โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ฝากขัง 6 ผู้ต้องหากลุ่มวีโว่ ข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร ม็อบ 7 สิงหา

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2564 เวลา 17.00 น.

ฝากขัง 6 ผู้ต้องหากลุ่มวีโว่ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นอั้งยี่-ซ่องโจร จากม็อบ 7 สิงหา ยึดของกลางเพียบ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องฝากขังผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ นายโสภา ศิริ อายุ 44 ปี , นายจิรพงศ์ ชโลธรพิเศษ อายุ 23 ปี , นายทนง ชำนาญจันทร์ อายุ 19 ปี , นายณัฐพงษ์ มะลิซ้อน อายุ 22 ปี , น.ส.ภัชราภรณ์ กองค้า อายุ 22 ปี , น.ส.กัลยกร จันทร์โม้ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 - 6 ซึ่งเป็นกลุ่มวีโว่ #ม็อบ 7 สิงหา ฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 9 - 20 ส.ค.เนื่องจากยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 6 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสอบสวน

โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากการสืบสวนหาข่าวของตำรวจสันติบาลว่าจะมีกลุ่มราษฎร 63 ชักชวนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมชื่อ #ม็อบ 7 สิงหา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดอำนาจสถาบันเบื้องสูง , ปลดแอกประชาธิปไตยขับไล่ทหารออกจากเมือง , ลดความเหลื่อมล้ำของรัฐและสวัสดิการถ้วนหน้า โดยนัดรวมตัวกันวันที่ 7 ส.ค.เวลา 13.00 น.โดยมีจุดตั้งต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง และจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อยื่นหนังสือต่อสำนักพระราชวัง ขอวัคซีนให้ประชาชน

ต่อมาได้ข้อมูลการสืบสวนว่าจะมีกลุ่มคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มวีโว่ (WEVO) ซึ่งมี นายปิยะรัตน์ จงเทพ หรือโตโต้ เป็นหัวหน้าของกลุ่มดังกล่าว มีพฤติการณ์ชุมนุมมั่วสุมกันโดยปกปิดวิธีการดำเนินการเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายกล่าวคือมีการซ่องสุม ฝึกกำลังพลและแฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม และใช้โอกาสทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างสถานการณ์โดยใช้อาวุธจำพวกหนังสติ๊ก ลูกเหล็ก ระเบิดควัน สิ่งของสกปรกเช่นน้ำปลาร้า และวัตถุอื่น ซึ่งอาจใช้เป็นอาวุธได้มาก่อเหตุสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัย อีกครั้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังมีการสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด เกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจและสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง และวางแผนกำหนดแนวปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดตัดลวดเป็นด่านหน้าเข้ารื้อสิ่งกีดขวาง และชุดดึงดันเข้าปฏิบัติการเปิดทางให้มวลชนเข้าไปในพื้นที่มีการใช้อาวุธตอบโต้เจ้าหน้าที่ประกอบด้วยหนังสติ๊กแบบเลเซอร์โดยใช้หัวน็อต ลูกแก้ว เป็นอาวุธ มีการสร้างสถานการณ์โดยใช้พลุตะไล (ทำจากท่อพีวีซี) ระเบิดปิงปอง รวมถึงอาวุธปืน และมีการใช้รถยนต์ตู้ที่ใช้ขนอุปกรณ์การป้องกันตัวและอุปกรณ์การตอบโต้เจ้าหน้าที่ เช่น ระเบิดควันพุ เสื้อเกราะอ่อน ไปยังจุดชุมนุม ส่วนเรื่องการแต่งกายไม่ต้องติดสัญลักษณ์ WEVO โดยจะมีสัญลักษณ์พิเศษแจกที่หน้างาน รองเท้าผ้าใบ , อุปกรณ์เซฟตี้ , ถุงมือหนังพร้อมกับอุปกรณ์ครบชุด (หน้ากากกันแก๊ส , วิทยุ , ไฟฉาย , เสื้อเวสบรรจุแผ่นเกราะ)

ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 7 ส.ค.ชุดจับกุมได้พบ รถตู้สีขาวต้องสงสัย ทะเบียน บฉ 2068 สมุทรสาคร จึงเข้าไปตรวจสอบและพบว่านายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถ ซึ่งมีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ของกลุ่ม wivo ติดอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นและพบของกลาง 11 รายการ บริเวณท้ายรถตู้ คือ เข็มขัดสนาม , ปลอกแขนเกาะแบบผ้า , กระเป๋าเป้สีดำ , หนังสติ๊ก 1 อัน , หัวน็อตตัวเมียจำนวน 11 ตัว , ลูกแก้ , ลูกดิน , พลุควันสีแบบดึงสลักจำนวน 5 อัน , วิทยุสื่อสารสองเครื่อง , กระบองเหล็กยืดหดได้ (ดิ้ว)

ต่อมามี นายจิรพงษ์ ผู้และนายทนง ผู้ต้องหาที่ 2 - 3 เดินมาแสดงตัวกับตำรวจว่าเป็นบุคคลในกลุ่ม wivo โดยทั้ง 2 คน ได้พกวิทยุสื่อสารด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า วิช ทะเบียน ชผ 3408 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียง และพบ น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับ และพบนายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 4 นั่งอยู่เบาะด้านข้าง มี น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 5 นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้น และพบของกลางอีก 5 รายการ ประกอบด้วย หน้ากากป้องกันแก๊ส , เข็มขัดสนาม , วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง ซึ่งอยู่บริเวณเบาะหลัง จากนั้นจึงได้ทำการจับกุม และยึดของกลางดำเนินคดี

โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ดังนี้

นายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 ผิดฐานเป็นอั้งยี่ , ซ่องโจร , มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตและพกพาอาวุธ (กระบองเหล็กยืดหดได้) ไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก , 210 วรรคแรก , 371 , พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6 , 23

นายจิรพงศ์ นายทนง ผู้ต้องหาที่ 2 - 3 และ น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ผิดฐานเป็นอั้งยี่ , ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก , 210 วรรคแรก

นายณัฐพงษ์ และ น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 4 - 5 ผิดฐานเป็นอั้งยี่ , ซ่องโจร , มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก , 210 วรรคแรก , พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6 , 23

เหตุเกิดที่ลานจอดรถของวัดมหรรณพารามวรวิหาร ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธโดยตลอด

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...