โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปวดต้นคอเรื้อรังอาจพังไปถึงกระดูกสันหลัง

แนวหน้า

เผยแพร่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

ปวดต้นคอเรื้อรัง ต้นเหตุของหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท เสี่ยงกล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต

ปวดต้นคอเรื้อรังเป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เล่นกีฬา หรือการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป โดยอาการปวดต้นคอเรื้อรังส่วนมากมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมหรือการอยู่ในท่าทางเดิมๆ ซ้ำๆ หรืออยู่ในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานต่อเนื่อง จนก่อให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม(Office syndrome) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หดรั้งหรือเป็นก้อนตึง รวมถึงมีอาการปวดจนรบกวนคุณภาพชีวิต

นายแพทย์เอกพล ลาภอำนวยผล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า การปล่อยให้เกิดอาการปวดคอแบบเรื้อรังนานๆ ไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือไม่รับการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงหรือนำไปสู่โรคร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเป็นกระดูกสันหลังคด หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท

ผู้ที่มีอาการปวดคอหรือปวดกล้ามเนื้อในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย มักจะเลือกไปนวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งวิธีนี้อาจช่วยได้แค่ชั่วคราว เดี๋ยวอาการก็จะกลับมาเป็นใหม่ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบหรือบาดเจ็บ แต่เกิดจากปัญหากระดูกสันหลังผิดปกติ การนวดผิดวิธีอาจทำให้อาการที่เป็นอยู่รุนแรงมากขึ้นดังนั้นให้ลองสังเกตตัวเองดูว่าหากมีอาการปวดแล้วรับประทานยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบ และลดการใช้งานกล้ามเนื้อในส่วนที่ปวดแล้ว แต่อาการปวดยังไม่ดีขึ้นภายใน 12 สัปดาห์ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดร้าวลงแขน มีอาการชา หรืออ่อนแรง ให้รีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพราะมีโอกาสจะเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังมากกว่าแค่ออฟฟิศซินโดรม

สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์ประเมินแล้วว่าเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยา ทำกายภาพบำบัด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ท่านั่งและบริบทในที่ทำงานให้เหมาะสม แต่ในกรณีที่ประเมินแล้วว่าผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท การรักษาเบื้องต้นจะเริ่มจากการใช้ยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัดผู้ป่วยร้อยละ 60-70 ดีขึ้นหรือหายจากโรค แต่ในผู้ป่วยมีการกดทับเส้นประสาทรุนแรงจนทำให้ระบบประสาทเกิดความผิดปกติ เช่น เดินลำบาก ควบคุมการทรงตัวไม่ได้หรือแขนขาอ่อนแรง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยปัจจุบันสามารถผ่าตัดผ่านกล้อง Microscope หรือกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ไม่ตัดกล้ามเนื้อเพื่อช่วยลดอาการปวดหลังผ่าตัด ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบประสาท ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เพียง 1-2 คืนหลังการผ่าตัดก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด

ส่วนการป้องกันและชะลอความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ ต้องเริ่มตั้งแต่การดูแลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการทำงานร่วมกับกระดูก หากกล้ามเนื้ออ่อนแอหรือบาดเจ็บ กระดูกสันหลังจะต้องทำงานหนัก ทำให้บาดเจ็บหรือเกิดความเสื่อมเร็วกว่าปกติ โดยนายแพทย์เอกพลแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30-60 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ขยับหรือยืดหยุ่น เลือกนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงหลังและคอซึ่งจะช่วยลดแรงตึงของกล้ามเนื้อ รวมถึงออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เพื่อยืดอายุการใช้งานกระดูกสันหลังให้นานขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...