โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รัฐบาลลุยแก้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ รองรับหุ้นอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. เวลา 02.23 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎหมายเศรษฐกิจให้ก้าวทันพัฒนาการทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการออกและใช้หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

ล่าสุด ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระรับหลักการเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยคะแนนเสียง 455 เสียง พร้อมทั้งได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณารายละเอียด ก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ต่อไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างกฎหมายตลาดทุนไทยให้รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยให้สอดรับกับรูปแบบธุรกรรมทางการเงินในยุคใหม่ ทั้งนี้ การนำหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการออกหลักทรัพย์ การถือครอง การโอนสิทธิ ตลอดจนการนำหลักทรัพย์ไปใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งทุกขั้นตอนจะสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และมีผลผูกพันตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์

นางสาวรัชดา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเปิดทางให้เกิดการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่โดยปราศจากการกำกับดูแล แต่เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหลักทรัพย์ประเภทเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุน เพื่อให้การทำธุรกรรมในตลาดทุนมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนด้านเอกสาร ตลอดจนเพิ่มความคล่องตัวให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไป โดยมุ่งสนับสนุนให้มีหลักเกณฑ์ที่รัดกุม ทั้งในเรื่องสิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ การจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ การแยกทรัพย์สินของลูกค้าอย่างชัดเจน การนำหลักทรัพย์ไปใช้เป็นหลักประกัน รวมถึงการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของตลาดทุน

"รัฐบาลมองว่า กฎหมายที่ทันสมัยคือเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขัน ทิศทางของรัฐบาลคือทำให้กฎหมายไทยเป็นเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่ข้อจำกัดของภาคธุรกิจ การพัฒนาตลาดทุนดิจิทัลต้องเดินไปพร้อมกับความปลอดภัย ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เหมาะสม" นางสาวรัชดา กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มทางเลือกด้านการระดมทุนให้กับผู้ประกอบการในทุกขนาดธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ตลาดทุนไทยสามารถรองรับเทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่ และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...