โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

วิรัตน์ แสงทองคำ/กัลฟ์ (2) Japan Connection

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 พ.ค. 2564 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 03.26 น.

วิรัตน์ แสงทองคำ/viratts.WordPress.com

กัลฟ์ (2) Japan Connection

 

ว่าด้วยโอกาส สายสัมพันธ์ และเทคโนโลยี ก่อเป็นพลังใหม่ๆ ทางธุรกิจ

หากจะกล่าวถึงกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี (Gulf Energy) โดยไม่กล่าวถึงสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารก็คงไม่ได้

จุดตั้งต้นว่าด้วยบทบาทสำคัญของบุรุษผู้นี้เป็นเรื่องที่มีที่มาเชื่อมโยงกัน

เท่าที่มีในประวัติผู้บริหารที่แจ้งต่อสาธารณชน ผ่านรายงานประจำปี (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน)) ข้อมูลที่ย้อนไปไกลที่สุด คือเขามีตำแหน่งเป็นกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ อิเล็คตริก จํากัด (มหาชน) ในช่วงปี 2537-2559

กัลฟ์ อิเล็คตริก ตั้งขึ้นเมื่อปี 2537 วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาธุรกิจการผลิตไฟฟ้า เข้ากับจังหวะเวลาตามแผนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจพลังงานไฟฟ้า (ดังที่กล่าวในตอนที่แล้ว) กับการก่อเกิดโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย (SPP)

กัลฟ์ อิเล็คตริก เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO (ก่อตั้งปี 2535 เข้าตลาดหุ้นปี 2538) บริษัทซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับ Electric Power Development Co.,Ltd. แห่งญี่ปุ่น หรือเรียกกันว่า J-POWER และบริษัท มิตรพาวเวอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กิจการในประเทศไทยของ Mitsui Group แห่งญี่ปุ่น ในสัดส่วน 50/49/1 ตามลำดับ

ในเวลานั้น ถือว่าสารัชถ์ รัตนาวะดี นักบริหารรุ่นใหม่ในวัยราวๆ 30 ปี เพิ่งมีประสบการณ์ทำงานไม่นาน ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Master of Science in Engineering, University of Southern California

จุดตั้งต้นสารัชถ์ รัตนาวะดี มาตั้งหลักที่กัลฟ์ อิเล็คตริก เป็นมาอย่างไรไม่แน่ชัด แต่ที่สำคัญมีความหมายอย่างมาก เป็นฐานแห่งสายสัมพันธ์ทางธุรกิจอันมั่นคงและต่อเนื่องในเวลาต่อมา ทั้งกับ กฟผ. J-POWER และ Mitsui

 

Electric Power Development Co., Ltd. หรือ J-POWER กิจการด้านพลังงานยักษ์ใหญ่แห่งญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2495 เข้ามามีบทบาทในประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ครั้งแรกในโครงการเขื่อนศรีนครินทร์ กาญจนบุรี ในปี 2510 ต่อเนื่องมาจนถึงโครงการลำตะคอง นครราชสีมา ในปี 2533 (อ้างจาก https://www.jpower.co.jp/english/company_info/history/)

พัฒนาการเป็นไปอย่างซับซ้อนพอประมาณ จากกัลฟ์ อิเล็คตริก จนมาถึงกัลฟ์เจพาวเวอร์ (Gulf JP) ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 เริ่มต้นเป็นกิจการย่อยซึ่งถือหุ้น 100% โดย J-POWER ก่อนมาเป็นกิจการร่วมทุนในสัดส่วน 60/40 กับกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ในปัจจุบัน

“ดําเนินโครงการโรงไฟฟ้า 9 โครงการ ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้า IPP ก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ที่สระบุรี และโครงการโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ที่อยุธยา และโครงการโรงไฟฟ้า SPP ก๊าซธรรมชาติ 7 โครงการตั้งอยู่ที่สระบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา ระยอง และปทุมธานี มีกําลังการผลิตไฟฟ้า ติดตั้งรวมทั้งสิ้น 4,236.6 เมกะวัตต์ โดยโครงการทั้งหมดเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์แล้วระหว่างปี 2556-2558” (อ้างข้อมูลของกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี)

ส่วน Mitsui เครือข่ายธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งแห่งญี่ปุ่นที่เรียกกันว่า keiretsu มีกิจการหลายแขนงในประเทศไทย รวมทั้งมีส่วนรวมในแผนพัฒนาการโรงไฟฟ้าเอกชน โดยเฉพาะความร่วมมือกับ J-POWER และ กัลฟ์เอนเนอร์จี โดยรับผิดชอบออกแบบงานวิศวกรรม-จัดหา-ก่อสร้าง (Engineering-Procurement-Construction) อย่างโครงการโรงไฟฟ้ารายย่อย (SPP) ของ GulfJP ที่กล่าวถึงข้างต้น มี Mit-Power (Thailand) กิจการหนึ่งของ Mitsui ในประเทศไทยเป็น EPC Contractor ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ Mit-Power (Thailand) โดยได้เลือกผู้รับเหมาก่อสร้างอีกทอดหนึ่ง เป็นกิจการเครือข่าย Toyo แห่งญี่ปุ่น อะไรทำนองนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี กับ Mitsui แห่งญี่ปุ่นพัฒนาต่อมาเป็นกิจการร่วมทุน ในนาม Gulf MP และ IPD ในสัดส่วน 70/30

Gulf MP “ดําเนินโครงการโรงไฟฟ้า SPP ก๊าซธรรมชาติ 12 โครงการตั้งอยู่ที่ระยอง ปราจีนบุรี อยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา มีกําลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 1,563.4 เมกะวัตต์ เปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ระหวางปี 2560-2562” ส่วน IPD “ดําเนินโครงการโรงไฟฟ้า IPP ก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ที่ชลบุรี และโครงการโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ที่ระยอง มีกําลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 5,300.0 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2565-2567” (อ้างไว้แล้ว)

 

สารัชถ์ รัตนาวะดี มีภูมิหลังและประสบการณ์อย่างผสมผสาน มีส่วนผสมบางสิ่งบางอย่างที่ลงตัวและน่าสนใจ

หากพิจารณาในแง่กว้างๆ อย่างที่มักมองกัน เขามีพื้นฐานทางสังคมจากครอบครัวทหาร สะท้อนเครือข่ายสายสัมพันธ์อันมั่นคงของสังคมไทย ประสานกับอิทธิพลนักการเมือง (ฝ่ายภรรยา) จึงเชื่อกันว่าเป็นปัจจัยให้เข้าถึงและข้ามผ่านกลไกอำนาจรัฐในช่วงเปลี่ยนผ่านต่างๆ ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

จากประสบการณ์อ้างอิงข้างเคียง ช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจพลังงาน จากดั้งเดิม (ธุรกิจเหมืองแร่ของครอบครัวภรรยา) สู่กระแสใหม่ๆ มองเห็นความเป็นไป แนวโน้ม และพัฒนาการทางเทคโนโลยี ด้วยประสบการณ์อันเข้มข้น ผ่านรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าอันทรงอิทธิพลของไทย จนถึงความเคลื่อนไหวเครือข่ายธุรกิจไฟฟ้าระดับโลกโดยเฉพาะบทเรียนจากญี่ปุ่น

สารัชถ์ รัตนาวะดี มีประสบการณ์ในธุรกิจโรงไฟฟ้าในฐานะมืออาชีพเกือบๆ 2 ทศวรรษ ก่อนจะมาก่อตั้งกิจการตนเองอย่างจริงจังในปี 2550 กิจการซึ่งอ้างอิงกับเครือข่ายธุรกิจระดับโลก พัฒนาการไปตามจังหวะก้าว จากกิจการร่วมทุนที่ถือหุ้นข้างน้อย (กรณี J-POWER) สู่กิจการซึ่งถือหุ้นข้างมาก (กรณี Mitsui) เพียงแค่นั้นได้สร้างรากฐานธุรกิจอย่างสำคัญให้ก้าวสู่เวทีเทียบเคียงกับผู้มีอิทธิพลและผู้มาก่อน (โปรดพิจารณาข้อมูลจำเพาะ)

จุดพลิกโฉมหน้าครั้งสำคัญ คือการนำกิจการเข้าตลาดหุ้นในปี 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...