โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว Tom Clancy's Ghost Recon: Breakpoint การกลับมาของหน่วยผี ในรูปแบบที่ไม่มีใครขอ...

GameFever TH

อัพเดต 11 ต.ค. 2562 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 18.44 น. • GameFever.co

อาจจะไม่ได้เป็นซีรี่ส์ที่คนคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ เมื่อนึกถึงผู้พัฒนาขวัญใจมหาชนอย่าง Ubisoft ในยุคนี้ แต่ซีรี่ส์ Ghost Recon ครั้งหนึ่งก็เคยได้รับยกย่องเป็นหนึ่งในซีรี่ส์เกมยิงปืน Tactical Shooter ที่ดีอันดับต้นๆ ในช่วงที่วางจำหน่ายใหม่ๆ ส่งผลให้เกมได้รับภาคต่อมากมายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Tom Clancy's Ghost Recon: Breakpoint คือภาคล่าสุดของเกม Tactical Shooter ยอดนิยมนั้น ซึ่งต่อยอดระบบต่างๆ จากเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Wildlands กับการพัฒนากราฟฟิคและระบบการเล่นต่างๆ พร้อมกับการผสมผสานระบบเกมเพลย์แบบ RPG ที่พบได้ในเกมของ Ubisoft ที่วางจำหน่ายในช่วงหลังๆ มาอย่าง Assassin's Creed: Odyssey และ The Division 2 อีกด้วย แต่แม้ว่าเกม Assassin's Creed และ The Division 2 จะได้รับคำชื่นชมมากมายจากการผสมผสานแนวเกมแบบ RPG เข้ากับเกมเพลย์ดั้งเดิมของซีรี่ส์ ระบบ RPG ดังกล่าวกลับกลายเป็นจุดอ่อนถึงตายของเกม Ghost Recon: Breakpoint เลยทีเดียว แม้ว่าเกมเพลย์การยิงปืนและลอบเร้นเบื้องต้นของเกมจะยังสนุกได้อยู่บ้าง แต่ระบบ RPG ของเกมกลับกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาขัดขวางความสนุกมากกว่าเป็นการเสริมเกมในทางบวก ทำให้ Ghost Recon: Breakpoint กลายเป็นเกมที่ขาดแนวทางอันชัดเจน มีความครึ่งๆ กลางๆ อยู่ตลอดระยะเวลาการเล่น

สำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นกับเพื่อนๆ ในเกมภาค Wildlands มาก่อนอาจจะสามารถหาความสนุกแบบเดียวกันได้อยู่ แต่ถ้ากล่าวในภาพรวมแล้วนั้น คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า Ghost Recon: Breakpoint เป็นเกมที่มีปัญหาอยู่มากเช่นกัน

◊ เนื้อเรื่อง ◊

เนื้อเรื่องของ Ghost Recon: Breakpoint นั้นถือเป็นภาคต่อกลายๆ ของเกม Ghost Recon: Wildlands โดยเนื้อเรื่องในเกมจะติดตามตัวละครผู้เล่นที่ใช้ชื่อว่า Nomad ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้สืบหาเบาะแสการหายสาปสูญไปของเรือ USS Seay ในบริเวณหมู่เกาะ Auroa อันเป็นที่ตั้งของเกมนั่นเอง แต่ภารกิจเกือบจะล่มเสียตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่บรรทุก Nomad และสหายหน่วย Ghost อีกหลายชีวิตกลับถูกโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธปริศนาที่ใช้ชื่อว่า Wolves (หมาป่า) จนทำให้เหลือผู้รอดชีวิตเพียงหยิบมือเท่านั้น ผู้เล่นในฐานะ Nomad จึงต้องรวบรวมเหล่าสมาชิกหน่วย Ghost ผู้รอดชีวิตเพื่อร่วมมือกับชาวเกาะ Auroa ในการต่อสู้กับกลุ่ม Wolves ที่นำโดยอดีตทหารหน่วย Ghost อย่าง Cole D. Walker และสืบหาความจริงเบื้องหลังการทรยศครั้งนี้!

คนที่คุ้นเคยกับเกมแฟรนไชส์ Tom Clancy อยู่แล้วน่าจะพอนึกภาพออกว่าเนื้อเรื่องของ Ghost Recon: Breakpoint นั้นจะดำเนินไปอย่างไรบ้าง โดยเนื้อเรื่องของ Breakpoint นั้นว่ากันตามตรงว่าค่อนข้างตามสูตรของเกมที่มีเนื้อเรื่องแนวทหารส่วนใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งในจุดนี้ก็แล้วแต่คนจะมองว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย สำหรับผู้เขียนแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ช่วยเสริมอรรถรสหรืออารมณ์ของเกมได้ขนาดนั้นเช่นกัน เหมือนเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงขับให้ตัวละครเฉยๆ แต่ถึงไม่ได้ตั้งใจติดตามก็คงไม่ได้พลาดอะไรไปนัก

เหตุผลที่ผู้เขียนไม่ได้รู้สึกมีความสนใจในเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งมาจากวิธีการนำเสนอเนื้อเรื่องของเกมด้วย โดยเกมจะแบ่งย่อยภารกิจหลักต่างๆ รวมถึงภารกิจเนื้อเรื่องออกเป็น 'ไฟล์การสืบสวน' เมื่อผู้เล่นทำภารกิจย่อยๆ สำเร็จก็จะได้พบกับเนื้อเรื่องเพิ่ม ให้ความรู้สึกคล้ายกับการค่อยๆ คลี่คลายเงื่อนงำเพื่อเปิดเผยเส้นเรื่องของภารกิจนั้นๆ นั่นเอง ผู้เล่นจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำภารกิจย่อยอันไหนก่อนหลังได้อย่างอิสระ ทำให้เส้นทางการดำเนินเรื่องของผู้เล่นแต่ละคนมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งในจุดนี้ก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน เพราะในแง่หนึ่งการเปิดให้ผู้เล่นสามารถดำเนินเส้นเรื่องในแบบที่ตัวเองต้องการได้ก็ช่วยเสริมความอิสระอันเป็นจุดขายของเกมได้ดี แต่ในอีกแง่หนึ่ง การทำแบบนี้บางครั้งก็ทำให้จังหวะการดำเนินเรื่องแปลกๆ ไปได้เหมือนกัน เพราะเราอาจจะทำภารกิจย่อยข้อหนึ่งที่ถ้าดูตามเนื้อเรื่องควรจะเกิดขึ้นหลังอีกภารกิจหนึ่งที่เรายังไม่ได้ทำเป็นต้น แม้ว่าปัญหานี้จะสามารถแก้ได้ด้วยการเล่นเส้นเรื่องอันใดอันหนึ่งจนจบทีละเส้นเรื่องไป แต่การเล่นแบบนั้นก็ค่อนข้างยากสำหรับเกมลักษณะนี้ เพราะเราจะไม่ได้ปลดล๊อกอุปกรณ์เสริมหรืออาวุธใหม่ๆ ที่เป็นของรางวัลจากภารกิจเสริมเช่นกัน

อันที่จริงการดำเนินเรื่องในลักษณะนี้ก็อาจจะไม่ได้แตกต่างจากเกมอื่นๆ ของ Ubisoft อย่าง Assassin's Creed Odyssey หรือเกมรุ่นพี่อย่าง Ghost Recon: Wildlands มากนัก ซึ่งคนที่เคยชินหรือชื่นชอบแนวทางการเล่าเรื่องของเกมเหล่านั้นอาจจะไม่ได้รู้สึกติดขัดกับการเล่าเรื่องของ Breakpoint แต่คนที่อยากติดตามเนื้อเรื่องของเกมอย่างจริงจังอาจจะต้องวางแผนการดำเนินภารกิจให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดการทำภารกิจข้ามเนื้อเรื่อง

◊ เกมเพลย์ ◊

ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมซีรี่ส์ Ghost Recon แน่นอนว่าเกมเพลย์ของ Breakpoint ย่อมเน้นไปที่การลอบเร้นและกำจัดศัตรูแบบเงียบๆ ด้วยปืนสไนเปอร์ระยะไกลหรือปืนใส่ที่เก็บเสียงต่างๆ ซึ่งในจุดนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Wildlands มากนัก นอกจากการปรับปรุงลูกเล่นต่างๆ เช่นการพรางตัวระหว่างที่หมอบคลานอยู่ การอีพเกรดปืน หรือการตัดรั้วเหล็กเพื่อเปิดทางลอบเข้าสู่ฐานทัพของศัตรูเป็นต้น คนที่ชื่นชอบเกมเพลย์ของ Wildlands อยู่แล้วน่าจะทำความเคยชินกับการควบคุมของเกมได้ไม่ยาก ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าการควบคุมของเกม Breakpoint อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี ทั้งระบบการยิงปืนที่มีการตอบสนองสมจริงและการลอบเร้นที่น่าตื่นเต้น แม้ว่าเมื่อมองในภาพรวมแล้วเกมเพลย์ของ Breakpoint จะยังมีปัญหาอยู่หลายจุดก็ตาม

สิ่งแรกที่เป็นปัญหามากๆ เกี่ยวกับเกมเพลย์ของ Breakpoint คือระบบ A.I. ของศัตรูที่ค่อนข้างซื่อบื้อและถูกเอาเปรียบได้ง่าย ซึ่งทำให้เกมเพลย์ที่ควรจะน่าตื่นเต้นของเกมรู้สึกง่ายขึ้นมาเลย ศัตรูในเกมมักจะตอบสนองต่อการพบศพของเพื่อนด้วยวิธีที่คาดเดาได้เสมอ ทำให้เราใช้ศพศัตรูเป็นตัวล่อให้ศัตรูตัวอื่นๆ เดินเข้ามาให้ยิงแบบเรียงตัวได้ตลอดเวลา แถมในกรณีที่ถูกจับได้ การจะหลบหลีกเหล่า A.I. เพื่อเริ่มการลอบเร้นใหม่ หรือกระทั่งการฆ่าล้างบางศัตรูก็ง่ายเหลือเกิน ทำให้ไม่ค่อยอินกับบทบาทนายทหารมือฉกาจที่ต้องต่อสู้กับศัตรูทั้งเกาะด้วยตัวคนเดียวที่เกมพยายามจะมอบให้เท่าไหร่ การปรับเกมให้เป็นโหมดยากก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานี้เท่าไหร่นักเพราะ A.I. ก็ไม่ได้ฉลาดขึ้นเท่าไหร่นัก

อย่างที่สองที่เป็นปัญหามากๆ คือระบบ Gear Score หรือค่าเฉลี่ยไอเทมของผู้เล่นแต่ละคน ซึ่งเป็นระบบ RPG ที่เกมยกมาจากเกมอื่นๆ ของ Ubisoft อย่าง Assassin's Creed Odyssey และ The Division 2 แต่กลับไม่มีความจำเป็นเลยในเกม Ghost Recon ที่เน้นการลอบเร้นและการวางแผน เพราะศัตรูมนุษย์ทุกตัวในเกมจะยังพิชิตได้ด้วยการยิงเข้าที่หัวเพียงนัดเดียวอยู่ดี (อาจจะมากกว่านัดเดียวถ้าศัตรูใส่หมวก แต่ก็ไม่เกิน 2-3 นัดแน่นอน) แม้จะเอาปืนเริ่มต้นไปยิงศัตรูระดับสูงที่สุดก็ยังคงตายง่ายๆ ด้วยการยิงหัว ทำให้ระบบดังกล่าวไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่นิดเดียวในเกม Breakpoint นี้ สถานการณ์เดียวที่ Gear Score ของผู้เล่นจะมีความหมายขึ้นมาก็คือในการต่อสู้กับศัตรูชนิดหุ่นโดรนต่างๆ ในเกม ซึ่งจะต้องใช้ปืนที่มีค่าความแรงสูงๆ ถึงจะล้มลงได้ ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องสงสัยว่าจำเป็นต้องมีระบบนี้จริงๆ ไหมถ้ามันจะต้องใช้ในสถานการณ์ที่จำกัดมากๆ แบบนี้ ยังไม่นับว่าการต่อสู้กับหุ่นโดรนทุกครั้งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมอย่าง The Division 2 อยู่มากกว่าเกม Ghost Recon ด้วยซ้ำ จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า Ubisoft มีเจตนาอะไรกันแน่ในการเพิ่มระบบนี้เข้ามาในเกมทั้งๆ ที่เกมเพลย์ดั้งเดิมของซีรี่ส์ไม่ได้เหมาะกับระบบ RPG แบบนี้เลย

อีกระบบ RPG ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกม Breakpoint คือระบบคลาสของเกม ที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ 4 ชนิดด้วยกันคือ Assault (แนวหน้ากล้าบุก), Panther (สายลอบสังหาร), Sharpshooter (สายสไนเปอร์), และ Field Medic (หมอ) นั่นเอง ซึ่งแต่ละคลาสจะมีผังสกิลให้เลือกอัพเกรดได้คล้ายๆ กัน ต่างกันเพียงแค่แต่ละคลาสจะได้รับสกิลพิเศษเฉพาะของตัวเอง (เช่น Panther จะสามารถโยนระเบิดควันเพื่อพรางตัวได้ หรือ Sharpshooter จะมีเซนเซอร์ไว้จับตำแหน่งศัตรู) ซึ่งระบบนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งระบบที่น่าสงสัยว่าจะใส่มาทำไม เพราะความแตกต่างระหว่างแต่ละคลาสมีเพียงนิดเดียวเท่านั้น การจำกัดอุปกรณ์พิเศษอย่างระเบิดควันหรือกล่องปฐมพยาบาลตามคลาสจึงดูไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ น่าจะเปิดให้ผู้เล่นเลือกเปลี่ยนไปมาได้เหมือนในระบบ Specialization ของเกม The Division 2 เพื่อเสริมความหลากหลายในการเล่นมากกว่า

สิ่งที่น่างงมากพอๆ กับการเพิ่มระบบ RPG ที่ไม่จำเป็นเข้ามามากมายก็คือการถอดเอาระบบบางอย่างที่เป็นลายเซ็นของซีรี่ส์ Ghost Recon ออกไป อย่างระบบ Sync-Shot ที่แม้จะยังมีอยู่ แต่ถูกเปลี่ยนจากการร่วมกับ NPC เพื่อนร่วมทีมยิง กลายเป็นการปล่อยโดรนออกไปยิงตัวที่เราไม่ได้เล็งแทน หรือระบบ A.I. เพื่อนร่วมทีมโดยรวมที่หายไปเลย (ผู้เล่นจะต้องเล่นเกมคนเดียวตลอดยกเว้นจะมีคนอื่นมาเล่นด้วยทางออนไลน์) ทำให้ความเป็นหน่วยผี Ghost Recon ที่คุ้ยเคยจากเกมภาคก่อนๆ ต้องเปลี่ยนไป ซึ่งพอดูจากระบบอื่นๆ ก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นการแลกกันที่คุ้มค่าหรือไม่

กล่าวโดยสรุป แม้ว่าเกมเพลย์พื้นฐานอย่างการเคลื่อนที่หรือการยิงปืนของเกม Ghost Recon Breakpoint จะอยู่ในจุดที่ดีประมาณหนึ่ง แต่ระบบโดยรอบของเกมกลับไม่ได้ช่วยเสริมกันเองเท่าไหร่ จนในบางครั้งก็กลายเป็นปัญหาจุกจิกน่ารำคาญในการเล่นขึ้นมาจาก A.I. ศัตรูที่น่าผิดหวัง หรือการพะว้าพะวงกับตัวเลข Gear Score และไอเทมสวมใส่ทั้งๆ ที่มีผลต่อเกมน้อยมาก (แต่ก็ต้องทำเผื่อเจอหุ่นโดรนขึ้นมา) จน Ghost Recon Breakpoint รู้สึกเหมือนเป็นเกมที่พยายามรวบรวมระบบเกมเพลย์ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดของ Ubisoft มายำรวมกันเฉยๆ จนเสียตัวตนของตัวเองไปในหลายๆ จุด

◊ กราฟฟิค/การนำเสนอ ◊

ในระดับเบื้องต้น Ghost Recon Breakpoint ถือเป็นเกมที่มีกราฟฟิคค่อนข้างสวยทีเดียว ตั้งแต่หน้าตาของตัวละครสำคัญต่างๆ ในคัตซีนที่สมจริงยิ่งกว่าตอน Assassin's Creed Odyssey ซะอีก ไปจนถึงการเคลื่อนที่ของต้นไม้ใบหญ้าที่พลิ้วไหวไปตามลม ทำให้การเดินทางไปบนเกาะ Auroa มีความเพลิดเพลินสบายตาอยู่พอสมควร ซึ่งถือเป็นข้อดีมากๆ เพราะผู้เล่นจะต้องเดินทางไปมาบนเกาะ Auroa เยอะมากๆ ตลอดทั้งเกม ที่น่าชื่นชมอีกจุดคือสภาพแวดล้อมของเกาะ Auroa เอง ที่มีความหลากหลายมากกว่าภาค Wildlands พอสมควร ทั้งส่วนที่เป็นป่าทึบ ภูเขาหิมะขาวโพลน ไปจนถึงอาคารรูปร่างทันสมัยไฮเทคต่างๆ ช่วยทำให้เกาะรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่จริงๆ มากกว่าจะเป็นแค่ฉากหลังให้ผู้เล่น

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือบทบรรยายภาษาไทยของเกม โดย Ghost Recon Breakpoint ถือเป็นเกมแรกจากผู้พัฒนา Ubisoft ที่ทำบทบรรยายไทยไว้ในเกมด้วย ซึ่งในจุดนี้ต้องยอมรับกันตามตรงว่าอาจจะด้วยความที่เป็นครั้งแรก แต่คุณภาพของบทบรรยายและการแปลนั้นยังไม่ค่อยดีนัก ภาษาที่ใช้ยังมีความแข็งๆ ทื่อๆ แถมยังมีแปลผิดอยู่พอสมควรเลย แต่บทบรรยายก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่พอปะติดปะต่อความหมายที่ตัวละครพูดออกมาได้อยู่ จึงถือว่า Ubisoft สอบผ่านสำหรับความพยายามทำซับไทยครั้งแรกนี้

ในด้านของความเสถียรของเกมนั้น ต้องขอชมว่า Ghost Recon Breakpoint ถือเป็นเกมที่มี Performance ค่อนข้างนิ่ง เฟรมเรตไม่ค่อยเหวี่ยง (ผู้เขียนรีวิวเกมบน PC การ์ดจอ 1050TI, 8GB RAM) แต่ก็มักจะพบบั๊คเช่นการ Clipping (เมื่อตัวละครในเกมเดินทะลุพื้นผิวที่ไม่ควรทะลุได้) หรือการที่สิ่งของบางอย่างโหลดช้ากว่าปกติ โดยปัญหาหนึ่งที่ผู้เขียนพบบ่อยคือการที่โหลดเข้าเกมแล้วแต่โมเดลปืนกลับโหลดตามมาทีหลัง ทำให้ตัวละครของผู้เขียนต้องถือปืนล่องหนอยู่เป็นนาที (จะเล็งก็ไม่ได้เพราะมองไม่เห็นทั้ง Scope และ Cross-hair หรือเป้าเล็ง) ก่อนที่จะสามารถมองเห็นปืนได้ ซึ่งก็ไม่ได้ร้ายแรงมาก แต่ก็เกิดขึ้นบ่อยพอสมควรเช่นกัน

◊ สรุป ◊

ถ้าให้กล่าวโดยสรุป Ghost Recon Breakpoint เป็นเกมที่มีโครงดีอยู่แล้ว ด้วยเกมเพลย์พื้นฐานและการควบคุมที่ทำได้ค่อนข้างดี รวมไปถึงแนวเกมยิงปืนบุคคลที่สามแบบลอบเร้นที่เล่นกับเพื่อนได้ง่าย แต่เกมกลับทำพลาดอย่างมหันต์ด้วยการเพิ่มระบบ RPG ที่ขัดแย้งกับแนวทางดั้งเดิมของซีรี่ส์อย่างสิ้นเชิง จนทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในตัวตนของเกมว่าพยายามจะเป็นเกมแบบไหนกันแน่ ยังไม่นับรวม Microtransaction (ของที่ใช้เงินจริงซื้อ) ที่แลดูออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความน่ารำคาญที่เกมสร้างขึ้นมาเองด้วย ทำให้ Ghost Recon Breakpoint เป็นเกมที่น่าผิดหวังที่สุดจากผู้พัฒนา Ubisoft ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว [penci_review id="30846"]

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...