โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หักดิบเสพติดมือถือ!! รีสอร์ทบาหลีห้ามนำเข้าพื้นที่ว่ายน้ำ

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 07.43 น. • The Bangkok Insight

ในการทำธุรกิจยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟูเช่นทุกวันนี้ โรงแรม และรีสอร์ทบางแห่ง หันไปพึ่งพาโซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางหลักในการดึงดูดลูกค้าให้มาเยือน

ภาพ : ayana.com

แต่ “อายานา รีสอร์ท แอนด์ สปา” บนเกาะบาหลี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซีย กลับมีแนวคิดที่แตกต่างออกไป จากการออกโปรแกรมใหม่ “In the Moment” กระตุ้นให้แขกที่เข้าพักออกจากโลกไซเบอร์ ในเวลาที่พวกเขามาพักผ่อนที่สระว่ายน้ำ ด้วยการห้ามนำสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เข้ามาในบริเวณนี้

ตั้งแต่เวลา 9.00 น – 15.00 น. ของทุกวัน ทางโรงแรมจะไม่อนุญาตให้แขกนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทุกประเภทเข้าไปยังพื้นที่สระว่ายน้ำ โดยมีบริการล็อกเกอร์ให้เก็บอุปกรณ์สื่อสารเอาไว้ ถ้าหากไม่อยากทิ้งไว้ในห้องพัก

เจ้าหน้าที่โรงแรมอายานารายหนึ่ง อธิบายว่า สระว่ายน้ำของโรงแรมได้รับการออกแบบมาให้เป็นสถานที่สงบเงียบ เพื่อให้แขกของโรงแรมได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

นอกจากจะมีการจัดสิ่งของสันทนาการต่างๆ ไว้ให้กับลูกค้า เพื่อให้มีอะไรทำ และไม่รู้สึกเบื่อเวลาอยู่ห่างจากมือถือแล้ว อายานายังแอบมีกิมมิคเล็กๆ อย่าง ค็อกเทลสูตรพิเศษ ที่ตั้่งชื่ออย่างเก๋ไก่ว่า “ดิจิทัล ดีท็อกซ์ ”

ภาพ : ayana.com

ทั้งนี้ การสำรวจความเห็นของวันโพล กลุ่มบริษัทด้านการตลาดที่เปิดเผยออกมาเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นว่า 53% ของนักเดินทางชาวอเมริกัน ไม่เคยปิดเครื่องมือสื่อสารของตัวเองเลยระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายว่าเป็นการเสพติดมือถือ หรือที่มีการเรียกขานว่าเป็นกลุ่มอาการโนโมโฟเบีย – no mobile phone phobia ใช้เรียกอาการที่เกิดจากความหวาดกลัวจากการขาดโทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อสื่อสาร และจัดเป็นโรคจิตเวชประเภทหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มวิตกกังวล

แม้ผู้ตอบแบบสอบถามที่อยู่ในกลุ่มนี้บางรายใช้สมาร์ทโฟนระหว่างการเดินทางเพราะความจำเป็น และเพื่อความสะดวก เช่น ใช้แอพเพื่อแปลรายการอาหาร ดูแผ่นที่ หรือ จองตั๋วเดินทาง แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยอมรับว่า พวกเขาแค่ขาดมือถือไม่ได้

ขณะผู้ตอบแบบสอบถามอีกราว 20% บอกว่า พวกเขาดูโทรศัพท์อย่างน้อยชั่วโมงละ 1 ครั้งระหว่างการเดินทาง ส่วนอีก 14% ดูโทรศัพท์ชั่วโมงละ 2 ครั้ง

ที่มา: CNN

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...