โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดีอี” ลุยปราบแอปเงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด เตือนประชาชนระวังโฆษณาชวนเชื่อ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 08.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยถึงการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย รวมถึงเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราว่า กระทรวงดีอีดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายใต้ 2 แนวทางหลัก เพื่อยกระดับการป้องกันและสกัดกั้นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

แนวทางแรก คือ การดำเนินงานเชิงรุก โดยใช้อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 วรรคสอง ในการตรวจจับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อพบความผิดปกติ กระทรวงดีอีจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กระทรวงการคลัง เพื่อตรวจสอบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวมีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง กระทรวงดีอีจะส่งคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันดังกล่าวไปยัง Store หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP

แนวทางที่สอง คือ การดำเนินการปิดกั้นตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และ สศค. โดยกระทรวงดีอีจะตรวจสอบพยานหลักฐานว่ามีองค์ประกอบครบถ้วนเพียงพอสำหรับการยื่นคำร้องต่อศาลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 (3) หรือไม่ ก่อนดำเนินการส่งคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งปิดกั้นต่อไป

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ธปท. ได้ส่งรายชื่อแอปพลิเคชันให้กระทรวงดีอีดำเนินการยื่นคำร้องขอปิดกั้นต่อศาลแล้วจำนวน 79 แอป โดยกระทรวงดีอีได้ส่งให้ สศค. ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียน และได้รับผลตอบกลับมาแล้วจำนวน 57 แอป จากนั้นกระทรวงดีอีได้ส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายไปยัง Store โดยนำรายการที่เป็นสินเชื่อรายย่อยออกแล้วจำนวน 57 รายการ

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังดำเนินมาตรการเชิงรุกในการปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยสามารถปิดกั้นได้แล้วจำนวน 1,466 URLs ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินการกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมีจำนวนรวมกว่า 1,500 รายการ

ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่า “สแกมเมอร์” มีการหลอกลวงประชาชนให้กู้เงินในหลากหลายรูปแบบ โดยมักใช้ข้อความชวนเชื่อผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เช่น “กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้” ซึ่งหากประชาชนหลงเชื่อ อาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเลขบัญชีธนาคาร รวมถึงอาจสูญเสียทรัพย์สินจากการถูกหลอกให้โอนเงินในรูปแบบค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกัน

นางสาวแนนกล่าวว่า ขอเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนใช้บริการกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยค้นหาคำว่า “เช็กแอปเงินกู้” เพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนใช้บริการ

ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. ปปง. ธปท. และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยหากประชาชนหลงเชื่อและโอนเงินค่ามัดจำหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีผ่านศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...