผู้ใหญ่ออกมาอีกสามลูก
โชคดีที่เรือนกระจกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจำลองให้เหมือนกับว่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังถูกปรับอุณหภูมิและสภาพอากาศให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ทุกชนิด นั่นทำให้ไม่เวลาจะผันผ่านไปแล้วสามหรือสี่ฤดู พืชพันธุ์ที่นางเพาะไว้ในเรือนกระจกย่อมไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น ผลผลิตที่นางทำได้ยังนับว่าเกรดพรีเมี่ยมอีกด้วย
นี่เป็นเหตุผลที่ว่า พืชผลที่นางปลูกไว้ให้ผลผลิตเต็มต้น ให้นางเก็บกินตลอดทั้งปี
“เห็นทีว่าจะต้องกลับออกไปแล้ว เดี๋ยวเจ้าหัวผักกาดทั้งสองคนสงสัย” ถงถงเมื่อเอ่ยออกมาก็นึกถึงห้องนอนเก่า ๆ ของหลี่อวี่ถงในทันที โดยที่นางยังไม่ทันสังเกตว่าผลไม้ที่นางเด็ดออกไปจากต้นเมื่อครู่ ตอนนี้ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว
และแน่นอนว่ามิติแห่งนี้คือมิติทดแทน ไร้ที่สิ้นสุด….
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของนาง
เมื่อความเมื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความสดชื่น ทันทีที่ถงถงกลับมาอยู่ในห้องนอนขนาดเล็กของเจ้าของร่าง สายตาพลันกวาดมองไปโดยรอบอีกครั้ง ห้องเล็ก ๆ แห่งนี้มีเพียงแคร่ไม้ไผ่ผุพังหนึ่งหลังและตู้เก่า ๆ ที่ขาข้างหนึ่งหักแล้ว แต่ตอนนี้ได้นำก้อนหินมาวางหนุนไว้เท่านั้น ยังมีโต๊ะเก่า ๆ ที่เจ้าของร่างใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งอีกหนึ่งหลัง ทว่าสภาพกลับดูไม่ได้เอาเสียเลย ไม่รู้ว่าจะพังลงมาเมื่อใด
ความเก่าและทรุดโทรมของเครื่องใช้ในห้องนับว่าไม่น่ามองแล้ว ทว่าความสกปรกโดยรอบกลับเป็นปัญหายิ่งกว่า เพดานห้องที่ถูกปกคลุมไปด้วยหลังคาที่ทำด้วยหญ้าแห้ง ในตอนนี้เต็มไปด้วยใยแมงมุมสีขาวขุ่นราวกับเมฆหนาขมุกขมัวบนท้องนภา ทว่าใยแมงมุมเหล่านี้กลับไม่ได้น่ามองเฉกเช่นท้องฟ้าหรือก้อนเมฆ พวกมันกลับทำให้ถงถงรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งกายเสียมากกว่า
เมื่อพิศมองให้ดีจะเห็นว่าในรังของมันยังเต็มไปด้วยตัวแมงมุมน้อยใหญ่และอาหารที่บินเข้ามาติดในรังของพวกมันอีกหลายสิบตัว
นอกเหนือจากใยแมงมุมแล้ว ห้องนี้ยังเต็มไปด้วยฝุ่นที่เกาะอยู่ตามโต๊ะและตู้เสื้อผ้าหลังเก่าหนาเตอะ ผ้าปูบนแคร่ไม้ในยามนี้นางเองก็มองไม่ออกแล้วว่าเดิมทีมันเคยเป็นสีใด แต่ในยามนี้ผ้าปูผืนบางอีกทั้งยังมีผ้าห่มที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนนี้ เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำแล้ว สตรีนางนี้ทนใช้ได้อย่างไรกัน!
“เฮ้อ…นางทนได้ แต่ข้าทนไม่ได้” ถงถงเอ่ยออกมาอย่างผู้สิ้นหวังและเหนื่อยหน่าย ใต้หล้านี้ยังมีสตรีที่สกปรกเช่นนี้อยู่อีกมากหรือไม่กันนะ
เห็นทีว่าเมื่อนำผลไม้สองอย่างนี้ออกไปให้เด็กน้อยทั้งสองแล้ว นางคงต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่ห้องนอนนี้ของนางแต่รวมไปถึงบ้านทั้งหลังนี้ ไม่ว่าซอกใดมุมใด นางจะต้องล้างทำความสะอาดให้หมด อีกทั้งยังต้องขนผ้าเน่าทุกผืนออกไปทิ้งให้ไกล!
เด็กน้อยทั้งสองคนเมื่อถูกสตรีผู้นั้นขับไล่ออกมาจากห้องนอนของนาง พวกเขาก็ได้แต่นั่งรออยู่หน้าลานบ้านหลังเล็ก ตอนนี้ยังเช้าอยู่เดิมหากสตรีผู้นั้นไม่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน อาเหอไม่คิดว่านางเงียบผิดวิสัย เด็กน้อยทั้งสองก็คงเดินขึ้นเขาไปหาผักป่ามาต้มกินแล้ว
ทว่าตอนนี้ก็นับว่าสายกว่าทุกวันแล้ว ชาวบ้านคนอื่นคงขึ้นไปเก็บผักป่าลงมาหมดแล้ว พวกเขาขึ้นเขาไปยามนี้ก็ไร้ประโยชน์ เด็กน้อยจึงทำได้เพียงนั่งอยู่ด้วยกันด้วยความหิวโหย
“เจ้าหิวมากหรือไม่ ดื่มน้ำให้มากหน่อยจะได้ไม่หิว” แฝดผู้พี่เอ่ยถามน้องชายออกมาเสียงแผ่ว เป็นเพราะสตรีชั่วช้าผู้นั้น อาเหอจึงไม่ได้กินอาหารเช้าวันนี้
เมื่อคิดได้อย่างนั้นดวงตาของหยวนเหิงพลันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขาไม่ชอบสตรีผู้นั้นอย่างยิ่ง
“ท่านพี่ข้าไม่หิวขอรับ…” เด็กน้อยหยวนเหอเอ่ยตอบกลับไปเสียงแผ่วไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ชาย ทว่าเมื่อเอ่ยจบเสียงร้องโครกครากพลันดังออกมาจากท้องน้อย ๆ ที่ตอนนี้แบนราบเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวานยามเย็นแล้ว
“เจ้าดื่มน้ำก่อน” แฝดผู้พี่ไม่รอช้ารีบนำน้ำที่ตักขึ้นมาจากลำธารหลังหมู่บ้านให้น้องชายได้ดื่มกิน ชามใบเก่าที่ขอบชามแตกไปหลายจุดถูกยกขึ้น ในนั้นมีน้ำเปล่าสีขุนอยู่ครึ่งชาม
เจ้าหัวผักกาดตัวน้อยกำลังจะดื่มน้ำที่พี่ชายป้อนให้ ทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นร่างผอมเพรียวของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากประตูหน้าบ้าน นั่นทำให้ร่างเล็กกระจ้อยหยุดชะงักแข็งค้าง ต่อจากนั้นร่างกายพลันสั่นเท่าด้วยจิตใต้สำนึกในทันที
สตรีผู้นี้เคยทุบตีเด็กน้อยด้วยด้ามไม้กวาดและด่าว่าเด็กน้อย นับตั้งแต่จำความได้ ร่างกายและสมองจึงสั่งให้หวาดกลัวนางอย่างห้ามไม่ได้เมื่อพบเจอ
แฝดผู้พี่ที่เห็นน้องชายของตนเกิดอาการหวาดผวาขึ้นมา ก็รับรู้ได้ในทันทีว่าสตรีชั่วช้าผู้นั้นออกมาแล้ว แม้ว่าตัวเขาเองก็หวาดกลัวนางจากจิตใต้สำนึกเช่นกัน ทว่าเขาเป็นพี่ย่อมต้องปกป้องน้องชายให้ได้
ร่างเล็ก ๆ ผอมกะหร่องเดินรุดหน้าขึ้นไปบดบังร่างเล็กของน้องชายไว้ในทันที อีกทั้งนัยน์ตาคมยังจ้องมองไปที่สตรีตรงหน้าด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
หากนางต้องการทุบตี ก็ขอให้ทุบตีเขาไม่ใช่อาเหอ
ถงถงมองเจ้าหัวผักกาดสองหัวด้วยแววตาทอประกาย ไม่ว่าเด็กน้อยทั้งสองในยามนี้จะมองว่านางเป็นปีศาจร้ายหรือเป็นศัตรูของตนก็ตาม ทว่านางกลับมองเจ้าก้อนกลมทั้งสองอย่างเฉยชาไม่ได้
นางชื่นชอบเด็กน้อยถึงเพียงนี้ จะให้นางหักห้ามใจได้อย่างไรกัน
“พวกเจ้าสองคนเข้ามาในบ้านก่อน เช้านี้ยังไม่ทันได้กินมื้อเช้าใช่หรือไม่” ถงถงมองข้ามท่าทางราวกับแมวพองขนของเหิงเป่าไป อีกทั้งยังมองข้ามท่าทางหวาดกลัวของเหอเป่าเช่นกัน
นางย่อมรู้ดีว่าเด็กน้อยพบเจอกับอะไรมาบ้างในระยะเวลาสองปีที่ผู้เป็นบิดาไม่อยู่ หลี่อวี้ถงนางนี้ทำเลวสารพัดกับเด็กน้อยทั้งสอง จะไม่ให้เด็กน้อยหวาดกลัวหรือแสดงความเกลียดชังต่อนางก็คงเป็นไปไม่ได้
เอาเถิด ต่อไปนางจะค่อย ๆ ทำให้สมบัติล้ำค่าของนางทั้งสองคนนี้ รักและไว้ใจนางอย่างไม่มีข้อแม้ในใจให้ได้
หัวคิ้วน้อย ๆ ทั้งสี่ของเจ้าหัวผักกาดขมวดเป็นปม เมื่อได้ยินสิ่งที่สตรีตรงหน้าเอื้อนเอ่ยออกมาเมื่อครู่ ไหนจะน้ำเสียงที่นางพูดกับพวกเขาเองก็ยังฟังดูนุ่มนวลต่างไปจากเดิมราวพลิกฝ่ามือ เช่นนี้จะไม่ให้พวกเขาประหลาดใจได้อย่างไรกัน
โดยเฉพาะแฝดผู้พี่ที่ไม่เคยไว้วางใจนาง อีกทั้งยังเป็นเด็กที่คิดมากผู้หนึ่ง เขาได้แต่ครุ่นคิดว่าสตรีชั่วช้าผู้นี้จะใช้เล่ห์เพทุบายใดกันแน่
เมื่อเห็นว่าเจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองไม่ยอมขยับ ถงถงเองก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าหรืออารมณ์เสียแม้แต่น้อย นางล้วนเข้าใจดีทุกอย่าง
“เหิงเป่า เหอเป่า เข้ามากินผลไม้ที่แม่ซื้อมาจากในตัวเมืองเร็วเข้า หากพวกเจ้าไม่กิน เช่นนั้นผลไม้นี้คงเน่าเสีย เงินที่บิดาพวกเจ้าหามาด้วยความยากลำบาก คงถูกใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์แล้ว”
นางชอบที่จะพูดจาหว่านล้อมเด็กน้อยเป็นที่สุด นางสามารถอดทนกับเด็กน้อยได้มากกว่าผู้อื่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี้นับว่าเป็นจุดแข็งของนางอย่างหนึ่ง
เคยมีลูกของสหายสนิทนางเมื่อยามที่อยู่โลกเดิมเป็นเด็กน้อยเอาแค่ใจ ทั้งยังไม่ชอบคนแปลกหน้าเป็นที่สุด ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถพูดคุยหรือทำให้เด็กน้อยผู้นั้นยอมรับได้ ทว่านางกลับทำได้
นางใช้เวลามากถึงสองเดือนค่อย ๆ เข้าหาเด็กน้อยผู้นั้น พยายามเข้าใจและรับฟังความต้องการของเด็กน้อยผู้นั้น จนในที่สุดเด็กน้อยก็เปิดใจให้นาง
ไม่เพียงแค่เด็กน้อยเท่านั้นที่มีความสุข ตัวนางเองก็มีความสุขมากเช่นกัน ครั้งนั้นเป็นลูกของผู้อื่นนางยังอดทนได้ ครั้งนี้เด็กน้อยนับเป็นบุตรชายของนางเอง เหตุใดนางจะอดทนและใจเย็นกับพวกเขาไม่ได้กันเล่า
เจ้าหัวผักกาดทั้งสองเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของสตรีตรงหน้า นางเอ่ยอ้างบิดาของพวกเขาขึ้นมา อีกทั้งนางยังบอกว่าซื้อผลไม้เข้ามาให้พวกเขา คำพูดเหล่านี้สร้างความสับสนมึนงงให้กับเด็กน้อยเป็นอย่างมาก
อีกทั้งคำว่าเงินที่บิดาหามาด้วยความยากลำบากนั้น กลับเป็นแรงกระตุ้นให้เด็กน้อยทั้งสองตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
แฝดผู้พี่เดินจับมือน้องชายเข้าไปในโถงบ้านขนาดเล็กเนิบช้า อีกทั้งยังรอบสังเกตสตรีตรงหน้าด้วยความสงสัย
เหตุใดวันนี้นับตั้งแต่ที่นางตื่นขึ้นมา คำพูดและน้ำเสียงของนางถึงได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนก็ไม่ปาน นางกำลังคิดวางแผนจะทำเรื่องชั่วช้าใดกันแน่
เมื่อคิดได้อย่างนั้นมือน้อยพลันกระชับกุมมือของน้องชายไว้แน่น พลันคิดในใจว่า ไม่ว่าสตรีชั่วช้าผู้นี้จะคิดทำเรื่องอะไร เขาที่เป็นพี่ชายจะไม่มีวันปล่อยมือจากอาเหออย่างแน่นอน
“พวกเจ้ากินผลไม้ไปก่อน เดี๋ยวแม่จะเข้าครัวไปทำมื้อเช้ามาให้” ถงถงวางชามองุ่นและเฉ่าเหมยไว้ตรงหน้าของเจ้าหัวผักกาดทั้งสอง พลันเอ่ยถึงจุดประสงค์ของตนออกไป
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านั้นย่อมสร้างความสับสนมึนงงให้กับหัวผักกาดทั้งสองเพิ่มมากขึ้นไปอีก ทว่าถงถงกลับไม่ใส่ใจ
เมื่อเอ่ยจบนางก็ไม่รั้งที่จะยืนมองเจ้าก้อนแป้งทั้งสองกินผลไม้ต่อ เพราะตอนนี้เลยเวลาที่เด็กสมควรทานมื้อเช้ามากว่าครึ่งชั่วยามแล้ว นางไม่อาจละเลยได้จริง ๆ
เมื่อยามไม่มีลูกเป็นของตนเอง นางได้แต่คิดใฝ่ฝันถึงหน้าที่ของผู้เป็นมารดา หากแต่ไม่มีโอกาสได้ทำ ทว่ายามนี้มีแล้ว นางย่อมทำมันให้ดีที่สุดและไม่ยอมปล่อยให้มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นแน่
“เช่นนั้นวันนี้ทำไข่ตุ๋นนมสดให้เด็ก ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน” ถงถงเอ่ยพึมพำออกมาผู้เดียว โชคดีนักที่ในมิติของนางมีของกินมากมาย เพราะนางอาศัยอยู่ในห้องวิจัยเป็นส่วนใหญ่ เช่นนั้นเรื่องอาหารที่นางซื้อเข้ามากักตุนไว้ย่อมมีมากมายหลากหลายอย่าง
ทั้งของสดและของแห้ง เช่นนี้แม้ในโถงครัวตอนนี้จะว่างเปล่า ทว่าท้องของนางและหัวผักกาดน้อยทั้งสองไม่มีทางว่างเปล่าแน่นอน
นิยายเรื่องนี้มีอีบุ๊คทั้งหมด 3 เล่ม เล่มนะคะ จำนวนตอนประมาณ 130+++