โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยูเอ็นระบุภาวะขาดแคลนอาหารของเกาหลีเหนือรุนแรงขึ้น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 31 ก.ค. 2564 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 08.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

โซล 31 ก.ค. – สหประชาชาติกล่าวในรายงานว่า สถานการณ์ความมั่นคงด้านอาหารของเกาหลีเหนือคาดหมายว่า จะย่ำแย่ลงอีกในช่วง 4 เดือนข้างหน้า เนื่องจากช่องทางความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมค่อนข้างจำกัดและการค้าที่ไม่ราบรื่น

องค์การอาหารและการเกษตรของสหประชาชาติและโครงการอาหารโลก คาดหมายในรายงานร่วม ซี่งเผยแพร่เมื่อวานนี้ว่า คาดหมายว่า เกาหลีเหนือ จะเผชิญกับการขาดแคลนอาหารประมาณ 860,000 ตัน ในปีนี้ ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณอาหารที่ใช้ประมาณ 2.3 เดือน รายงานการคาดหมายสถานการณ์อาหารระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนระบุว่า ขณะนี้มีความกังวลเรื่องสถานการณ์ความมั่นคงด้านอาหารของเกาหลีเหนือ เนื่องจากการเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำกัดและผลกระทบจากข้อจำกัดทางการค้า ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารได้ เกาหลีเหนือ เพิ่มมาตรการควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดและมีข้อจำกัดทางการค้าอย่างเข้มข้น ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อป้องกันมิให้โควิด-19 แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ รายงานของสหประชาติระบุว่า มาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกนารนำเข้าความช่วยเหลือด้านอาหาร และ/หรือการนำเข้าอาหารเชิงพาณิชย์จากต่างประเทศในปริมาณที่มีนัยสำคัญ จะต้องน้ำมาใช้ หากต้องการลดปัญหาขาดแคลนอาหารนี้ เกาหลีเหนือเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน แต่มีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากมีพายุไต้ฝุ่นเข้าประเทศติดต่อกันหลายลูกและเกิดน้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของประเทศ การประชุมพรรครัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้ว นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ยอมรับว่า ประเทศกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร พร้อมทั้งเรียกร้องให้หามาตรการเพื่อแก้ไข.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...