โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกน้อยเลือดกำเดาไหลบ่อย เกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้าง อันตรายหรือเปล่า?

Mood of the Motherhood

อัพเดต 16 มิ.ย. 2563 เวลา 01.53 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 01.52 น. • Features

เมื่อลูกน้อยมีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย คุณพ่อคุณแม่ก็คงจะรู้สึกตื่นตระหนกและกังวลใช่ไหมคะว่าลูกกำลังป่วยเป็นอะไรหรือเปล่า

เลือดกำเดาไหล (Epistaxis) เป็นภาวะเลือดออกทางจมูก ที่พบได้โดยทั่วไป ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก ทำให้มีเลือดไหลออกมา โดยอาจจะไหลออกข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ อาการนี้มักเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กเล็ก อายุ 2-10 ปี และมักหายได้เองเมื่ออายุมากขึ้น

เพราะฉะนั้นเราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูกันค่ะว่าบางครั้งที่ลูกมีอาการเลือดกำเดาไหลเกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้างและอันตรายหรือไม่

1. การแคะแกะเกา

บางครั้งเด็กๆ มักชอบเผลอเอานิ้วแหย่เข้าไปในรูจมูก และอาจมีน้ำมูกแข็งๆ อยู่บ้าง ทำให้จำเป็นที่จะต้องแคะ แกะ เกา ซึ่งบ้างครั้งอาจทำรุนแรงจนทำให้ผนังจมูกได้รับความเสียหายจนกระทบถึงเส้นเลือดในโพรงจมูก และมีเลือดกำเดาไหลออกมาได้

อาการเหล่านี้ไม่ค่อยเป็นอันตราย จะมีเลือดกำเดาไหลออกช่วงสั้นๆ และหาไปได้เองภายใน 5-10 นาที

2. อุณหภูมิและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในขณะที่อุณหภูมิหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว เพราะมีสภาพอากาศที่แห้งกว่าปกติ จึงทำให้ภายในโพรงจมูกจึงมีความแห้ง และเมื่อได้รับการกระทบกระเทือนก็อาจทำให้เลือดออกได้นั่นเองค่ะ

หรือเมื่ออากาศร้อนมากๆ จะทำให้ร่างกายมีความดันสูงขึ้น เพราะร่างกายต้องเร่งระบายความร้อนออกมา แต่การระบายความร้อนของเด็กอาจยังไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ ทำให้ความดันเลือดสูงฉับพลัน และส่งผลให้เส้นเลือดฝอยในจมูกแตกได้

3. ร่างกายขาดสารอาหาร

หากร่างกายขาดสารอาหาร โดยเฉพาะในส่วนของวิตามินซีซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เลือดกำเดาไหลได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนจากการกินผักและผลไม้เพื่อเสริมสร้างให้หลอดเลือดฝอยในจมูกแข็งแรงค่ะ

นอกจากนี้หากลูกมีเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ และเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะซีดจากการสูญเสียเลือดเรื้อรัง จนเกิดภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการได้ง่ายๆ หากลูกน้อยมีอาการวิงเวียนศีรษะ เป็นลมง่าย หรือ เหนื่อยง่าย ควรรีบพาเด็กไปพบคุณหมอผู้เชี่ยวชาญและทำการรักษาต่อไป

4. เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย

การที่ลูกมีเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ ก็อาจเกิดจากสาเหตุความผิดปกติของร่างกายบางอย่างได้ เช่น

• โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ เช่น โรควอนวิลล์แบรนด์ (von Willebrand disease - VWD) ทำให้เลือดออกง่ายและหยุดยาก

• โรคเกล็ดเลือดต่ำ ที่เกิดจากภูมิต้านทานตัวเอง (immune thrombocytopenia - ITP) ซึ่งจะแสดงอาการหลังติดเชื้อ 1-3 สัปดาห์ หรือหลังการฉีดวัคซีน

• โรคไขกระดูกฝ่อ ซึ่งจะทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดทุกชนิดได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้เด็กติดเชื้อง่าย เลือดออกเองบ่อย

• โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หากร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวมากจนเกินไป ทำให้เม็ดเลือดขาวทำลายเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงได้มากพอ จนทำให้เด็กมีอาการเลือดกำเดาไหลง่าย

นอกจากนี้หากลูกมีอาการเลือดกำเดาไหลและได้ทำการห้ามเลือดแล้ว แต่ยังไม่ยอมหยุดไหล คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อทำการสาเหตุต่อไป

อ้างอิง

tsh

pobpad

honestdocs

sanook

amarinbabyandkids

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...