โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 621 จุด หลังน้ำมันดิบทะยาน–บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 มิ.ย. เวลา 00.40 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 00.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (3 มิ.ย.69) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก

ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,687.07 จุด ลดลง 620.72 จุด หรือ 1.21% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,553.68 จุด ลดลง 56.10 จุด หรือ 0.74% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,853.98 จุด ลดลง 239.92 จุด หรือ 0.89%

ตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านมีการตอบโต้ทางทหารรอบใหม่ รวมถึงมีรายงานความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค อาทิ สนามบินนานาชาติคูเวต ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และกระตุ้นให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเพิ่มความกังวลว่าแรงกดดันด้านพลังงานอาจส่งผ่านไปยังอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีข้อจำกัดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไรและลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำคัญของต้นทุนทางการเงิน ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.489% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.078% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบายการเงินของ Fed

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน หลังนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เตือนอิหร่านว่า สหรัฐฯ อาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบอีกครั้งหากมีความจำเป็น ขณะที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ยังคงมีความพร้อมทางทหาร ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานและสถานการณ์ในตะวันออกกลางมากขึ้น

โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับตัวขึ้น 2.41% ปิดที่ 96.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 1.89% ปิดที่ 97.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ Philadelphia Semiconductor Index (.SOX) ปรับตัวขึ้น1.39% สะท้อนว่ากระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม Magnificent Seven ส่วนใหญ่จะปิดในแดนลบ โดย Meta Platforms ปรับตัวขึ้น 4.24% สวนทางหุ้นขนาดใหญ่รายอื่นในกลุ่ม

นายบิล นอร์ธีย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการลงทุนของ U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า ตลาดกำลังเผชิญแรงดึงระหว่างพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง กับความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจสร้างความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจโลก

“กรอบการวิเคราะห์ของเรามุ่งเน้นไปที่ระยะเวลาของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ และยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อนานเท่าไร โอกาสที่ Fed จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในปี 2026 ก็จะยิ่งลดลง” นอร์ธีย์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...