'สุเทพ' บอก 'นายกฯ' ทำถูกแล้ว ไม่แก้ ม.112 เตือน 'นักเคลื่อนไหว' ติดคุก ไม่ใช่เรื่องสนุก
VoiceTV
อัพเดต 11 พ.ย. 2564 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 11.05 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กส่วนตัว “ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.)ได้เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP5 ในวันนี้เป็นการคุยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อจากEP 4
สุเทพ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้ชักชวนพี่น้องประชาชนว่า โปรดได้ติดตามความเคลื่อนไหว ของกลุ่มบุคคล ที่มีความคิด ที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และได้นำข้อมูลมากราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า เนื้อหาสาระของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเรื่อง ที่กฎหมายบัญญัติ ห้ามไม่ให้ใครไปหมิ่นประมาท ไปดูหมิ่น หรือไปแสดงความ อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี หรือรัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เขียนตามรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บัญญัติเรื่องการปกครองประเทศ ที่เป็นระบบการปกครองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ตามขนบธรรมเนียม การปกครองของประเทศเรา ซึ่งไม่เหมือนที่อื่น บัญญัติในมาตรา 1 เลยว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร อาณาจักรของพระเจ้าแผ่นดิน และบัญญัติไว้ในมาตรา 2 ว่า อาณาจักรนี้ มีระบอบการปกครองที่เป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เมื่อพระองค์ทรงเป็นประมุขของประเทศ ดำรงพระสถานะพิเศษ รัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้ใน มาตรา 6 ว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ และที่เคยบอกแล้วว่า เขามีรัฐธรรมนูญอย่างนี้ เขามีกฎหมายอย่างนี้กันทุกประเทศทั่วโลก เพื่อปกป้องประมุขของประเทศ ไม่ให้ถูกละเมิด ของเรา นอกจากมีบทบัญญัติปกป้องประมุขของประเทศ เรายังมีบทบัญญัติที่ปกป้องประมุขของประเทศอื่น ไม่ให้คนไทยไป ล่วงละเมิดด้วย จึงเป็นที่มาของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
สุเทพ กล่าวต่อว่า ตอนที่เชิญชวนพี่น้องประชาชน ให้ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ ผมยังไม่เห็นความชัดเจนว่า คนที่คิดจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เขาคิดอะไรจะแก้ไขตรงไหนจะเปลี่ยนแปลงอะไร ปรากฏว่าเวลาผ่านมา 1 สัปดาห์เราเห็นชัด ออกมาแสดงชัดเจนเลย พวกหนึ่งก็สุดโต่งมาก ถึงขนาดว่า ต้องยกเลิกไปเลยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ให้มีอีกต่อไป อ้างเหตุผลมากมาย ซึ่งไม่ถูกใจพวกเราคนไทยทั้งนั้น ในการยกเหตุผลนั้นๆมา อีกพวกหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายพรรคการเมือง ก็ประกาศว่า จะแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยย้ายจากหมวดความผิดต่อรัฐ ต่อ ความมั่นคงรัฐ หรือ ต่อความมั่นคงต่อราชอาณาจักร ไปไว้ในลักษณะความผิดอื่น ที่เป็นการเฉพาะ เพราะว่าต้องการที่จะให้มีโทษเบาลง แล้วประกาศชัดอีกว่า ถ้าหากผู้ใดกระทำการวิพากษ์ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต หรือ ติชมโดยสุจริต ไม่ต้องรับโทษในฐานะ ที่กระทำความผิดตามมาตรา 112 เรียกว่ายกเว้นโทษให้คนที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือ รัชทายาท ตรงนี้คนไทยเขาไม่ยอม เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่เคารพสักการะ พระผู้ทรงคุณต่อแผ่นดิน ตั้งแต่ประวิติศาสตร์มาจนปัจจุบัน คนไทยกับพระมหากษัตริย์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แยกกันไม่ได้ กอบกู้เอกราชปกป้องประเทศขาติมาด้วยกัน พระมหากษัตริย์ไทย นำกองทัพบรรพบุรุษของคนไทย รบเคียงข้างพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ ทรงดูแล ความทุกข์ ความสุขของประชาชน
เพราะฉะนั้นประชาชนทั่วไป พอรู้เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ยอม ได้แสดงออกด้วยวิธีการต่างๆ ขึ้นป้าย ชูป้ายแสดงออก แสดงความนึกคิดเห็น ทางสื่อออนไลน์ ทางสื่อปกติ เรื่องนี้แสดงออกกันอย่างกว้างขวางมากว่า บางจังหวัดถึงกับแสดงพลังออกมาแล้ว ต้องการปกป้องสถาบัน ปกป้องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีเชิงประจักษ์ชัดซูเปอร์โพลไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ปรากฏว่า ประชาชนทั่วประเทศมีความเห็นตรงกันว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการก่อร่างสร้างประเทศมาตั้งแต่ต้น ในการกอบกู้เอกราช เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนในการที่ดูแลทุกข์ของประชาชน
มีตัวเลขออกมาชัดว่า คนจำนวนถึง 98%เศษ ที่คิดเห็นเหมือนกัน ลึกลงไปในเรื่องว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย กับการพยายามที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ปรากฏว่า ประชาชนคนไทย 96.1% ไม่เอาด้วย ไม่เห็นด้วย ที่เขาไม่เห็นด้วยนี้ ผมเข้าใจดี ผมสัมผัสกับพี่น้องประชาชนมามากในชีวิต พอจะติดตามความคิด ความอ่าน ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนไทยได้ดี ต่างมีความสำนึกในความเป็นปวงชนชาวไทย คือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตารา 50 ว่าบุคคล คือ ปวงชนชาวไทย มีหน้าที่ที่จะพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่เขาไม่เห็นด้วย ที่เขาออกมาเคลื่อนไหว เพราะเขาทำหน้าที่นี้และเขาทำหน้าที่ในอนุมาตรา 2 ของมาตรา 50 คือ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิของประเทศพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ คือ เกียรติภูมิของประเทศ
หากนายกฯไม่แสดงความเห็นจะถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่
สุเทพ กล่าวต่อว่า พี่น้องประชาชนติดตามข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินทางไปต่างประเทศในระหว่างนั้น ที่เขามีการพูดจากันในเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พล.อ.ประยุทธ์ ไปประชุมระหว่างประเทศ อยู่ที่ ประเทศสกอตแลนด์ กลับมาพล.อ.ประยุทธ์ ก็ประกาศทันทีว่า ไม่ยอมไม่เห็นด้วยไม่ให้ใครมาแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทำไมพล.อ.ประยุทธ์ถึงประกาศชัดเจนอย่างนั้นก็ เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ ต้องทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ รัฐธรรมนูญบัญญัติถึงหน้าที่ของประชาชนคนไทยว่า จะต้องพิทักษ์รักษา สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 50 ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ ก็บัญญัติไว้ในมาตรา 52 ว่า รัฐจะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช สถาบันเกียรติภูมิของชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงท่าที ต้องทำหน้าที่ เรื่องของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่พูดอย่างนี้ ไม่แสดงอย่างนี้ถือว่าบกพร่อง เหมือนกับคนไทยทั่วไป ที่เขามีความรู้สึกว่าถ้าเขาไม่แสดงออกเรื่องอย่างนี้ เขาไม่สบายใจ บกพร่องต่อหน้าที่
แนะหันไปแก้ไขปรับปรุงกฎหมายตัวอื่น
สุเทพ กล่าวอีกว่า ผมรู้สึกเป็นห่วง ผู้ที่กำลังเคลื่อนไหวสนับสนุนให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ผมคิดว่าผู้ที่เป็นนักการเมือง เป็น ส.ส. เป็นพรรคการเมืองมีกฎหมายเยอะแยะที่ควรจะไปแก้ไข ปรับปรุง เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ไม่น่าที่จะมาทำเรื่องกฎหมายนี้ ซึ่งมีผลกระทบ ต่อจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่ พรรคการเมือง นักการเมือง ที่ยังดึงดัน ที่จะผลักดัน ที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 คิดว่า จะต้องถูกคนไปร้องเรียน อาจจะไปร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ร้องเรียนต่อศาลฎีกา หรือ แม้แต่ไปร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีอาญา คนที่ทำไปแล้ว ดูหมิ่น ให้ร้ายต่อพระมหากษัตริย์ไปแล้ว ก็ถูกดำเนินคดีอยู่ แค่ไปขึ้นเวทีไปสนับสนุน ไปชุมนุมด้วยก็ผิดนะ ไม่ใช่คนที่เสนอให้แก้ แต่เป็นคนที่ไปพูดจาสนับสนุน เกิดปัญหาได้ มีประมวลกฎหมายอาญา อีกมาตราหนึ่ง ที่มีคนกล่าวถึงอยู่บ้าง อยู่คือประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ถ้าผู้ใดกระทำด้วยวาจา หนังสือ หรือ วิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มีโทษจำคุก มีองค์ประกอบไว้ว่า ถ้าการกระทำนั้น ทำให้เกิดปั่นป่วน กระด้าง กระเดื่อง ในหมู่ประชาชน เป็นการกระทำเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี
อย่าไปคิดว่าผมมาข่มขู่ แต่เป็นการแสดงคิดเห็นในฐานะที่เป็นพี่น้องร่วมชาติ ผมเจอมาแล้ว ผมไปชุมนุมเดินขบวนปี 2556-2557 ขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดทำงานรับใช้ระบอบทักษิณ ไม่เป็นเครื่องมือให้เขาทำการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่เป็นเครื่องมือให้เขาใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป และให้มาร่วมชุมนุมกับประชาชนแค่นี้ เข้าข่ายความผิดมาตรา116 ว่า เป็นการกระทำที่ไม่ใช่ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ ผมก็สู้นะว่าดำเนินการอย่างนี้ ผมก็ยกรัฐธรรมนูญให้ดูแล้วมันเข้าข่ายจริงๆ เพราะรัฐธรรมนูญ มีความมุ่งหมายที่จะพิทักษ์รักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ปกป้ององค์พระประมุขของชาติ ผมก็โดนข้อหานี้ ผมขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป ให้ปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อน แล้วค่อยให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ผมก็โดนความผิดนี้ ต่างกรรมต่างวาระ ทำเมื่อไรก็ผิดกระทงหนึ่ง วาระไหนก็ผิดอีกกระทรงหนึ่ง ผมโดนไป 3 กระทง สู้คดีมา 2 ปีกว่า ในที่สุดศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกผม 5 ปี เพื่อนๆโดนกันทั้งนั้น ที่มาร่วมด้วย
เตือนติดคุกไม่ใช่เรื่องสนุก
เพราะฉะนั้น ผมเคยพบเคยเห็น เคยมีประสบการณ์ ก็เอามาบอกเล่าให้ท่านทั้งหลายที่กำลังเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ว่า โปรดมีสติยั้งคิดสักนิด ไม่สนุกเลยเรื่องติดคุก ผมไปมาแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกผม 5 ปี วันนั้นมีปัญหาเรื่องการประกันท่านไม่ให้ประกัน ผมต้องไปอยู่ในคุก 3 วัน 2 คืน กินข้าวในคุก นอนในคุกมาแล้ว ทุกข์ยากมาก บอกเลยครับ หลีกเหลี่ยงได้ เปลี่ยนใจเถอะ
สุเทพ กล่าวต่อว่า ผมเจอมาแล้วถึงมาเล่าให้ฟัง นี่ก็เป็นห่วงน้องๆที่มาเดินขบวนในใจคิดอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องระวังกว่าการกระทำทุกอย่างมันต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ผมเดินขบวนอยู่กับพี่น้องประชาชน เป็นหมื่นเป็นแสน ทุกข์ยากอย่างไรก็ยังรู้สึกอบอุ่น ถูกประทุษร้ายด้วยอาวุธมีคนบาดเจ็บ 800 – 900 คน มีคนเสียชีวิต 24คน ทุกข์มากตอนนั้น แต่ก็ยังรู้สึกว่า มีพวก อบอุ่น ตอนสู้คดี 2 – 3 ปีว้าเหว่มาก เหลือกันไม่กี่คน ยิ่งตอนติดคุกยิ่งว้าเหว่ เพราะฉะนั้นถ้าผมพูดาอะไร แล้วทำให้ท่านทั้งหลายได้คิด ได้สติก็ได้โปรดระลึกว่า ด้วยความหวังดีจริงๆ ผมสู้กับระบอบทักษิณ แต่สิ่งที่ท่านกำลังทำ คนไทยไม่ยอมหรอกครับเรื่องนี้ ท่านเห็นแก่ความสงบสุขของประเทศคิดว่า ต้องยับยั้งชั่งใจเปลี่ยนใจ เพราะว่าจะเป็นชนวนให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระว่าง ท่าน กับ ประชาชนส่วนใหญ่ของแผ่นดินที่จะนำความยุ่งยากลำบากมาทุกฝ่าย
พร้อมต่อสู้ร่วมประชาชนปกป้องสถาบัน
สุเทพ ระบุด้วยว่า ผมอยู่ฝ่ายที่ไม่เอาด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และผมพร้อมที่จะร่วมขบวนในการต่อสู้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพื่อที่จะพิทักษ์รักษา สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำหน้าที่ของเราตามรัฐธรรมนูญ พิทักษ์รัฐธรรมนูญ และเชื่อว่า พี่น้องคนอื่นๆในประเทศ วันนี้ที่แม้จะวางเฉยก็คิดเช่นเดียวกัน เป็นห่วงชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกัน ประเทศไทยถ้าเราไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมไม่คิดว่าเราจะรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไว้ได้ ผมไม่คิดว่าเราจะรักษาเอกราชของประเทศไว้ได้ มีตัวอย่างเกิดขึ้นในหลายประเทศทั้งที่อยู่ใกล้บ้านเราและไกลออกไป เมื่อไรที่แตกแยกเป็นประเทศเล็กๆ น้อยๆ ในที่สุดก็ถูกต่างชาติเข้ามาครอบงำ ประเทศไทยเป็นของเราทุกคน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ช่วยกันคิดช่วยกันให้สติทำสิ่งดีๆ ให้กับบ้านเมืองคนที่คิดดีแล้วก็มีกำลังใจ และเดินหน้าทำกันต่อไปผมอยู่ข้างเดียวกับท่านครับ