โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[มีเงินเหลือออม…] จะเอาไปทำอะไรดี?

Wealth Me Up

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 08.00 น. • Wealth Me Up

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท  อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์  มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง  อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน  บทกลอนจากสุนทรภู่ กวีเอกของไทย

 

บทกลอนสุภาษิตที่คอยย้ำเตือนสติในเรื่องการมีวินัยเก็บออม และการใช้จ่ายอย่างประหยัดได้เป็นอย่างดีของคนไทย สำหรับวิธีการง่ายๆ ให้มีเงินเหลือออม คือ ทุกคนควรจะมีการเก็บเงินออมก่อนใช้จ่าย โดยแบ่งเก็บเงิน 10 -30% ของรายได้ทุกเดือน อาจจะเริ่มต้นการออมเงินผ่านการแบ่งเงินออมแยกออกจากบัญชีใช้จ่ายปกติ และทำการตั้งเป้าหมายการออมเงินว่าเรามีความต้องการออมเพื่ออะไรบ้าง ตามเป้าหมายการเงินระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) ระยะกลาง (2-5 ปี) และระยะยาว (มากกว่า 5 ปี) หลังจากนั้นทำการประเมินในแต่ละเป้าหมายของเรา ว่าได้เก็บเงินและลงทุนตามเป้าหมายที่ต้องการได้หรือไม่?

 

เงินออมเพื่อเป้าหมายระยะสั้น (1ปี)

 

เช่น เก็บไว้เป็นเงินสำรองยามฉุกเฉิน โดยคิดจากค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนคูณด้วยจำนวนเดือนที่คาดว่าจะเป็นเวลาในการได้งานใหม่หลังจากว่างงาน (ในปัจจุบันผลกระทบจากวิกฤติ COVID- 19 ทำให้บางคนต้องตกงาน ขาดรายได้ อาจจะใช้เวลาในการหางานใหม่ประมาณ 6-12 เดือน) สำหรับหลักการเก็บเงินออมเพื่อเป้าหมายระยะสั้น ควรเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (ณ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จะให้ผลตอบแทนเพียง 0.20-0.30%) หรืออาจจะเลือกวิธีเก็บเงินผ่านการลงทุนกองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น รวมถึงเงินฝากออมทรัพย์ในรูป E-Book ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากออมทรัพย์ เหมาะกับการเก็บเงินออมสำหรับเป้าหมายระยะสั้น มีสภาพคล่องสูง

 

เงินออมเพื่อเป้าหมายระยะกลาง (2-5ปี)

 

เช่น เก็บเงินไว้ซื้อรถ ซื้อบ้าน แต่งงาน ทุนการศึกษา ทุนทำธุรกิจส่วนตัว โดยส่วนใหญ่เงินออมสำหรับเป้าหมายระยะกลาง ใช้เพื่อการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ดังนั้น เราจะต้องเรียงลำดับความสำคัญของเป้าหมายจากสำคัญมากไปหาความสำคัญน้อยสุด แล้วจากนั้นเลือกที่จะแบ่งเงินเก็บให้ได้ตามเป้าหมายที่สำคัญก่อน สำหรับเงินออมเพื่อเป้าหมายระยะกลาง ควรนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่น บัญชีเงินฝากประจำระยะยาว หุ้นกู้ (Credit rating ที่เป็น Investment grade (BBB) ขึ้นไป) กองทุนตราสารหนี้ หรือ กองทุนผสม โดยมีนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ เป็นต้น

 

สำหรับตัวอย่างของการออมเงินเพื่อเป้าหมายระยะกลาง เช่น ตั้งเป้าหมายเก็บเงินไว้สำหรับดาวน์บ้านเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมีความตั้งใจเก็บเงินให้ได้ 1 ล้านบาท ดังนั้น ต้องออมเงิน 27,500 บาทต่อเดือน โดยทำการแบ่งเงินไปฝากในบัญชีเงินฝากประจำทุกเดือน เป็นระยะเวลา 3 ปี (ผลตอบแทนคาดหวัง 0.5-0.7% ต่อปี)

 

เงินออมเพื่อเป้าหมายระยะยาว (5ปีขึ้นไป)

 

เช่น เงินทุนใช้เพื่อการเกษียณ ถือได้ว่าเป็นเงินทุนที่สำคัญในอนาคตของชีวิต เพราะเป็นเงินก้อนที่เก็บไว้ใช้ในการดำรงชีพหลังเกษียณซึ่งไม่มีรายได้แล้ว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินก้อนนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ควรจะทำการวางแผนเก็บเงินไว้ก่อน เพื่อจะได้มีเวลาทยอยเก็บเงินและทยอยลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ โดยมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น ลงทุนในกองทุนผสม (มีสินทรัพย์เสี่ยงสูง 50-75%) หุ้นสามัญ กองทุนหุ้นไทย กองทุนหุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยหลักการลงทุนที่ดี ควรมีการจัดสรรพอร์ตลงทุนให้มีการกระจายการลงทุนในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ (Asset Allocation) เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการลงทุนโดยอัตโนมัติ

 

สำหรับตัวอย่างของเงินออมเพื่อเป้าหมายระยะยาว เช่น ณ ปัจจุบัน นาย ก มีอายุ 30 ปี ตั้งเป้าเกษียณอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีอายุขัย 90 ปี หมายความว่า นาย ก ได้ตั้งเป้าใช้เงินเพื่อการดำรงชีพในวัยเกษียณเป็นระยะเวลา 30 ปี โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท (ตามมูลค่าปัจจุบันไม่รวมเงินเฟ้อ) ณ ปัจจุบัน นาย ก มีเวลาทำงานหาเงินออมได้อีก 30 ปี จึงทำการเริ่มเก็บเงินออมเพื่อการเกษียณเดือนละ 12,200 บาท และออมเพิ่มปีละ 5% ในทุกปี โดยนำเงินไปลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังโดยเฉลี่ย 6% ต่อปี โดย นาย ก สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้สูงและต้องการให้ได้ผลตอบแทนที่สูงเพื่อเป็นการชนะเงินเฟ้อ (เงินเฟ้อทั่วไป โดยเฉลี่ย เท่ากับ 3% ต่อปี)

 

ดังนั้น การตั้งเป้าหมายโดยมีการแบ่งตามช่วงระยะเวลาตามที่ได้ตั้งเป้าไว้อย่างชัดเจน จะสามารถช่วยให้การวางแผนการออมเงินทำได้ง่ายขึ้น และเราจะสามารถตอบคำถามตนเองได้ ว่าจะออมเงินไปเพื่ออะไร ต้องออมเงินเท่าไร จึงจะเพียงพอ และลงทุนในสินทรัพย์ใดเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ แต่อย่างไรก็ตาม เราควรเรียงลำดับความสำคัญของเป้าหมาย กล่าวคือ เป้าหมายที่จำเป็นต้องมาก่อนเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เป้าหมายเก็บเงินออมเพื่อทุนการศึกษาปริญญาโทมีความจำเป็นมากกว่าเป้าหมายท่องเที่ยวต่างประเทศ

 

 

#WealthMeUp

 

ที่มาข้อมูล: https://www.tfpa.or.th/datasource.php?topic=document&sub=article&tab=personal&pageNumber=2&id=735

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...