โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปเส้นทางจ่ายค่าโง่โครงการโฮปเวลล์ 11,888 ล้านบาท

TODAY

อัพเดต 22 เม.ย. 2562 เวลา 12.37 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2562 เวลา 11.52 น. • Workpoint News

วันนี้ (22 เม.ย. 62) ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษา สั่งให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จ่ายเงินคืน บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำนวน 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 % ต่อปี ภายใน 180 วัน หลักบอกเลิกสัญญาสัมปทานโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในกรุงเทพมหานคร หรือ โครงการโฮปเวลล์ อย่างไม่เป็นธรรม

หากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เกิดขึ้นในสมัยที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หวังแก้ปัญหาเรื่องการจราจร

โดยกระทรงคมนาคมได้เริ่มเปิดการประมูล ในเดือนตุลาคม 2533 ซึ่งมี บ.โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) เพียงรายเดียวเสนอชื่อเข้าร่วม และชนะการประมูล และเซ็นสัญญาสัมปทานวันที่ 9 พ.ย. 2533 โดยมีอายุสัมปทาน 30 ปี ข้อตกลงว่าบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนออกแบบเองทั้งหมด วงเงินลงทุนโครงการ 8 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปี (6 ธ.ค.2534 – 5 ธ.ค.2542) โดยผู้รับสัมปทานจะมีรายได้จากค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าผ่านทาง และรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ตลอดเส้นทาง

แต่การก่อสร้างโครงการก็ดำเนินไปอย่างล่าช้า เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่บริเวณข้างทางรถไฟและการการย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ที่มีนายนุกูล ประจวบเหมาะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าตรวจสอบสัญญาสัมปทานทั้งหมด ที่มีเงื่อนไขการผูกขาด และประกาศล้มโครงการโฮปเวลล์ พร้อมจัดตั้งองค์การรถไฟฟ้ามหานครขึ้นมาดำเนินการแทน

ต่อมาในสมัย รัฐบาลนายชวน หลีกภัย มีพันเอกวินัย สมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วง ปี 2535 – 2538 ได้พยายามผลักดันโครงการโฮปเวลล์ต่อ แต่ก็ประสบปัญหาเรื่องทุน หลักทรัพย์ค้ำประกันสัญญา และเรื่องแบบก่อสร้างที่พบว่าระยะห่างระหว่างรางรถไฟกับไหล่ทางมีน้อยเกินไป ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ และไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยสากล นอกจากนี้ ในสัญญาไม่ได้ระบุเวลาไว้ว่าโครงการจะก่อสร้างเสร็จเมื่อใด ทำให้ บงโฮปเวลล์ มีสิทธิ์โดยชอบที่จะไม่ทำโครงการให้เสร็จ

สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี และมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ปี 2538 – 2539) มีพรรคพลังธรรมเป็นผู้ดูแลโครงการ ได้ทำการเร่งรัดการก่อสร้างอีกครั้ง พร้อมทั้งให้ยืนยันเรื่องผู้รับเหมาและแหล่งเงินทุน แต่โครงการก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

กระทั่งในสมัยที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ปี 2539 – 2540) การก่อสร้างโฮปเวลล์ได้หยุดดำเนินการลง ทำให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกสัมปทาน

การยกเลิกสัมปทานกับบริษัทโฮปเวลล์ มีผลอย่างเป็นทางการในสมัยที่ นายชวนหลีกภัย กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งขณะนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงใรวันที่ 20 ม.ค. 2541 หลังดำเนินการก่อสร้างมาแล้ว 7 ปี แต่กลับมีความคืบหน้าเพียง 13.77 % เท่านั้น

ภายหลังสัญญาสิ้นสุดลง รฟท. ได้พยายามนำโครงการที่สร้างไปแล้วมาพัฒนาต่อ โดยนำโครงสร้างบางส่วนมาใช้ในโรงการก่อสร้างรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) ทำให้ บ.โฮปเวลล์ ยื่นคำร้องต่อคณะอณุญาโตตุลาการ เรียกค่าเสียหายจากการยกเลิกสัญญา จากกระทรวงคมนาคมและ รฟท. เรียกร้องค่าชดเชย 28,000 ล้านบาท เพื่อให้กลับคืนสู่สถานะเดิมก่อนทำสัญญา เพราะมองว่าการที่ รฟท. ใช้ประโยชน์จากโครงการเดิม ถือเป็นการเวรคืนพื้นที่สัมปทาน

ขณะนั้น คณะอณุญาโตตุลาการ วินิจฉัยชี้ขาดว่า กระทรวงคมนาคม และ รฟท. บอกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม จึงสั่งให้จ่ายเงินชดเชยกับ บ.โฮปเวลล์ 11,900 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 9,000 ล้านบาท, ค่าตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่บริษัทจ่ายไปแล้ว 2,850 ล้านบาท และค่าออกหนังสือสัญญาค้ำประกัน 38.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี พร้อมคืนหนังสือค้ำประกันมูลค่า 500 ให้ บ.โฮปเวลล์

แต่ข้อพิพาทกลับไม่จบลงเพียงเท่านั้น กระทรวงคมนาคมและ รฟท. ได้ร้องศาลปกครอง ว่าข้อพิพาทนี้ไม่อยู่ในขอบเขตของอนุญาโตตุลาการที่สามารถระงับข้อพิพาทได้ เนื่องจากมิใช่ข้อพิพาทในการปฏิบัติตามสัญญา ศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) มีคำพิพากษาถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดกับกระทรวงคมนาคมและ รฟท. เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2557

แต่ล่าสุดวันที่ 22 เม.ย. 2562 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาชั้นต้น ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย จ่ายเงินคืนบริษัทโฮปเวลล์ 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 % ต่อปี ภายใน 180 วัน

ข่าวเพิ่มเติม : https://bit.ly/2INr2Zq
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีโฮปเวลล์ : https://bit.ly/2Zt17fM
มติ ครม. โครงการโฮปเวลล์ : https://bit.ly/2KWIgWY

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...