แนะแนวเตรียมความพร้อม TCAS65 สู่ "คณะเภสัชศาสตร์”
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ถ้าพูดถึงคณะสายวิทย์สุขภาพยอดฮิต เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่นึกถึง “คณะเภสัชศาสตร์”อย่าง TCAS64 เภสัชฯ มธ. ก็ติด TOP5 คณะสายวิทย์ที่มีผู้สมัครมากที่สุด นอกจากนี้ ผลสำรวจความต้องการกำลังคนด้านสุขภาพยังพบว่าตลาดมีความต้องการเภสัชกรเพิ่มขึ้นอย่างมากในทุกๆ ปี ไม่ว่าจะเภสัชชุมชน เภสัชโรงพยาบาล เภสัชอุตสาหการ หรือเภสัชสายวิจัย ดังนั้น น้องๆ ที่สนใจสายงานด้านเภสัชกรรม มั่นใจได้เลยว่าจบมามีงานมั่นคงรองรับแน่นอน วันนี้พี่เมก้ารวบรวมแผนเตรียมความพร้อมสอบเภสัชฯ มาฝากน้องๆ แล้ว ตามไปดูกันเลยค่ะ
เตรียมความพร้อม TCAS65 สู่คณะเภสัชศาสตร์
คณะนี้เรียนอะไร
เภสัชกรในภาพที่หลายๆ คนรู้จัก ไม่ได้มีหน้าที่เพียงจัดยา ขายยา หรือจ่ายยา แต่จะต้องรู้หลักบริหารยา รู้สรรพคุณของตัวยาควบคู่กับศึกษาอาการของโรค รวมถึงติดตามและประเมินการรับยาของผู้ป่วยด้วย หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิตได้รับการรับรองมาตรฐานจากสภาเภสัชกรรม เพื่อผลิตเภสัชกรที่มีความสามารถและทักษะทางวิชาชีพชั้นสูง โดยผู้เรียนจะใช้ระยะเวลาการศึกษาตลอด 6 ปีเต็ม!
ปีที่ 1-4ส่วนใหญ่จะเน้นความรู้และเสริมทักษะการปฏิบัติงานทางเภสัชกรรมขั้นพื้นฐาน น้องๆ จะได้เรียนความรู้พื้นฐานและวิชาเฉพาะทางสำหรับนิสิต/นักศึกษาเภสัชทั้งหมด เช่น คณิตศาสตร์และสถิติ แคลคูลัส คำนวณเภสัช จุลชีววิทยาทางการแพทย์ เคมีของยา ชีวเคมีคลินิก เคมีเภสัช เป็นต้น ไม่เพียงแต่ทฤษฎีจุกๆ น้องยังต้องเผื่อคิวสำหรับปฏิบัติการต่างๆ ไว้ด้วย ไม่ว่าจะปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา เภสัชกรรมปฏิบัติ และการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรม เป็นต้น
ปีที่ 5-6น้องๆ จะได้เรียนวิชาต่างๆ แบบเจาะลึกตามสายวิชาชีพที่เลือก บางมหาวิทยาลัยจะแบ่งการเรียนเป็น 2 สาขาตั้งแต่แรกเข้าคือ“สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม”เน้นดูแลผู้ป่วยในกระบวนการใช้ยาทั้งในโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ไปจนถึงงานคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านยาและสุขภาพ และ “สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ”เน้นตรวจวิเคราะห์ วิจัย พัฒนา ผลิต ประกันคุณภาพ และควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ยา สมุนไพร อาหาร และเครื่องสำอาง ทั้งนี้บางมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้แบ่งสาขาตอนปี 1 แต่เรียกรวมเป็นสาขาเภสัชศาสตร์ก็จะให้เลือกสาขาที่ต้องการในชั้นปีสูงนี้เช่นเดียวกันค่ะ เช่น "ม.มหิดล" มีสาขาให้เลือกระหว่างเภสัชอุตสาหการและการบริบาลทางเภสัชกรรม "ม.ศิลปากร" มีรายวิชาให้เลือก 4 สาขาด้วยกัน คือเภสัชกรรมอุตสาหการ การบริบาลทางเภสัชกรรม (เน้นโรงพยาบาล) การบริบาลทางเภสัชกรรม (เน้นชุมชน) และการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพ เป็นต้น สำหรับ "ปีที่ 6" จะเป็นชั้นปีที่น้องๆ แยกย้ายไปฝึกปฏิบัติงานด้านเภสัชกรรมตามสายงานที่เลือกอย่างเต็มตัว บางคนก็เข้าฝึกในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยา บางคนก็ถูกส่งไปประจำการตามโรงพยาบาลหรือร้านขายยาต่างๆ โดยจะต้องเก็บชั่วโมงฝึกงานให้ครบตามหลักสูตรด้วย ซึ่งนี่ก็จะเป็นบทพิสูจน์เลยว่าเราเป็นเภสัชกรที่มีใจรักในการทำงานด้านไหน เพราะมีสายงานให้ทำหลากหลายจริงๆ
ส่วนน้องๆ ที่สนใจจะเรียนเภสัชศาสตร์ในสาขาที่เป็นวิทยาศาสตรบัณฑิตอย่าง“สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง”จะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 ปี โดยรวมจะเน้นผลิตผู้เชี่ยวชาญในการคิดค้น พัฒนาสูตรเครื่องสำอาง รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางด้วยเทคโนโลยีทางเภสัชกรรมค่ะ หลักสูตรนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค เมื่อเรียนจบจึงมั่นใจได้ว่าน้องๆ จะสามารถให้ข้อมูลและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้อย่างแน่นอน
คณะนี้เหมาะกับใคร
1. น้องๆ ที่ “เรียนสายวิทย์” หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต รับนักเรียนที่จบแผนการเรียนวิทยาศาสตร์เท่านั้น เพราะการเรียนกว่า 90% เน้นเนื้อหาวิทยาศาสตร์ทุกด้าน ทั้งเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา โดยเฉพาะเคมีและชีวะ ที่เรียนหนักมาก ไปๆ มาๆ อาจทำให้เทพด้านนี้โดยไม่รู้ตัว
2. น้องๆ ที่ “ชอบเคมี”ต้องเข้าใจก่อนว่าโครงสร้างยาและการผลิตยาต่างๆ เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้งสิ้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะหนีไปจากเคมี เคมีอินทรีย์มาแน่ เคมีวิเคราะห์เจอแน่ ถ้าไม่เป็นมิตรกันหรือไม่ถนัดก็ต้องเตรียมตัวให้หนักเลย!
3. น้องๆ ที่ “หน่วยความจำเยอะ” ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะการเรียนเภสัชมีเนื้อหาที่ต้องอาศัยความจำเยอะอยู่เหมือนกัน ท่องยาแหลก ท่องโรคแหลก ถ้าเราเมมเต็มง่ายอาจจะลำบากหน่อย ลองฝึกจัดระบบความคิดความจำให้เป็นระเบียบก็จะช่วยให้เหนื่อยน้อยลงได้ค่ะ
4. น้องๆ ที่ “ปรับตัวง่าย”สำหรับการเรียนเภสัชฯ ระหว่างเรียนไม่ได้เจอแค่วิทย์แน่นอน น้องต้องเจอวิชาคำนวณด้วย ภาษาอังกฤษด้วย ดังนั้น เราต้องสามารถซึมซับความรู้ได้ทุกอย่าง ถึงไม่ชำนาญก็ต้องพยายามทำความเข้าใจและผ่านมันไปให้ได้ค่ะ
คณะเภสัชศาสตร์ มีสาขาอะไรบ้าง
หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ภ.บ.)
- สาขาวิชาเภสัชศาสตร์
- สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม
- สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.)
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรเภสัชศาสตร์
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ม.เชียงใหม่
- ม.มหิดล
- ม.สงขลานครินทร์
- ม.ขอนแก่น
- ม.ศิลปากร
- ม.นเรศวร
- ม.อุบลราชธานี
- ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
- ม.มหาสารคาม
- ม.วลัยลักษณ์
- ม.บูรพา
- ม.พะเยา
- ม.ธรรมศาสตร์ (รับรองแบบมีเงื่อนไข)
- กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน ได้แก่ ม.รังสิต ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ม.พายัพ ม.สยาม ม.อีสเทิร์นเอเชีย (รับรองแบบมีเงื่อนไข) ม.เวสเทิร์น (ยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรม)
ตัวอย่างค่าธรรมเนียมการศึกษา
- จุฬาฯ 26,500 บ. / ภาคการศึกษา
- ม.เชียงใหม่ 20,000 บ. / ภาคการศึกษา
- ม.ธรรมศาสตร์ 52,000 บ. / ภาคการศีกษา
- ม.มหิดล 30,000 บ. / ภาคการศึกษา
- ม.ศิลปากร 23,000 บ. / ภาคการศึกษา
- ม.พะเยา (สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม) 35,000 บ. / ภาคการศึกษา
- ม.พะเยา (สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง) 28,000 บ. / ภาคการศึกษา
ตัวอย่างโครงการที่เปิดรับแต่ละรอบ (อ้างอิงข้อมูลจาก TCAS64)
อาชีพหลังจบการศึกษา
น้องๆ ที่จบการศึกษาจากหลักสูตรเภสัชศาตรบัณฑิตจะต้องเข้ารับการสอบใบประกอบฯ ของสภาเภสัชกรรมเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยการสอบวัดความรู้นี้ เป็นการสอบ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ตอนจบชั้นปีที่ 4 และครั้งที่ 2 ตอนจบชั้นปีที่ 6 แบ่งเป็น 2 ส่วนคือการสอบความรู้ข้อเขียน (MCQ) และการสอบทักษะทางวิชาชีพ (OSPE) ทั้งนี้เมื่อได้ใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมมาแล้วจะต้องต่ออายุใบอนุญาตทุกๆ 5 ปี ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสะสมหน่วยกิต ไม่น้อยกว่า 100 หน่วยกิต และแต่ละปีต้องเก็บหน่วยกิต ไม่น้อยกว่า 10 หน่วยกิต สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์สภาเภสัชกรรมและศูนย์สอบความรู้ฯ สภาเภสัชกรรม
สาขาการบริบาลเภสัชกรรมประกอบอาชีพเป็นเภสัชกรประจำร้านยา เภสัชกรประจำโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน เภสัชกรประจำคลินิก เภสัชกรประจำสถานพยาบาล เภสัชกรฝ่ายทะเบียนยา เภสัชกรฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข ผู้ประสานงานการวิจัยทางคลินิก นักวิเคราะห์วิจัยในสถาบัน กระทรวง กรมการแพทย์ต่างๆ
สาขาเภสัชกรรมอุตสาหกรรมประกอบอาชีพเป็นเภสัชกรในอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย บริษัทยา อาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และธุรกิจทางด้านเภสัชกรรมต่างๆ เช่น เภสัชกรฝ่ายผลิตยา เภสัชกรฝ่ายควบคุมมาตรฐานของตัวยาและการผลิต เภสัชกรฝ่ายการวิจัยคิดค้นและพัฒนาตัวยา เป็นต้น
สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางประกอบอาชีพเป็นนักวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางในสถาบันรัฐและเอกชน ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องสำอาง ผู้ควบคุมคุณภาพและการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ผู้ให้คำปรึกษาด้านเครื่องสำอาง เป็นต้น
จากที่รู้จัก“เภสัชศาสตร์” ไปพอสมควร น้องๆ คงรู้แล้วว่าคณะนี้เน้นด้านวิทยาศาสตร์มากๆ แต่อังกฤษก็ทิ้งไม่ได้ ดังนั้น การเตรียมตัวสอบเข้าคณะนี้ ต้องมี GAT และ PAT2 แน่นอน นอกจากนี้ใครที่ตั้งใจสอบ กสพท ต้องเตรียมอ่านวิชาเฉพาะ กสพท และวิชาสามัญ 7 วิชาหลักไว้ด้วยนะคะ ขอให้น้องๆ ที่มีใจรักในงานเภสัช ได้เข้าไปปรุงยาสมใจกันทั่วทุกคนค่ะ