โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สร้างความเข้าใจ ‘การคำนวณค่าไฟฟ้า’ ใช้มากจ่ายมาก ใช้น้อยจ่ายน้อย

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 ธ.ค. 2563 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2563 เวลา 11.29 น. • The Bangkok Insight

การคำนวณค่าไฟฟ้า เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ใช้ไฟฟ้าควรสร้างความเข้าใจ ค่าไฟฟ้าคิดอัตราค่าบริการต่อหน่วยเป็นอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้จำนวนหน่วยมากต้องยิ่งจ่ายมาก เพื่อเป็นการประหยัดต้องใช้จำนวนหน่วยไฟฟ้าให้น้อยตามความจำเป็น

“ค่าไฟฟ้า” ถือเป็นรายจ่ายประจำของผู้ใช้ไฟฟ้า หรือผู้ที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งมีหน้าที่ต้องชำระค่าไฟฟ้าให้กับ 2 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย คือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นรายเดือน

ค่าไฟฟ้าของไทย กำหนดให้มีการพิจารณาปรับอัตรา 'ค่า Ft' หรือ 'ค่าไฟฟ้าผันแปร' ในทุก ๆ 4 เดือน หรือใน 1 ปี จะแบ่งการพิจารณาออกเป็น 3 งวด คือ

งวดที่ 1 กำหนดเดือนมกราคม-เมษายน
งวดที่ 2 กำหนดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
งวดที่ 3 กำหนดเดือนกันยายน-ธันวาคม

ทั้งนี้เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลา สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ภายใต้การกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

สูตร การคำนวณค่าไฟฟ้า บ้านพักอยู่อาศัย

การคำนวณค่าไฟฟ้า

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คิดอัตราค่าบริการต่อหน่วยเท่ากัน โดยคิดเป็นอัตราก้าวหน้า ดังนั้นหากใช้ไฟฟ้ามากเท่าไร ก็จะต้องจ่ายค่าไฟมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งกลุ่มบ้านเรือนที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ จะติดตั้งเครื่องวัดไฟฟ้า หรือมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมป์ 220 โวลต์ 1 เฟส 2 สาย หรือ ถูกจัดเข้าประเภทที่ 1.1.1

การคำนวณค่าไฟฟ้า ตามสูตรโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า ประกอบด้วย 4 ส่วนรวมกัน คือ

1. ค่าไฟฟ้าฐาน
2. ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft)
3. ค่าบริการรายเดือน
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat)

ในสูตรคำนวณนี้ ค่าไฟฟ้าฐาน คือ ค่าการใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะคิดจากต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า โดยวิธีการคำนวณก็จะแบ่งตามประเภทผู้ใช้งาน ได้แก่

  • ประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย
  • ประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก
  • ประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง
  • ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่
  • ประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง
  • ประเภทที่ 6 องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
  • ประเภทที่ 7 กิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตร
  • ประเภทที่ 8 ไฟฟ้าชั่วคราว

สูตร (ค่าไฟฟ้าฐาน = จำนวนยูนิต X อัตราค่ากระแสไฟฟ้าต่อหน่วย)

อัตราปกติ สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า ประเภทที่ 1.1.1 (บ้านอยู่อาศัย) ดังนี้

15 หน่วยแรก : หน่วยที่ 0-15 อัตราค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 2.34 บาทต่อหน่วย
10 หน่วยต่อไป : หน่วยที่ 16-25 อัตราค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 2.98 บาทต่อหน่วย
10 หน่วยต่อไป : หน่วยที่ 26-35 อัตราค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 3.24 บาทต่อหน่วย
65 หน่วยต่อไป : หน่วยที่ 36-100 อัตราค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 3.62 บาทต่อหน่วย
50 หน่วยต่อไป : หน่วยที่ 101-150 อัตราค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 3.71 บาทต่อหน่วย
250 หน่วยต่อไป : หน่วยที่ 151-400 อัตราค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 4.22 บาทต่อหน่วย

ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ค่า Ft = จำนวนหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ x อัตราค่า Ft โดย ค่า Ft เป็นไปตามมติ กกพ. ที่จะพิจารณาในทุก ๆ 4 เดือน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม = (ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่า Ft + ค่าบริการรายเดือน) x 7%

ทั้งนี้อัตราค่าไฟฟ้าฐานดังกล่าว เป็นตัวอย่างอัตราที่กำหนดไว้สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย โดยในแต่ละประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า ก็จะแบ่งหน่วยการคิดค่าไฟฟ้า แยกย่อยตามแต่ละหน่วยคือ ยิ่งใช้ไฟมากก็ยิ่งจ่ายค่าไฟแพงขึ้นเท่านั้น

รู้แบบนี้แล้วหากต้องการจ่ายค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนไม่แพงจนเกินไป สิ่งที่ผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภททำได้ด้วยตัวเอง ก็คือการประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อลดหน่วยค่าไฟฟ้าฐาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการคำนวณค่าไฟฟ้าให้ใช้น้อยที่สุด ส่วนค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) นั้นเป็นองค์ประกอบที่อยู่เหนือการควบคุมของผู้ใช้ไฟฟ้าในแต่ละประเภท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...