โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟันธงคอนโดปีนี้"นิวไฮ" 5.6 หมื่นยูนิต บ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์เปิดขายใหม่แพงขึ้น 22-42%

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 11 ก.ย 2561 เวลา 06.14 น.

ปีนี้ยังเป็นขาขึ้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “คอลลิเออร์สฯ” ประเมินแนวโน้มคอนโดฯเปิดใหม่ทั้งปี 5.6 หมื่นยูนิต ทำสถิตินิวไฮอีกครั้งในรอบ 7-8 ปี ชี้ครึ่งปีหลังบิ๊กแบรนด์ถล่มตลาดอีก 3 หมื่นยูนิต มูลค่ารวม 2 แสนล้าน “สำนักวิจัยศุภาลัย” สำรวจ กทม.-ปริมณฑล 14 โซน พบแนวราบราคาปรับขึ้น 22% บ้านเดี่ยวขึ้น 42% สินค้าบ้านเดี่ยวราคาถูกสุดอยู่รังสิต-ปทุมฯ ส่วนทาวน์เฮาส์ 9 แสนอยู่บางนา-ปากน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2561 ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นภาพที่มีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยมีสำนักวิจัย 2 ค่ายนำเสนอข้อมูลของตลาดแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียมที่คาดการณ์ว่าปีนี้จะได้เห็นการทำสถิติสูงสุดรอบใหม่หรือนิวไฮ รวมทั้งผลสำรวจการเปลี่ยนแปลงของราคาโครงการแนวราบที่พบว่าโครงการที่เปิดตัวใหม่มีการปรับราคาเพิ่มตั้งแต่ 22-42%

คอนโดฯนิวไฮรอบ 7-8 ปี

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลสำรวจในช่วง 10 ปี (2552-2561) มีคอนโดฯเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ 455,879 ยูนิต โดยปี 2553 มีการเปิดตัวใหม่มากที่สุด 62,758 ยูนิต จากนั้นในปี 2554 ซึ่งเป็นปีมหาอุทกภัยทำให้การเปิดขายใหม่น้อยลงเกือบ 100% หลังจากนั้น ตลาดคอนโดฯมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ 50,000 ยูนิต จนถึงปี 2557 ที่มีการทำรัฐประหารส่งผลกระทบทำให้ตลาดชะลอตัวอีกครั้ง

ต่อมารัฐบาล คสช.มีการผลักดันลงทุนเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าเป็นรูปธรรมอีกหลายเส้นทาง เป็นตัวกระตุ้นให้คอนโดฯขยายตัวเป็นอย่างมาก สถิติในปี 2560 มียูนิตเปิดใหม่มากถึง 55,398 ยูนิต

ล่าสุดประเมินแนวโน้มปี 2561 จากการขยายตัวของเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ ภาพรวมเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเข้มแข็ง คาดการณ์ GDP ปีนี้สูงถึง 4.2-4.7% และความชัดเจนทางการเมืองที่รัฐบาลประกาศให้มีการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2562 บวกกับกำลังซื้อนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะจีนถือเป็นปัจจัยบวกในปีนี้ โดยหน่วยเปิดขายใหม่ทั้งปีอาจมากถึง 56,000 ยูนิต ซึ่งมากกว่าในปี 2560 และทำสถิตินิวไฮในรอบ 7-8 ปีที่ผ่านมา

ทำเลสุขุมวิท 39 เด้งมาก

นายภัทรชัยกล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรก 2561 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เน้นเปิดตัวโครงการแนวราบจำนวนมาก ในขณะที่แผนเปิดตัวโครงการใหม่จะเป็นวงรอบที่หันกลับมาทำแนวสูงมากขึ้น โดยคาดว่ามีการพัฒนาเพิ่มเติมอีก 30,000 ยูนิต มูลค่าการลงทุนมากกว่า 200,000 ล้านบาท

จากการตรวจสอบแผนลงทุนผู้ประกอบการรายใหญ่ อาทิ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เตรียมพัฒนาคอนโดฯใหม่เกือบ 4,000 ยูนิต มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท, บมจ.แสนสิริเตรียมพัฒนาคอนโดฯในกรุงเทพฯ 6,200 ยูนิต มูลค่ารวม27,000 ล้านบาท, บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ วางแผนเปิดตัวเพิ่ม 3 โครงการเกือบ 1,000 ยูนิต มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมี บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ วางแผนพัฒนาคอนโดฯแบรนด์พาร์ค ออริจิ้น 3 ทำเล รวม 2,200 ยูนิต มูลค่ารวม 22,000 ล้านบาท, หนึ่งในทำเลที่น่าจับตามอง คือ สุขุมวิท39 โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างน้อย 3 บริษัทวางแผนเปิดตัวคอนโดฯลักเซอรี่ราคาเฉลี่ย 270,000 บาท/ตารางเมตร ได้แก่ บมจ.ไรมอนแลนด์ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ และกลุ่มชินวะ (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนของชินวะ กรุ๊ป-บมจ.พรีบิลท์ ยูนิตรวมกัน 800 ยูนิต

Q2 ราคาห้องชุดเฉลี่ย -8%

สำหรับราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 2/61 อยู่ที่ 124,000 บาท/ตารางเมตร ลดลง 8% จากไตรมาส 1/61 ที่มีราคาเฉลี่ย 135,000 บาท/ตารางเมตร เนื่องจากมีการเปิดตัวราคาระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยคอนโดฯในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นทุกไตรมาส 3-5% ขึ้นกับทำเลที่ตั้งและรูปแบบโครงการ

ผลสำรวจพบด้วยว่า ราคาคอนโดฯไตรมาส 2/61 อยู่ระระหว่าง 70,000-150,000 บาท/ตารางเมตร โดยมีกลุ่มราคาเกิน 200,000 บาท/ตารางเมตร เพียง 805 ยูนิต หรือสัดส่วน 9.5% ของตลาดรวม และมีอัตราการขายที่ค่อนข้างสูง ส่วนกลุ่มราคา 100,000-150,000 บาท/ตารางเมตร ยังคงเป็นช่วงระดับราคาขายดีที่สุด มีสัดส่วนขายได้แล้ว 85%

แนวโน้มราคาในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 คาดว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ทั้งตลาด เนื่องจากโครงการที่วางแผนเปิดตัวใหม่ส่วนใหญ่ทำเลมีศักยภาพสูง อยู่ใจกลางเมือง นอกจากทำให้ราคาค่อนข้างสูงแล้วยังเป็นโครงการขนาดใหญ่อีกด้วย

ยอดปฏิเสธสินเชื่อลดลง

โดยทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ในพื้นที่ใจกลางเมืองมีราคาขายสูงกว่า 250,000 บาท/ตารางเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาส ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงต่อคอนโดฯเปิดตัวใหม่มาจากซัพพลายของโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ รวมทั้งห้องชุดมือสองที่สะสมในตลาด และนำเสนอขายในราคาต่ำกว่าราคาคอนโดฯโครงการใหม่

“ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจในโครงการระดับ low end หรือโครงการที่มีราคาขายต่ำกว่า 1.3 ล้านบาท/ยูนิตลดลง เนื่องจากมีปัญหาถูกปฏิเสธสินเชื่อในระดับสูง ผู้ซื้อส่วนใหญ่มีหนี้สินอื่น ๆ และหนี้ครัวเรือนสูงเกินกว่าที่ทางธนาคารจะยอมรับได้ แต่ปัญหานี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปัจจุบันยอดปฏิเสธสินเชื่อมีแนวโน้มน้อยลง บางโครงการเหลือไม่ถึง 10%” นายภัทรชัยกล่าว

ที่ดินซื้อขายจริงราคาลง -15%

อีกฟากหนึ่งเป็นชุดข้อมูลตลาดโครงการแนวราบ ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม ฝ่ายวิจัยศุภาลัย เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบราคาต่ำที่สุดของบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลของโครงการที่เปิดใหม่แต่ละโครงการในปี 2560 และ 2561 แล้วทำการหาค่าเฉลี่ยในแต่ละโซนรวม 14 โซน และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของแต่ละโซนเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของราคา

ทั้งนี้ จากการเก็บตัวอย่างราคาที่ดิน 12 โซน พบว่าในกรุงเทพฯปี 2561 ลดลงจากปี 2560 เฉลี่ย -15.8%

“ตัวเลขนี้ไม่ได้ชี้ว่าราคาที่ดินใน กทม.-ปริมณฑลลดลง แต่เป็นตัวชี้ว่าที่ดินที่เปิดขายใหม่ห่างไกลจากตัวเมืองมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำราคาที่ดินเปิดขายใหม่ลดลง รวมทั้งราคาที่ดินเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวชี้ว่าสินค้าที่ดินพร้อมบ้านจะเป็นไปในทางทิศใด”

ในด้านการเปลี่ยนแปลงราคา ซึ่งการเก็บตัวอย่างที่ได้แสดงว่าทาวน์เฮาส์ในโซน “พหลโยธิน-รามอินทรา” มีการปรับตัวสู่สินค้าที่มูลค่าเพิ่มสูงอย่างมีนัยสำคัญ, โซน “บางนา-สมุทรปราการ” ลดลงในลักษณะที่เป็นความเคลื่อนไหวเพื่อดิ้นไปสู่บริเวณที่สามารถเสนอสินค้าราคาต่ำกว่าภายในโซนเดียวกัน ส่วนบ้านเดี่ยวโซน “ตะวันออก” เป็นโซนเดียวที่มีราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แนวราบแพงขึ้น 22-42%

อย่างไรก็ตาม สินค้าที่มีการปรับตัวมากของราคาที่ดินพร้อมบ้านนั้น จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของที่ดินและการสร้างสรรค์สินค้าของผู้ประกอบการด้วย โดยเฉลี่ยราคาทาวน์เฮาส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.1% และราคาบ้านเดี่ยว 42.9% ซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้ว่าสินค้าที่อยู่อาศัยกำลังปรับตัวไปสู่ราคาที่สูงขึ้นค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้หมายความว่าเป็นแนวโน้มของสินค้าโดยทั่วไปทั้งตลาด แต่เป็นเพียงแนวโน้มของสินค้าเกิดใหม่เท่านั้นบางส่วนของตลาดยังคงนำเสนอสินค้าแก่ผู้ที่มีรายได้น้อยในราคาที่ต่ำที่สุดเท่าที่กฎหมายปัจจุบันจะอำนวยให้ทำได้ และสินค้าที่มีราคาต่ำสุดนี้ยังมีแนวโน้มปรับราคาลดลงด้วยในระหว่างปี 2560 และ 2561 ดังที่แสดงในรูปที่ 1 บ้านเดี่ยวที่ราคาต่ำที่สุดมาจากโซน “รังสิต-ปทุมฯ” ส่วนทาวน์เฮาส์ที่ราคาถูกที่สุดมาจากโซน “บางนา-สมุทรปราการ” ในปี 2561 จากเดิมเจ้าของสถิติอยู่ในโซน “สุขสวัสดิ์” ในปี 2560

“นั่นหมายความว่าผู้มีรายได้น้อยไม่ใช่ว่าจะหาซื้อที่ดินและบ้านที่เหมาะสมกับตนเองไม่ได้เลยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เพียงแต่อาจจะมีทำเลให้เลือกได้จำกัดเท่านั้นเอง” ดร.ประศาสน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...