โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำหนดอาหารให้สุขภาพดีด้วยนักกำหนดอาหาร

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 14 ก.ย 2563 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2563 เวลา 08.15 น.

นักกำหนดอาหารคือใคร
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “นักกำหนดอาหาร” แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึงใคร หรือใครบ้างที่เป็นนักกำหนดอาหาร คนมักจะชินกับอาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักสาธารณสุข แต่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำว่านักกำหนดอาหาร   วิชาชีพนักกำหนดอาหาร หรือ Dietitian เป็นผู้ที่ช่วยกำหนดว่าอาหารและสารอาหารซึ่งเราควรได้รับเป็นอย่างไรตามสภาวะที่เป็นอยู่ เพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดีและเหมาะสมต่อบุคคลนั้นๆ มากที่สุด สามารถให้ความรู้ ความเข้าใจ อธิบายถ่ายทอดหลักการ กระบวนการ แนวทางวิชาการด้านอาหารและโภชนาการได้อย่างมีเหตุและผล ถูกต้องตามหลักวิชาการ มีข้อมูลที่มีงานวิจัยซึ่งได้รับการยอมรับ  

กำหนดอาหารให้สุขภาพดีด้วยนักกำหนดอาหาร

  ทำไมนักกำหนดอาหารจึงมีความสำคัญ
นักกำหนดอาหารมีความสำคัญมาก เพราะเป็นผู้ที่เรียนเรื่องของอาหารมาโดยตรง ซึ่งต่างจากแพทย์ที่เรียนเรื่องโรค การวินิจฉัยโรค การรักษาโรค แต่สำหรับนักกำหนดอาหารต้องเรียนพื้นฐานวิทยาศาสตร์สุขภาพ เรียนกายวิภาค เคมี ชีววิทยา และเรียนวิชาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอาหารซึ่งใช้บำบัดโรคโดยเฉพาะ การคำนวณอาหารที่เหมาะสมสำหรับแต่ละเงื่อนไขของแต่ละบุคคล เช่น คนที่ต้องลดน้ำหนักไม่ใช่ว่าจะใช้หลักการหรือรูปแบบอาหารเหมือนกันได้ในทุกคน เพราะบางคนอาจมีโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน โรคมะเร็ง หรืออายุ หรือภาวะระบบเมตาบอลิซึมของร่างกายที่แตกต่างกัน   ปัจจุบันนักกำหนดอาหารในประเทศไทยจะต้องขึ้นทะเบียนวิชาชีพโดย “สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย” โดยจะได้รับคำว่า “กอ.ช” หรือ “CDT” ต่อท้าย ซึ่งย่อมาจาก “นักกำหนดอาหารวิชาชีพ” หรือ “Certified Dietitian of Thailand” ซึ่งจะมีการจัดสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นประจำทุกปี และเมื่อกฎหมายวิชาชีพนักกำหนดอาหารเสร็จสมบูรณ์ นักกำหนดอาหารจะเป็นผู้เขียนใบสั่งอาหารเพื่อกำหนดอาหารให้ผู้ป่วยรับประทานในแต่ละมื้อเหมือนที่แพทย์สั่งยา  

กำหนดอาหารให้สุขภาพดีด้วยนักกำหนดอาหาร

  เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้อาหาร ซึ่งการกำหนดอาหารเป็นการกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการวินิจฉัยปัญหาโภชนาการ โดยการประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่วย วิเคราะห์และวางแผนการให้โภชนาการบำบัด การให้คำปรึกษา ติดตาม ประเมินผล  ส่งเสริมและฟื้นฟูภาวะโภชนาการ และการดัดแปลงอาหารเฉพาะโรคให้เป็นไปตามแผนการรักษา เพื่อให้เหมาะสมกับโรคและภาวะโภชนาการทั้งในช่วงที่สุขภาพดีและมีการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคที่รักษาด้วยยาอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยการกิน เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ   สาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือกำหนดให้สาขาการกำหนดอาหารเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการกำหนดอาหารทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียน ออกใบอนุญาต เพิกถอนใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการโรคศิลปะสาขานั้นๆ อีกทั้งยังเป็นการกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนและขอขึ้นใบอนุญาต ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าสาขาการกำหนดอาหารจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการกำหนดวิชาชีพรับรองอีกด้วย  

กำหนดอาหารให้สุขภาพดีด้วยนักกำหนดอาหาร

  นักกำหนดอาหารต้องเรียนอะไรมาบ้าง
กว่าจะได้มาเป็นนักกำหนดอาหารนั้นไม่ใช่ว่าใครที่อบรมด้านอาหารและโภชนาการจะมีความรู้ความเข้าใจที่จะเป็นนักกำหนดอาหารได้ วิชาชีพนักกำหนดอาหารต้องผ่านการเรียนอย่างน้อย 4 ปีกับหลักสูตรเฉพาะที่ต้องเรียนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิชาเฉพาะ เช่น  ชีวเคมีทางอาหาร โภชนคลินิก โภชนบำบัด การประเมินภาวะโภชนาการ หลักการจัดอาหาร หลักการกำหนดอาหาร อาหารและโภชนาการของมนุษย์ อาหารตามวัย วิทยาศาสตร์อาหาร จริยธรรมในนักกำหนดอาหาร หลักการวิจัย การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ โภชนการในชุมชน ที่สำคัญต้องฝึกงานที่โรงพยาบาลร่วมกับชุมชนทั้งด้านของคลินิก การให้คำปรึกษา การให้โภชนบริการ ซึ่งต้องมีจำนวนของการฝึกงานรวมกันไม่น้อยกว่า 900 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้มีความรู้  ทักษะ และประสบการณ์ก่อนออกมาให้ความรู้แก่บุคคลอื่น   สถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรของนักกำหนดอาหารระดับปริญญาตรี ได้แก่

  • คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะสาธารณสุขศาสตร์ ภาควิชาโภชนวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล
  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
  • คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • คณะเกษตร ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • สาขาวิชาโภชนศาสตร์และการกำหนดอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
กำหนดอาหารให้สุขภาพดีด้วยนักกำหนดอาหาร

  นักกำหนดอาหารมีหน้าที่แตกต่างจากผู้มีความรู้ทางโภชนาการอื่นๆ อย่างไร
หน้าที่ของนักกำหนดอาหารคือต้องกำหนดอาหารให้เหมาะสมกับสภาวะของบุคคลนั้นๆ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีมากที่สุด ดังนั้นเมื่อพบกับนักกำหนดอาหารเขาก็จะประเมินภาวะโภชนาการรายบุคคลก่อนว่าแต่ละบุคคลมีโรคหรือปัญหาทางสุขภาพอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะเริ่มนำเอาข้อมูลจากที่ประเมินมารวบรวม ในการประเมินทางโภชนาการสามารถประเมินตั้งแต่น้ำหนัก มวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก เส้นรอบวงเอว เส้นรอบวงสะโพก การเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ความดันโลหิต การประเมินทางห้องปฏิบัติการ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมัน การทำงานของตับและไต ค่าการอักเสบในร่างกาย การประเมินทางคลินิกดูผม ผิว เล็บ ตา กล้ามเนื้อ รวมถึงการประเมินอาหารว่ามีการบริโภคอาหารเป็นอย่างไร   หลังจากประเมินผลเสร็จโดยการคำนวณ การใช้รูปแบบต่างๆ แล้ว นักกำหนดอาหารจะวิเคราะห์และร่วมกับบุคคลแต่ละคนเพื่อกำหนดรูปแบบอาหารที่เหมาะสมกับการบริโภคของแต่ละคนนั้นต่อไปทั้งในเรื่องให้ความเหมาะสมกับรูปแบบของการดำเนินชีวิต รูปแบบการออกกำลังกาย ภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่อยู่ ซึ่งต้องมีการพบและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพราะแต่ละบุคคลอาจมีภาวะทางโภชนาการต่างกัน บางครั้งรูปแบบอาหารต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของแต่ละคนให้มากที่สุด นักกำหนดอาหารยังคงมีหน้าที่เฝ้าติดตามภาวะโภชนาการต่อไปจนกว่าบุคคลนั้นจะเป็นปกติหรือมีภาวะสุขภาพที่ดี ช่วยปรับเปลี่ยนเพิ่ม/ลดอาหารและสารอาหารเพื่อให้เหมาะสม  

กำหนดอาหารให้สุขภาพดีด้วยนักกำหนดอาหาร

  นักกำหนดอาหารจะช่วยให้สุขภาพดีอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
จุดมุ่งหมายของนักกำหนดอาหารคือการทำให้คนมีสุขภาพดี มีความสุข และสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงเกิดความยั่งยืนของการมีสุขภาพที่ดี นักกำหนดอาหารจะคอยช่วยดูแล ปรับรูปแบบอาหารให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้บุคคลนั้นมีแรง มีกำลัง มีสุขภาพกายและใจดีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน หรือช่วยให้คนกลายเป็นคนเต็มอิ่ม…   นั่นคืออิ่มท้อง อิ่มกาย และอิ่มใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...