โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอเอส: กลุ่มรัฐอิสลามจะทำอย่างไรต่อไป หลังขาดผู้นำ

Khaosod

อัพเดต 30 ต.ค. 2562 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2562 เวลา 09.11 น.
Reuters กลุ่มรัฐอิสลามเคยฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากถูกปราบปราม

ไอเอส: กลุ่มรัฐอิสลามจะทำอย่างไรต่อไป หลังขาดผู้นำ – BBCไทย

ภายใต้การนำของอาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี กลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State–IS) ที่นิยมใช้ความรุนแรงแบบสุดโต่ง ได้พัฒนาจากกลุ่มก่อความไม่สงบ กลายเป็นกลุ่มติดอาวุธที่น่าหวาดกลัวและยากที่จะกำราบมากที่สุดในโลก ไอเอส ได้ขยายอิทธิพลข้ามทวีปจากแอฟริกาไปจนถึงออสเตรเลีย แต่หลังจากการเสียชีวิตของหัวหน้ากลุ่ม ไอเอส จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อย่างไร

รีบหาผู้สืบทอดตำแหน่ง

ผู้นำไอเอสคนอื่น ๆ คงคิดไว้นานแล้วว่า วันนี้จะมาถึง

บักห์ดาดี ประกาศก่อตั้ง “รัฐอิสลาม” ที่เมืองโมซูล ของอิรัก เมื่อปี 2014

ทางกลุ่มคงต้องการแสดงให้เห็นถึงพลังของตัวเอง และส่งสัญญาณต่อบรรดาสาวกว่า “ไอเอสยังอยู่” แม้ว่า เสียศูนย์ไปบ้างจากการสูญเสียผู้นำคนสำคัญ

คณะกรรมการชูรา ซึ่งประกอบด้วยผู้นำอาวุโสที่เป็นผู้ชายทั้งหมด คงพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจำนวนหนึ่งไว้แล้ว

คุณสมบัติแรกที่ผู้นำกลุ่มไอเอสจะต้องมีก็คือ การภักดีต่อไอเอสอย่างไร้ข้อสงสัย มีความสามารถในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว มีประวัติทางด้านศาสนาที่สมบูรณ์แบบ มีประสบการณ์ในการสู้รบมาบ้าง และบางทีอาจจะเป็นที่เลื่องลือในการสั่งลงโทษที่โหดเหี้ยมด้วย

ไอเอสเกิดจากการรวมตัวกันที่แปลกประหลาดระหว่างนักรบญิฮาดที่สุดโต่ง กับอดีตสมาชิกกองทัพและหน่วยข่าวกรองที่รู้จักกันในชื่อ บาทิสต์ส (Baathists) ของนายซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก

บาทิสต์สรับผิดชอบเรื่องการจัดหาอาวุธ วัตถุระเบิด สนับสนุนงานด้านข่าวกรองและการวางแผน เพราะไม่มีใครรู้จักอิรักดีไปกว่าพวกเขา ขณะที่บรรดานักรบญิฮาดจะก่อเหตุที่บ้าคลั่งและจัดหาอาสาสมัครมือระเบิดฆ่าตัวตาย

ผู้ที่สืบทอดตำแหน่งต่อจากบักห์ดาดี น่าจะเป็นคนที่มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทั้งสองข้างของสมการนี้

ไอเอสน่าจะรู้สึกเจ็บปวดกับการสูญเสียบักห์ดาดีไปสักพักหนึ่ง ตอนที่นักรบญิฮาดทั่วโลกประกาศสวามิภักดิ์ต่อไอเอส ก็ถือว่าพวกเขาสวามิภักดิ์ต่อบักห์ดาดีด้วย และเรียกเขาว่า “กาหลิบอิบราฮิม” (Caliph Ibrahim)

แม้บักห์ดาดีจะปรากฏตัวทางวิดีโอเพียง 2 ครั้ง แต่ก็สามารถทำให้คนมองเขาเป็นผู้มีอำนาจทางศาสนาได้

เขาอ้างว่าตัวเองเป็นผู้สืบเชื้อสายโดยตรงจากชนเผ่าคูเรชิ (Quraishi) ของศาสดาโมฮัมหมัด และประกาศ “รัฐอิสลาม” จากภายในมหามัสยิดในเมืองโมซูล ซึ่งเขาเองเป็นผู้สั่งให้ระเบิดทำลายมัสยิดแห่งนี้ในเวลาต่อมา

กรณีที่นายบักห์ดาดีข่มขืนกระทำชำเราเคย์ลา มิลเลอร์ เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ชาวอเมริกัน และการที่เขาสั่งให้กักตัวผู้หญิงชาวยาซิดี (Yazidi) และเด็กหญิงที่ยังเป็นผู้เยาว์จำนวนมากไว้เป็นทาส ดูเหมือนจะไม่ได้สั่นคลอนศรัทธาที่เหล่าสาวกมีต่อเขา

โจมตีกลับ

อาจจะมีการโจมตีกลับจากกลุ่มไอเอส

เป้าหมายที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดน่าจะอยู่ในอิรักและซีเรีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่หาอาวุธ วัตถุระเบิด และอาสาสมัครที่พร้อมจะฆ่าตัวตายได้ง่ายที่สุด

นายทรัมป์กล่าวว่า นายบักห์ดาดีเสียชีวิตหลังจากวิ่งเข้าไปในอุโมงค์ที่เป็นทางตัน “ส่งเสียงคร่ำครวญ ร้องไห้ และกรีดร้องไปตลอดทาง

แต่นับตั้งแต่ไอเอสสูญเสียดินแดนแห่งสุดท้ายที่บากูซ (Baghuz) ในซีเรียไป ไอเอสก็ประกาศว่า จะก่อเหตุโจมตีต่อไปในปฏิบัติการที่พวกเขาเรียกว่า “สงครามแห่งการล้างผลาญ” (war of attrition)

ประเทศในแถบยุโรป สหรัฐฯ แอฟริกาเหนือ ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียร์และเอเชีย ต่างถูกหมายตาโดยไอเอส

อาจจะมีกระทั่งการโจมตีที่เรียกว่า “ฉายเดี่ยว” (lone wolf) โดยคนในแถบตะวันออกกลางและคนที่มีแนวคิดสุดโต่งในอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการสังหารบักห์ดาดี

ฝรั่งเศสซึ่งเป็นเป้าหมายแรก ๆ ในยุโรปของไอเอสมาช้านาน ได้เตือนพลเมืองของตัวเองให้เพิ่มความระมัดระวังแล้ว

แม้ว่าไอเอสอยากจะก่อเหตุโจมตีที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากและสร้างความน่าสะพรึงกลัว แต่บรรดาผู้นำก็รู้ดีว่า ยิ่งมีการวางแผนซับซ้อนมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงสืบทราบก่อนมากขึ้นด้วย

ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ไอเอสน่าจะเลือกใช้การโจมตีแบบธรรมดา ๆ ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และใช้เวลาเตรียมการไม่นาน

ฟื้นฟูและขยายตัว

ไอเอสเคยฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วหลังถูกปราบปราม

ภายใต้การนำของนายบักห์ดาดี และสายสัมพันธ์ที่เขาสร้างไว้กับนักรบญิฮาดคนอื่น ๆ ในช่วงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์กักกันตัว ค่ายบุกกา (Camp Bucca) ของสหรัฐฯ ไอเอสได้ขยายตัวขึ้นจากการรวบรวมสมาชิกกลุ่มอัลกออิดะห์ (al-Qaeda) ที่ถูกบดขยี้ในอิรัก

ไอเอสได้แยกตัวออกจากอัลกออิดะห์ในปี 2016

ทั้งสองกลุ่มมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการใช้ความรุนแรงอย่างป่าเถื่อนและสุดขั้วของไอเอส ซึ่งอัลกออิดะห์เห็นว่า เป็นการขัดต่อความเห็นของชาวมุสลิมส่วนใหญ่

อัลกออิดะห์หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากชาวมุสลิมเหล่านั้น ขณะที่ไอเอสไม่ใส่ใจเรื่องนี้ พวกเขาใช้คนที่ไม่เหมาะสม คนโรคจิต คนที่ชอบร่วมเพศกับเด็ก และคนที่หันมาสนใจไอเอสเพราะความรุนแรงและความเหี้ยมโหด

กราฟิก

ในทางภูมิศาสตร์ ไอเอสแผ่ขยายอิทธิพลไปแล้วทั่วโลก และมันจะไม่สูญหายไปชั่วข้ามคืนเพียงเพราะการจากไปของบักห์ดาดี

ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบักห์ดาดีก็คงจะกำลังหาทางฟื้นฟูและแผ่ขยายอิทธิพลของไอเอสออกไป นอกเหนือจากในอิรักและซีเรีย ไอเอสได้มีเหล่าสาวกจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่เรียกว่า วิลายา (wilaya ซึ่งแปลว่า จังหวัด) ทั้งในอัฟกานิสถาน ลิเบีย แอฟริกาตะวันตก เอเชียใต้ ฟิลิปปินส์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไอเอสมักจะมีส่วนในการทำให้เกิดความคับข้องใจขึ้นในภูมิภาคหรือในประเทศต่าง ๆ แต่ในช่วงหลายปีที่ไอเอสยึดครองพื้นที่รัฐอิสลาม ทางกลุ่มสามารถดึงดูดผู้คนจากประเทศต่าง ๆ หลายสิบแห่ง วางรากฐานของเครือข่ายผู้ที่มีแนวคิดสุดโต่งที่กระจัดกระจายอยู่จนกระทั่งเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในปัจจุบัน

คำถามหนึ่งที่จะยังสร้างปัญหาให้แก่หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทั่วโลกก็คือ ทำไมบักห์ดาดีจึงกบดานอยู่ในอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ซึ่งมีกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับอัลกออิดะห์อยู่หลายกลุ่ม (อัลกออิดะห์และไอเอสได้สู้รบกันอยู่ในซีเรีย)

แหล่งกบดานของบักห์ดาดี พังราบเป็นหน้ากลองจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ

เพียงเพราะเขาคิดว่านั่นจะเป็นที่สุดท้ายที่ศัตรูของเขาคิดว่าจะหาตัวเขาพบ หรือ อาจจะมีสิ่งที่น่ากังวลใจมากกว่านั้นคือ เขาหวังว่า จะชักชวนบรรดาคู่อริของเขาและก่อตั้งกลุ่มที่อันตรายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

คำตอบนี้อาจจะยังไม่ปรากฏออกมาในตอนนี้ แต่การที่เจ้าหน้าที่คอมมานโดของกองกำลังเดลตาของสหรัฐฯ (US Delta Force) ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการเก็บกู้ข้อมูลข่าวกรองจากซากปรักหักพังของแหล่งกบดานสุดท้ายของบักห์ดาดี อาจจะทำให้ได้เบาะแสหลายอย่าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...