คืนสิทธิ "กลุ่มเปราะบาง" พ้นสถานะ "คนไทย" ตกหล่นทะเบียนราษฎร
ซาเรน วัย 5 ขวบ เกิดที่มาเลเซีย ไม่มีหลักฐานแจ้งเกิดหรือชื่อในทะเบียนบ้านของบิดา เอกสารโรงพยาบาลระบุเพียง วัน เดือน ปี ในวันที่ลืมตาดูโลก ปัจจุบัน “ซาเรน” ตาม “ปัณยารัตน์ คันทะไชย” มารดา วัย 41 ปี มาอาศัยอยู่กับยายที่ จ.อุดรธานี เมื่อปีที่แล้ว แม้จะได้เรียนหนังสือ แต่ไม่มีเลขบัตรประชาชน และไม่ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาล หากเกิดอาการเจ็บป่วย เด็กน้อยยังใช้ภาษามาเลย์สื่อสารกับบิดาข้ามประเทศได้ ขณะนี้ได้เข้ารับการตรวจ “สายสัมพันธ์” ยืนยันความเป็นแม่-ลูก แล้ว
ไม่ต่างจาก ดวงใจ อินทะสม สาวลาว เมืองแก้วอุดม สปป.ลาว และสิปปกร สีดาแก้ว หนุ่มจาก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี มี “น้องฟ้า” ด.ญ.บุญญาภรณ์ ลูกสาวคนเดียว วัย 3 ขวบ ทั้งคู่พบรักกัน หลังฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ คลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศลาว หลักฐานมีแค่ใบแจ้งเกิด แต่ “สิปปกร” พาครอบครัวกลับบ้านเกิด “ลูกสาว” ก็ยังไม่ได้รับสิทธิสายเลือดความเป็นคนไทยตามบิดา จึงต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเพื่อพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA )
ชิต (นามสมมุติ) วัย 45 ปี เคยต้องโทษคดีอาญา ตั้งแต่ถูกศาลออกหมายจับ เขาถูกย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านกลาง หลังรับโทษครบกำหนดได้รับการปล่อยตัว มีใบบริสุทธิ์ยืนยัน แต่ยังไม่สามารถย้ายชื่อกลับคืนทะเบียนบ้านปกติได้ ทำให้ไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ ทั้งบัตรรักษาพยาบาล 30 บาท และเงินผู้สูงอายุ
ทั้ง 3 กรณีปัญหาที่เกิดขึ้น เสมือนปัญหาเล็ก ๆ ของสังคมที่กระจายตัวเกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ แต่สำหรับ “ชาวบ้าน” กลุ่มเปราะบางแล้ว คือ เรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และรอนสิทธิความเป็นมนุษย์ และความเป็น “คนไทย” แท้ ๆ ไม่ใช่กลุ่มคนสีเทา ที่ผ่านการฟอกตัวสวมสิทธิความเป็นไทย
ดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนทั้งประเทศ มีสิทธิบัตรทอง 99.59% และ 0.4% ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ไม่เคยเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล แต่หลังจากสปสช.ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับ 9 หน่วยงานรัฐ เช่น กรมการปกครอง สำนักนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ ตั้งแต่ปี 2563 ทำให้มีผู้เข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นทุกปี
ที่ผ่านมา ยังมีคนไทยส่วนหนึ่งที่ตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎร แม้จะมีข้อเท็จจริงและหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นบุคคลสัญชาติไทย มี 3 กลุ่ม คือ คนไทยที่ตกหล่นทางทะเบียนราษฎร หมายถึง ผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นคนไทย แต่ตกหล่นจากการมีสิทธิสถานะ ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เนื่องจากยังไม่ได้แจ้งเกิด หรือเพิ่มชื่อ
กลุ่มที่ 2 เป็นคนไทยที่มีชื่อและรายการอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง หมายถึง ผู้ที่เคยมีชื่อและเลขประจําตัวประชาชน 13 หลัก แต่ถูกย้ายชื่อและรายการเข้าในทะเบียนบ้านกลาง กลุ่มที่ 3 เป็นคนไทยที่ถูกจําหน่ายรายการทางทะเบียน คือ เคยมีชื่อและเลขประจําตัวประชาชน 13 หลัก แต่ถูกจําหน่ายรายการจากฐานข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์
ข้อมูลจาก สปสช.ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2563-2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะทางทะเบียนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงหลักประกันสุขภาพไปแล้ว จำนวน 1,045 คน ทั้งผู้ที่ถือบัตรเลข 00 และบัตรเลข 0-89 รวมทั้งหมด 2,695 คน จากทั้งหมดทั่วประเทศ 484,661 คน
ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการพิสูจน์สิทธิ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิของกลุ่มทุนหรือบุคคลต่างชาติ แต่ความเข้มงวดดังกล่าวต้องไม่กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ คนไทยตัวจริง ต้องสูญเสียสิทธิของตนเองไป
….หัวใจสำคัญของการทำงาน ในการพิสูจน์ เพื่อคืนสิทธิให้กลุ่มตกหล่น คือ ความร่วมมือระหว่างชุมชนกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะคนในชุมชน คือผู้ที่รู้จักประวัติชีวิตของผู้ประสบปัญหามากที่สุด ส่วนการตรวจ DNA จะเป็นเครื่องมือช่วยยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่าย” รองเลขาฯสปสช. กล่าว
แม้การตรวจ DNA เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะคืนสถานะและสิทธิความเป็นคนไทยให้เข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐได้ แต่ สุมาตย์ เพชรเขาทอง ผอ.ส่วนการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า ในกรณีที่ผู้ตกหล่นไม่เหลือเครือญาติทั้งฝ่ายบิดา-มารดาให้ตรวจ ไม่มีสูติบัตร พยานบุคคลและเอกสารยืนยันใดๆ ทั้งสิ้น แต่เจ้าหน้าที่สามารถใช้วิธีการสืบเสาะ ด้วยการลงพื้นที่แล้ว มีผู้ยืนยันว่า เคยเห็นหรือทราบว่าเกิดพื้นที่แห่งนี้ บิดา-มารดา ญาติเสียชีวิตหมดแล้ว แต่เป็นคนไทยไร้สถานะ ก็สามารถจัดทำทะเบียนประวัติเป็นบุคคลหมายเลข 0 ให้ได้
หรือในกรณีเป็นคนไทย แต่รอการพิสูจน์ หากหาญาติเจอก็จะเปลี่ยนสถานะจากบุคคลหมายเลข 0 เป็นบุคคลหมายเลข 5 คือคนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้านจากการตกสำรวจ หรือเป็นกรณีที่มี 2 สัญชาติที่ต้องเข้ารับการตรวจรหัสพันธุกรรมยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด
“ถ้าเป็นคนไทย มีประชาคมยืนยันสถานะ รับรองภูมิลำเนาเกิดได้ และตรวจดีเอ็นเอ พิสูจน์ทราบ เป็นอำนาจเฉพาะของนายอำเภอที่จะออกบัตรประชาชนให้ได้เลย …ส่วนกรณีเกิดนอกประเทศ เช่น มีลูกแม่ลาว พ่อไทย หรือลูกแม่ไทย พ่อเป็นชาวโอมาน ก็สามารถนำใบแจ้งเกิดได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย หรือ สถานกงสุลใหญ่ไทย ที่รับผิดชอบเขตพื้นที่ เด็กจะมีชื่อเกิดในทะเบียนบ้านกลางต่างประเทศ หากย้ายมาอยู่ไทยก็มาติดต่อย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านปกติได้ภายในไม่เกิน 15 วัน ” ผอ.ส่วนการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ให้ข้อมูล
หรือกรณีเด็กเกิดในประเทศลาว มาเลเซีย พ่อไทย หรือไม่ไทย ก็สามารถนำเอกสารหรือสูติบัตรจากประเทศต้นทางไปให้กงสุลพื้นที่ออกใบรับรองเอกสารให้ …ตรวจดีเอ็นเอ ตามปกติจะแพงมาก แต่โครงการความร่วมมือของ สปสช. มหาดไทย และหน่วยเกี่ยวข้อง เป็นการตรวจให้ฟรี ถือเป็นการแก้ไขให้บุคคลที่มีสถานะทางทะเบียนให้ไปต่อได้
ไม่ใช่เพียงการพิสูจน์อัตลักษณ์ เพื่อคืนสิทธิให้ประชาชนตกหล่นเท่านั้น แต่การขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุกผ่านทุกองคาพยพ ในท้องถิ่น ผ่านเครือข่าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จะช่วยให้คนกลุ่มเปราะบางได้รับการรับรองสถานะ ให้ได้สิทธิความเป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์แบบ
หมายเหตุ: เก็บตกจากโครงการสื่อสัญจรลงพื้นที่ สปสช. เขต.8 อุดรธานี วันที่ 14-15 ก.ค. 2569 ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการจัดเก็บสารพันธุกรรม (DNA) ประกอบการแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร ของคนไทยตกหล่นทางทะเบียนราษฎร
อ่านข่าว เพื่อให้ประชาชนการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพไปแล้ว
“วสท.” ชง แก้กฎหมายสถานบริการ-คุมวัสดุลามไฟ ป้องกันไฟไหม้ซ้ำ
"ฝรั่งเศส" ผ่านกฎหมาย "การุณยฆาต" ใช้กับผู้ป่วยโรคร้ายแรง เงื่อนไขเข้มงวด
กยศ.เตือนผู้กู้ ผิดนัดชำระหนี้ 6 งวด เสี่ยงเสียสิทธิ-ถูกดำเนินคดี