โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยขุดพบหมากฝรั่งยุคหิน ที่มีสารพันธุกรรมของมนุษย์อยู่ จนวิเคราะห์รูปร่างเด็กเมื่อ 5,700 ปีก่อนได้

The MATTER

อัพเดต 19 ธ.ค. 2562 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 07.02 น. • Brief

ใครจะไปรู้ว่า หมากฝรั่งที่เราเคี้ยวๆ แล้วคาย หรือแปะทิ้งไว้ที่ไหนซักที่หนึ่ง วันนึงจะกลายเป็นหลักฐานในการสืบค้นทางพันธุกรรมและประวัติศาสตร์ไปได้ เช่นเดียวกับ ‘ลอร่า’ เด็กสาวดวงตาสีฟ้า ผิวคล้ำ ผมสีเข้ม ที่อาศัยอยู่ในเดนมาร์ก เมื่อ 5,700 ปีก่อน เธอเคี้ยวพืชชนิดนึง ซึ่งอาจจะเปรียบได้ว่าเป็นหมากฝรั่งยุคโบราณ แล้วเธอก็คายทิ้งไว้ จนทำให้เราสามารถสืบค้นพันธุกรรมของมนุษย์ได้สิ่งอื่น นอกเหนือจากกระดูกของมนุษย์เป็นครั้งแรก!

ฮันแนส ชเรอเดอร์ (Hannes Schroeder) นักมานุษยวิทยาโมเลกุล มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน (University of Copenhagen) กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้จีโนมโบราณที่สมบูรณ์ จากสิ่งอื่นๆ นอกจากกระดูกหรือฟันมนุษย์ การเก็บรักษาหมากฝรั่งนั้นค่อนข้างพิเศษ และตอนแรกเราไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอจีโนมทั้งหมด"

เจ้าก้อนหมากฝรั่งโบราณขนาดยาว 2 เซนติเมตรนี้ คือทาร์ชเบิร์ก พืชชนิดหนึ่งที่ถูกใช้เป็นกาวธรรมชาติในยุคหินเก่า ผลิตจากเปลือกของต้นไม้ ด้วยการให้ความร้อนจนกลายเป็นของเหลว และถูกค้นพบในระหว่างการขุดค้นทางโบราณคดี บนเกาะ Lolland ประเทศเดนมาร์ก

สิ่งที่ค้นพบจาก ก้อนสีดำนี้ คือรอยฟันของเด็ก ทำให้นักวิจัยคาดเดาว่า เจ้าก้อนพืชนี้อาจจะเก็บเอาดีเอ็นเอในยุคโบราณเอาไว้ด้วย พวกเขาจึงนำบางส่วนของก้อนนี้ไปวิเคราะห์เพื่อค้นหาดีเอ็นเอ ซึ่งกลายเป็นว่า มันมีดีเอ็นเอจำนวนมากอยู่ในก้อนหมากฝรั่งนี้

ดีเอ็นเอที่นักวิจัยค้นพบนี้ มีจำนวนมากพอที่จะทำให้พวกเขาสร้างจีโนมมนุษย์อย่างเต็มรูปแบบขึ้นมาได้ จนกลายมาเป็น ลอร่า เด็กหญิงผิวเข้ม ผมดำสนิท ตาสีฟ้า ตามที่กล่าวไปข้างต้น และนอกจากดีเอ็นเอของเด็กคนนี้แล้ว นักวิจัยยังค้นพบจุลินทรีย์ในช่องปากของเธอที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคปอดบวม และเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นไข้และต่อมน้ำเหลืองโตอีกด้วย

นอกจากนี้ นักวิทยาศาตร์ยังคาดการณ์กันอีกว่า เจ้าก้อนทาร์ชเบิร์ชนี้ เป็นวัสดุที่อาจช่วยกู้จีโนมของมนุษย์ยุคโบราณกลับคืนมาอีกครั้งก็เป็นได้ เพราะพื้นที่ที่ทำการศึกษากันอยู่นั้น ไม่เคยมีการค้นพบกระดูกหรือฟันของมนุษย์มาก่อน

“มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆ เพราะมันมีช่วงเวลาที่เราไม่ค้นพบกระดูก หรือส่วนใดๆ ของมนุษย์เลยสักชิ้นเดียว แต่ชิ้นส่วนของต้นเบิร์ชยังคงสภาพอยู่ดีมาก มันเป็นสิ่งทดแทนกระดูกและมีความละเอียดสูง เราได้รับข้อมูลมามากมายจากเจ้าสิ่งนี้” ทีส์ เจนเซน (Theis Jensen) หนึ่งในนักวิจัยที่ร่วมโครงการนี้กล่าว

.

อ้างอิงจาก

https://www.nature.com/articles/s41467-019-13549-9

https://www.theguardian.com/science/2019/dec/17/neolithic-dna-ancient-chewing-gum-denmark

https://edition.cnn.com/2019/12/17/world/ancient-chewing-gum-genome-scn/index.html

พิสูจน์อักษร: วัศพล โอภาสวัฒนกุล

#Brief #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...