โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ผลิตเบาะหนังออร์เดอร์ทะลัก “อินเตอร์ไฮด์” ลุ้นส้มหล่น “รถจีน” รุมจีบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ย 2564 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2564 เวลา 05.10 น.

“อินเตอร์ไฮด์” เตรียมรับส้มหล่นลุ้นคว้าออร์เดอร์ผลิตเบาะหนังให้ลูกค้ารถจีนอีก 1-2 ยี่ห้อ เร่งขยายกำลังผลิตหลังสัญญาณตลาดฟื้นตัว เทอีก 100 ล้านพัฒนาบุคลากรเสริมทัพแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน มั่นใจทั้งปีรายได้โต 20%

นายวศิน ดำรงสกุลวงษ์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงโอกาสและแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท หลังจากมีค่ายรถยนต์หลายยี่ห้อให้ความสนใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะค่ายรถยนต์จากจีน ตอนนี้เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกทั่วอาเซียน ซึ่งอินเตอร์ไฮด์กำลังจะบรรลุข้อตกลงอีก 1-2 ราย ซึ่งแต่ละรายให้ความสนใจ เนื่องจากมองว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตเบาะหนังสำหรับรถยนต์แบบครบวงจร และมีลูกค้าเป็นค่ายรถยนต์ชั้นนำอยู่เป็นจำนวนมาก

“แน่นอนว่าใครตัดสินใจเข้ามาผลิต ตั้งโรงงานในบ้านเรา ส่วนใหญ่แล้วเขามักจะเข้ามาหาเราเป็นค่ายแรก ๆ เพราะเราทำอุตสาหกรรมเครื่องหนังครบวงจร ทั้งตัด ทั้งเย็บ ส่วนท้ายที่สุดเขาจะเลือกเราเป็นซัพพลายเออร์หรือไม่ ก็ต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่าง”

ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมการผลิตเบาะหนังสำหรับรถยนต์นั้น ยังเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์จะต้องเผชิญกับปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากสถานการณ์การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ และการแพร่ระบาดของโควิด-19

แต่บริษัทยังคงเดินหน้าผลิตเบาะหนังเพื่อป้อนให้กับโรงงานตามคำสั่งซื้อของค่ายรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธุรกิจผลิตหนังเฟอร์นิเจอร์ มีออร์เดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 3-4 ราย และขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจานำเสนอสินค้าให้กับลูกค้ารายใหม่ประมาณ 3 ราย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปีนี้

ส่วนธุรกิจใหม่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์โปรตีน GROW PLUS เริ่มทยอยรับรู้รายได้ และธุรกิจขนมขบเคี้ยวสุนัข ขณะนี้ได้รับใบรับรองมาตรฐาน GMP เพื่อจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศแล้ว

นายวศินกล่าวต่อไปว่า บริษัทได้ดำเนินการผลิตควบคู่ไปกับการบริหารจัดการภายในองค์กร ภายใต้มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มข้น โดยที่ผ่านมามีการเพิ่มงบประมาณในการดูแลส่วนของการแพร่ระบาดของโควิด-19 จาก 90% เป็น 120% เพื่อให้การผลิตเบาะหนังของบริษัทสามารถผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดปัญหาซัพพลายเชนสะดุด เพราะจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตรถยนต์ทั้งระบบได้

แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจากมาตรการล็อกดาวน์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานพอสมควร จากปกติมีพนักงานราว 1,400 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 1,100 คนเท่านั้น เนื่องจากพนักงานส่วนหนึ่งตัดสินใจกลับไปอยู่ยังภูมิลำเนาของตนเอง ไม่กลับเข้ามาสู่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะในส่วนของพนักงานที่ต้องใช้แรงงานขาดแคลนพอสมควร

“ตั้งแต่ช่วงโควิดระบาดในปีที่ผ่านมา แรงงานส่วนใหญ่ตัดสินใจรับเงินแล้วเลือกกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว และยังไม่กลับสู่อุตสาหกรรม ทำให้เราเองก็เจอปัญหาขาดแคลนแรงงานพอสมควร เพราะงานบางประเภทแรงงานชาวไทยไม่นิยมทำ แม้ว่าบริษัทจะจ่ายเงินเพิ่มก็ตาม”

ปีนี้บริษัทได้เตรียมงบประมาณเพื่อใช้สำหรับการลงทุนไว้ 100 ล้านบาท ในการเดินหน้าพัฒนาบุคลากรก่อน มีการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือเข้ามาเสริมทัพมากขึ้น หลังจากปีก่อนใช้งบฯ 150 ล้านบาท ไปกับการลงทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรใหม่ ๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับคำสั่งซื้อและลูกค้ารายใหม่ ๆ ที่จะเข้ามา

ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 2/64 มีกำไรสุทธิ 18.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145.05% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 41.31 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 406.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.59% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวมเท่ากับ 146.49 ล้านบาท โดยผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 64.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 272.63% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 37.02 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 851.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.99% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 525.69 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นผลจากธุรกิจผลิตเบาะหนังรถยนต์ที่เป็นธุรกิจหลัก ซึ่งมีคำสั่งซื้อ ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และสามารถเดินเครื่องได้ตามกำลังการผลิตปกติที่มีอยู่ ซึ่งมีทิศทางที่ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

รวมทั้งมีรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาสนับสนุนมากขึ้น และปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 20% ได้อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...