โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KBANK คาดเงินบาทสัปดาห์หน้า 33.10-33.80 บ. จับตาฟันด์โฟลว์-เงินเฟ้อสหรัฐ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (9-13 พ.ย.) คาดการณ์กรอบความเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.10-33.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) ที่ผ่านมา ณ ระดับ 33.55 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับความเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจังหวะอ่อนค่าลงระยะสั้น ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ จากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคุมเข้มนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี ประกอบกับมีแรงขายเงินยูโรเข้ามาหนุนดอลลาร์ทางอ้อม หลังจากฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch) ปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลงจากระดับ A+ เป็นเชิงลบ (Negative) เนื่องจากประเด็นความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและฐานะการคลัง

อย่างไรก็ตาม เงินบาทได้พลิกกลับมาแข็งค่าทะลุแนว 33.50 บาทต่อดอลลาร์ จนทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ระดับ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น การเข้าซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และภาพรวมสกุลเงินเอเชียที่แข็งค่าขึ้นสวนทางราคาน้ำมันโลกที่ร่วงลงรับข่าวการเปิดรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังมีแรงขายทำกำไรตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่ลดลง หลังจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมและครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภา ซึ่งตลาดประเมินว่าจะเป็นข้อจำกัดต่อการผลักดันนโยบายลดภาษีและการใช้จ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่ช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ในตลาดหุ้นเอเชีย และมีแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์เพื่อปรับสถานะก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ต.ค. ของจีน (อาทิ CPI, PPI และการส่งออก) รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 3/2569 ของอังกฤษและยูโรโซน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...