Kapook-Pantip ให้พนักงานเลือกทำงานที่บ้านหรือเข้าออฟฟิศได้ตามใจ
เว็บไซต์ Kapook.com และ Pantip.com เป็น 2 เว็บไซต์ที่ปรับ Work from Home ตัวได้เร็วในยุคดิจิทัลที่พนักงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดย Kapook เล่นใหญ่ ให้พนักงานขนอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็นกลับบ้านได้ ด้าน Pantip คอยติดตามดูสุขภาพจิตของพนักงานที่ต้องทำงานที่บ้าน
-ไทยพาณิชย์-เอไอเอส ใช้กลยุทธ์แบ่งทีม Work from Home
-Jitta-Techsauce ให้พนักงานทำงานที่บ้าน 100%
ปรเมศวร์ มินศิริ Managing Director & CEO at Kapook กล่าวว่า "เราโชคดีที่ธุรกิจหลักเป็นทางด้านดิจิทัล เราได้ทำเรื่องการทำงานจากที่บ้านมาประมาณสองปีแล้วจึงมีประสบการณ์มาในระดับหนึ่ง แต่สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้เราต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นขึ้นมาก
พอเริ่มมีสถานการณ์ที่กว้างขึ้น ทางบริษัทก็รีบเตรียมมาตรการโดยเร็ว ให้พนักงานทำงานที่บ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่สำนักงาน โดยให้ใช้เครื่องมือสื่อสารเป็นหลัก และมีการดูแลความสะอาดและฆ่าเชื้อมากเป็นพิเศษในสำนักงานส่วนหนึ่งที่ยังเปิดให้พนักงานที่ยังต้องการเข้ามานั่งทำงาน เพราะขาดความสะดวกในการทำงานที่บ้าน หรือยังมีความจำเป็นต้องเข้ามาเป็นครั้งคราว
"เรื่องที่เราให้ความสำคัญคือ สุขภาพของพนักงานเนื่องจากหลายคนไม่มีเก้าอี้ทำงานและโต๊ะทำงานที่ถูกสุขลักษณะ ทางบริษัทจึงให้พนักงานนำโต๊ะและเก้าอี้ทำงานตลอดจนอุปกรณ์ที่จำเป็นเช่นจอภาพขนาดใหญ่กลับไปใช้ที่บ้านได้ด้วย รวมถึงมีรถบริการขนของไปส่งให้ถึงบ้านพนักงาน"
Kapook มีกติกาว่าตอนเช้าให้ประชุมตอนเช้า คุยกันคนละสั้นๆ เพราะไม่มีปัญหาเรื่องรถติดมาไม่พร้อมกัน ทุกคนอยู่ที่บ้านเปิดหน้าจอและคุยกันได้
ใช้ซอฟต์แวร์ Zoom ประชุมภายใน เพราะแชร์หน้าจอได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องประชุมกับลูกค้าบ่อย ๆ จะฝึกให้ใช้โปรแกรมที่หลากหลายขึ้น ทั้ง Microsoft Teams หรือ Google Hangouts
พนักงานที่ทำงานที่บ้านและประสิทธิภาพตกลง ก็จะมีมาตรการให้หัวหน้างานติดตามดูแลเยอะขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้น โดยยึดหลักว่าถ้าใครทำงานดีก็จะมีอิสระในการทํางาน ใครที่ประสิทธิภาพตกก็จะมีหัวหน้าเข้าไปกำกับดูแล
หลังจากการเปิดให้พนักงานเลือก Work from Home ได้ มี 5% ที่ยังเข้ามาทำงานในออฟฟิศ
ขณะที่ บอย-อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ Co-founder and Chief Product Officer เว็บไซต์ Pantip.com กล่าวว่า "เราให้พนักงานทำงานที่บ้านเป็นวันที่ 2 แล้ว สิ่งที่บริษัทห่วงคือพนักงานที่ต้องเดินทางมาออฟฟิศและเดินทางโดยรถสาธารณะ อาจจะต้องเจอผู้คนเยอะ พนักงานคนไหนที่ไม่สบายใจในการเดินทางก็สามารถทำงานที่บ้านได้ ทั้งนี้มีการตกลงกันโดยให้พนักงานเซ็นเอกสาร เพื่อขออนุมัติทำงานที่บ้าน โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทยังจ่ายเงินเดือนให้เต็มอัตราเหมือนทำงานอยู่ที่บริษัท
เรื่องการสื่อสาร ปกติอยู่ออฟฟิศจะสามารถเดินไปคุยกันได้ แต่พ่อทำงานอยู่คนละที่ ไม่สามารถทำได้ ซึ่งแต่ละทีมก็จะใช้แอปพลิเคชันแตกต่างกันไป เช่น Line Zoom หรือ Skype แล้วแต่ถนัด โดยให้แต่ละทีมทำการเช็คอินกับหัวหน้ากันเองว่าในแต่ละวันจะทำอะไรบ้าง ทำอะไรเสร็จไปแล้วบ้าง ส่วนพนักงานที่นั่งเฝ้ากระทู้ช่วงกลางคืน โดยปกติจะทำงานที่บ้านอยู่แล้ว ซึ่งไม่เป็นปัญหา"
"โดยมีการตั้งเกณฑ์ว่า ถ้าคุยกันผ่านแชทและไม่ได้ข้อสรุป ก็จะต้องโทรหากันภายใน 15 หรือ 30 นาที"
บอย-อภิศิลป์ กล่าวต่อว่า "หลังจากทดลองทำมา 2 วันยังไม่พบปัญหาอะไร แต่คาดว่าหลังจากที่ได้ทดลองถึง 1 สัปดาห์อาจจะพบปัญหาบ้าง เช่น เรื่องสุขภาพจิตของพนักงานบางคนที่ไม่ชอบอยู่กับบ้าน ต้องการรับพลังจากคนรอบข้าง จะต้องถามบ้าง ซึ่งคนกลุ่มนี้เราก็ยังเปิดพื้นที่ให้สามารถเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศได้
หลังทดลองได้ 2 วัน มีพนักงานเข้ามาทำงานไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นส่วนงานที่มีเรื่องเอกสารหรือมารับเอกสารมีความจำเป็นต้องเข้ามา