โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MGT แรลลี่ยาว! พุ่งอีก 26% “ออลไทม์ไฮ” รับแผนธุรกิจเด่น-ลุ้นกำไร Q2 โตแจ่ม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 06 ส.ค. 2564 เวลา 09.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(6 ส.ค.64) ราคาหุ้น บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT ณ เวลา 15.42 น. อยู่ที่ระดับ 4.86 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 25.91% สูงสุดที่ระดับ 5.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.86 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 326.59 ล้านบาท ทั้งนี้ราคาหุ้น ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2560

โดยก่อนหน้า นายวิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MGT เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องกัญชง-กัญชา โดยวางแผนจะทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยต้นน้ำคือเรื่องการนำเข้าเมล็ดเพื่อเพาะปลูกและขยายพันธุ์ ส่วนกลางน้ำคือการดำเนินงานทำวิจัยเพื่อสกัดสาร CBD ตามมาตรฐานไทย และปลายน้ำคือการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย โดยบริษัทได้มองหาบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอาหาร เครื่องสำอาง เพื่อทำการควบรวมกิจการ (M&A) คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในไตรมาส 4/64 นี้

ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/64 ว่า ในดือน เม.ย.-พ.ค.ออกมาดีกว่าช่วงเดียวกันของปี 63 โดยมองว่าจะสามารถคงเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ได้ จากช่วงต้นปี 64 ที่เกิดพายุหิมะที่รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้บริษัทเคมีรายใหญ่ไม่สามารถส่งออกวัตถุดิบไปทั่วโลกได้ ประกอบกับหลายบริษัทประสบปัญหาราคาขนส่งสินค้าสูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ในขณะที่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากสามารถบริหารจัดการสต็อกได้เป็นอย่างดี ทำให้บริษัทได้ส่วนแบ่งตลาดที่มากขึ้น

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า MGT แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 4.90 บาท กำาไรสุทธิไตรมาส 1/2564 เพิ่มขึ้น 18.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 75.3% เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยยเป็นผลมาจากการปริมาณการจำหน่าย เคมีภัณฑ์ชนิดต่างๆเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้จาก Oil and Gas ที่เพิ่มขึ้น 61% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ร ายได้จาก Performance Coating เพิ่มขึ้น 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยคาดผลประกอบการโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 64 แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในระลอกใหม่ช่วงต้นไตรมาส 2/2564  จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการบางรายที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท แต่สัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าดังกล่าวถูกชดเชยจากการที่หลายประเทศเริ่มมีการผ่อนปรน มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยยะ ส่งผลให้การส่งออกมีการฟื้นตัวโดดเด่น ทำให้คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 64 บริษัทจะมีผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2564 ที่คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดใหม่ ของบริษัทหลังไตรมาส 2/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ซึ่งสอดคล้องกับ การที่บริษัทเปิดเผยถึงแนวโน้มยอดขายในช่วง เม.ย. –พ.ค. 64 ที่มีการเติบโตขึ้น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้บริษัทมีแผนดำเนินธุรกิจผลิต Graphite หลังมีการร่วมทุนกับทาง Fuji Graphite Works ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในช่วงไตรมาส 4/2564 ประกอบกับแผนการ M&A กับบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ Cosmetic รวมไปถึงศึกษาธุรกิจ เกี่ยวกับกัญชงและกัญชา ตั้งแต่ต้นน้ า-ปลายน้ำ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 4/2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...