โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กองทุนจีนกองไหนดี? รวมโพยกองทุนจีนล่าสุด คัดเน้น ๆ จาก FINNOMENA

Finnomena

อัพเดต 22 พ.ย. 2565 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2565 เวลา 09.40 น. • planet 46

ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นจีนผ่านกองทุนรวม แต่ยังคงเลือกไม่ถูกว่า “จะลงทุนกองทุนจีนกองไหนดี?”ต้องอ่านบทความนี้ เพราะบทความนี้เรามาพร้อมกับกองทุนจีนแนะนำที่คัดกันมาเน้น ๆ ผ่านการวิเคราะห์เชิงลึกจาก FINNOMENA Investment Team จะมีกองทุนไหนบ้าง และแต่ละกองจะมีความน่าสนใจอย่างไร ติดตามได้เลย

และก่อนที่เราจะไปพบกับกองทุนจีนแนะนำ เรามาทำความรู้จักกับดัชนีตลาดหุ้นจีนกันสักหน่อยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง แต่ละตลาดมีลักษณะเฉพาะอย่างไร เพื่อที่จะได้เห็นภาพตลาดหุ้นจีนได้ชัดขึ้น

ดัชนีตลาดหุ้นจีนมีอะไรบ้าง?

ดัชนีตลาดหุ้นจีนนั้นมีมากมายหลายดัชนี ซึ่งแต่ละดัชนีก็จะสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่แตกต่างกันไป สำหรับบทความนี้ เราขอนำดัชนีตลาดหุ้นจีนที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิยมลงทุนมาพูดถึง ซึ่งมีทั้งหมด 4 ดัชนีด้วยกัน ได้แก่ MSCI China, CSI 300, HSCEIและ HSIขอพาไปเจาะลึกกันว่าแต่ละดัชนีคือดัชนีอะไร และมีหุ้นและอุตสาหกรรมใดเป็นสัดส่วนหลักกันบ้าง

MSCI China Index

ดัชนี MSCI China เป็นดัชนีของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในทั้งตลาดหุ้นจีน ไม่ว่าจะเป็น A-Shares, B-Shares, H-Shares, Red-Chips, P-Chips และ ADRs (หุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาด NASDAQ) โดยครอบคลุมทั้งหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของตลาดทุนจีน

  • สัดส่วนอุตสาหกรรมหลัก:Consumer Discret – 29%, Financials – 16.7%, Communications – 15.89%
  • สัดส่วนหุ้นหลัก 5 อันดับแรก:Tencent, Alibaba, Meituan, China Construction Bank และ JD.com
    มูลค่าตลาด:1.49 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูลจาก MSCI ณ วันที่ 31 ต.ค. 2565)

Shanghai Shenzhen CSI 300 Index (CSI 300)

ดัชนี Shanghai Shenzhen CSI 300 (CSI 300) เป็นดัชนีตัวแทนของบริษัทจดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่ หรือหุ้น A-Shares 300 อันดับแรก ที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น สกุลเงินหลักที่ใช้ซื้อขายคือ เงินหยวน (RMB)

  • สัดส่วนอุตสาหกรรมหลัก:Financials – 22.63%, Industrials – 22%, Consumer Staples – 13.5%
  • สัดส่วนหุ้นหลัก 5 อันดับแรก:Moutai, Contemporary Amperex Technology, Ping An, China Merchant Bank, และ Wuliangye Yibin
    มูลค่าตลาด:17.74 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 14 พ.ย. 2565)

Hang Seng China Enterprises Index (HSCEI)

ดัชนี Hang Seng China Enterprises (HSCEI) เป็นดัชนีของกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “H-Shares”เงินสกุลหลักที่ใช้ในการซื้อขายคือ ฮ่องกงดอลลาร์ (HKD)

  • สัดส่วนอุตสาหกรรมหลัก:Financials – 36.01%, Information Technology – 27.12%, Consumer Discret – 9.02%
  • สัดส่วนหุ้นหลัก 5 อันดับแรก:HSBC, AIA,Tencent, Alibaba และ Meituanมูลค่าตลาด:15.7 ล้านล้านฮ่องกงดอลลาร์ (ข้อมูลจาก hsi.com.hk ณ เดือน ตุลาคม 2565)

Hang Seng Index (HSI)

ดัชนี Hang Seng (HSI) เป็นดัชนีบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เงินสกุลหลักที่ใช้ในการซื้อขายคือ ฮ่องกงดอลลาร์ (HKD)

  • สัดส่วนอุตสาหกรรมหลัก:Information Technology – 35.49%, Financials – 27.61%, Consumer Discret – 9.02%
  • สัดส่วนหุ้นหลัก 5 อันดับแรก:CCB, Meituan, Alibaba, Tencent และ China Mobileมูลค่าตลาด:11.1 ล้านล้านฮ่องกงดอลลาร์ (ข้อมูลจาก hsi.com.hk ณ เดือน ตุลาคม 2565)

สรุป 4 เหตุผลโอกาสสำหรับสาวกคอหุ้นจีน

1. หุ้นจีนอยู่ในระดับที่โคตรถูก

ที่มา: msci.com

วันที่: 31 ตุลาคม 2022

จากภาพเราจะเห็นได้ว่าหุ้นจีนนี่ PE ต่ำมาก ๆ ระดับประมาณ 10 ต้น ๆ ส่วนประมาณการ PE นี่แทบจะหลักหน่วยอยู่แล้ว สิ่งนี้หมายความว่าอะไร? หมายความว่าถ้าคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจของจีนจะโตระเบิดไปอีกประมาณ 10% ต่อปี คุณลงทุนไป 10 ปีก็คืนทุนแล้ว นี่จึงถือเป็นโอกาสในการลงทุนที่ fair value โดยแท้

2. ผู้ที่คว้าโอกาสรับของถูกคือผู้ที่จะสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าในระยะยาว

ที่มา: boundedfinance.com วันที่ 9 กรกฎาคม 2021

จากภาพเราจะเห็นได้ว่าหากเลือกซื้อหุ้นที่ถูกโคตร ๆ (PE ต่ำ) ผลตอบแทนของเราจะเป็นบวกทั้งหมดและอยู่ในระดับที่สูงที่สุด ในขณะที่หากเราซื้อหุ้นที่มี PE สูง (ราคาแพง) ผลตอบแทนที่ได้ในช่วงสั้น ๆ อาจจะมีบ้าง แต่กลับกันแล้วในระยะยาวเราจะได้ผลตอบแทนติดลบเลยทีเดียว ดังนั้นหากจะบอกว่าช่วงนี้ที่ราคาปรับตัวลง คือ โอกาส ก็คงจะไม่ผิดนัก

3. บิ๊กเทคของจีนจำนวนผู้ใช้งานยังแข็งแกร่ง

ที่มา: Tencent's key operating metrics จัดทำโดย Mr. Serotonin

ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพที่ชี้ชัดให้เราเห็นว่าจำนวนผู้ใช้งานในแอปพลิเคชั่นสื่อสารของ Tencent ซึ่งมีสัดส่วนเป็นรายได้ของบริษัทยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง หรืออาจสื่อเป็นนัย ๆ ว่าจริง ๆ แล้วพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนและ Tencent ยังคงแข็งแกร่งดังเดิม

ที่มา: Bloomberg วันที่: 13 พฤศจิกายน 2019

ที่มา: statistia.com วันที่: 14 ตุลาคม 2022

และบิ๊กเทคราชันย์ E-commerce อย่าง BABA ก็ไม่น้อยหน้า จำนวนผู้ใช้งานยังคงเติบโตต่อเนื่องไม่มีหยุด!!

4. อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังมาแรงพร้อมเติบโตแบบพุ่งทยาน

ภาพแสดงการเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ที่มา: ev-volumes.com วันที่: 2022 1H

ภาพแสดงการเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่าง ๆ ทั่วโลก ที่มา: ev-volumes.com วันที่: 2022 1H

จากภาพข้างบนเราจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีนมาแรงมาก ๆ โตโหดแบบหลัก 100% เลยทีเดียว อีกทั้งหากมาดูในระดับโลกรถยนต์ EV อย่าง BYD ที่วอเรนน์ บัฟเฟตต์ ได้ถือหุ้นถึงแม้จะมีกระแสทยอยขายออกมาบ้างก็ทำยอดขายถล่มทลายแบบ 300% ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเติบโตที่สูงเอามาก ๆ น่าจับตามองเลยทีเดียว

กองทุนจีนแนะนำจาก FINNOMENA

K-CHINA-A

▶︎ K-CHINA-A(D), K-CHINA-A(A)

กองทุน K-CHINA-A หรือ K China Equity Fund-A จาก บลจ.กสิกรไทย (KAsset) มีนโยบายลงทุนในกองทุน JPMorgan Funds – China Fund, Class JPM China I (acc) – USD เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน K-CHINA-A จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

นโยบายการลงทุนกองทุนหลัก:มีวัตถุประสงค์การลงทุนมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ตั้งถิ่นฐานหรือดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่น้อยกว่า 67% ของ NAV รวมถึงอาจลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ได้ไม่เกิน 40% ของ NAV เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุน

กลยุทธ์การลงทุนกองทุนหลัก:คัดเลือกหุ้นที่ลงทุนโดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่เริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลรายบริษัท (Bottom-up) และเน้นลงทุนในตราสารที่มั่นใจว่าดีในสัดส่วนสูง (High conviction approach) เพื่อหารูปแบบการลงทุนที่ดีที่สุด อีกทั้งยังมุ่งลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงและยั่งยืน

ทำไมต้องเป็น K-CHINA-A?

  • กองทุนหลักเน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและเป็นหนึ่งใน Megatrend ที่มีแนวโน้มการเติบโตได้สูงในอนาคตอย่างหุ้น Green Technology
  • กองทุนมีการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ อาทิ ธุรกิจ Food delivery ช่วยลดความเสี่ยงจากนโยบายการปิดและเปิดเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน
  • กองทุนหลักเป็นกองทุน ETF ที่มีสภาพคล่องสูงและค่าธรรมเนียมถูก เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว

สัดส่วนการลงทุน

Sectors Allocation ของ K-CHINA-A (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565) ที่มา: https://am.jpmorgan.com/lu/en/asset-management/adv/products/jpm-china-i-acc-usd-lu0248042839

Top 10 Holdings ของ K-CHINA-A (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565) ที่มา: https://am.jpmorgan.com/lu/en/asset-management/adv/products/jpm-china-i-acc-usd-lu0248042839

รีวิวหุ้น 3 อันดับแรก

Tencent – 9.30%

บริษัทโฮลดิ้ง ผู้ให้บริการ VAS (Value Added Services), บริการโฆษณาออนไลน์, FinTech, Business Services และอื่น ๆ โดยให้บริการครอบคลุมทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เกมออนไลน์ รวมถึงให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การบูรณาการระบบสารสนเทศ ระบบคลาวด์ และบริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์อีกด้วย

Meituan – 6.80%

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อผู้บริโภคและผู้ค้า โดยให้บริการ แบบครบวงจรทั้ง บริการจัดส่งอาหาร, บัตรกำนัล คูปอง และตั๋วที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและโรงแรม, บริการขนส่งพัสดุ และบริการอื่น ๆ รวมถึงบริการทางด้านการเงิน เช่น การชำระเงินออนไลน์ และสินเชื่อรายย่อย ตลอดจนบริการเรียกรถและบริการจักรยานสาธารณะ (Bike-sharing)

Alibaba – 5.20%

ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี โดยดำเนินการผ่าน 4 ภาคส่วน ได้แก่ Core Commerce, Cloud Computing, Digital Media and Entertainment และ Innovation Initiatives และอื่น ๆ บริษัทให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ เช่น Taobao, Alibaba.com, AliExpress, 1688.com และ Lazada รวมถึงให้บริการด้านความบันเทิงผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Youku แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์, และ Alibaba Pictures

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ:ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศจีน และหมวดอุตสาหกรรม Consumer Discretionary, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนบางส่วน ไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ)

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุน K-CHINA-A:

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.0700%
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee): 1.50%
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม: 1.1803%

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน K-CHINA-A:

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 500 บาท

ข้อมูลจาก K-CHINA-A Fund Factsheet ณ วันที่ 30 ก.ย. 2564

อ่านเพิ่มเติม รีวิวกองทุน K-CHINA-A(A): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

ซื้อกองทุน K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D) คลิก

P-CGREEN

กองทุน P-CGREEN หรือ Phillip China Green Energy and Environment จาก บลจ.ฟิลลิป (PAMC) มีนโยบายลงทุนในกองทุน KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน P-CGREEN จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

นโยบายการลงทุนกองทุนหลัก:มีวัตถุประสงค์ลงทุนอย่างน้อย 80% ของ สินทรัพย์รวมในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี MSCI China IMI Environment 10/40 ซึ่งเป็นดัชนีที่ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทในประเทศจีนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กลยุทธ์การลงทุนกองทุนหลัก:ลงทุนในบริษัทในประเทศจีนที่มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจผลิตสินค้าและบริการที่ได้รับประโยชน์จากการรักษาสิ่งแวดล้อม 5 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มพลังงานทางเลือก (Alternative Energy), การพัฒนาและการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน (Sustainable Water), การออกแบบอาคารที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green Building), การป้องกันมลพิษ (Pollution Prevention) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)

ทำไมต้องเป็น P-CGREEN?

จุดเด่นของกองทุน P-CGREEN รวบรวมโดย FINNOMENA Investment Team

  • เป็นกองทุน All China ที่ไม่ยึดติดสัดส่วนการลงทุนกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ให้กับพอร์ตการลงทุน และมีกลยุทธ์การลงทุน High Conviction
  • Howard Wang (ผู้จัดการกองทุนหลัก) มีประสบการณ์การลงทุนในประเทศจีนยาวนานกว่า 26 ปี และได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ AAA จาก Citiwire จากผลตอบแทนระยะยาวที่โดดเด่น
  • เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มหุ้นเติบโตทั้ง Technology และ Healthcare ซึ่งมีโอกาสเติบโตสูงและตรงกับมุมมองการลงทุนของ FINNOMENA Investment Team

สัดส่วนการลงทุน

Sectors Allocation ของ P-CGREEN (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2565) ที่มา: KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF Factsheet

Top 10 Holdings ของ P-CGREEN (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2565) ที่มา: KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF Factsheet

รีวิวหุ้น 3 อันดับแรก

Contemporary A-A – 8.84%

ผู้จัดจำหน่ายแบตเตอรี่ค้นคว้า พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายด้วยตนเอง มีผลิตที่เป็นหัวใจในโลกปัจจุบันอย่างแบตเตอรี่ลิเธียม แบตเตอรี่ต่าง ๆ ซึ่งถูกนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าอุตสาหกรรมมาแรงแห่งอนาคตซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้สูง

BYD – 7.13%

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่วอเรนน์ บัฟเฟตต์นักลงทุนระดับโลกเคยเข้าลงทุน มีจุดเด่นในตนเองเหนือผู้ผลิตคู่แข่งรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่น ๆ อย่างการผลิตแบตเตอรี่และชิปต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง เรียกได้ว่าเล่นเองจบเองม้วนเดียวจบไม่ต้องไปง้อใครหรือต้องมีต้นทุนเพิ่มเติม

NIO – 6.62%

บริษัทผู้ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ผสานรวมกับ Next Generation Technology และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการผลิต ES8 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ (SUV) นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการให้บริการโซลูชันการชาร์จรถยนต์ ซึ่งรวมถึงบริการ Power Home, Power Swap, Power Mobile และ Power Express

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ:ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศจีน และหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (สินค้าฟุ่มเฟือย) 40.49% เทคโนโลยีสารสนเทศ 20.36%, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุน P-CGREEN:

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.4908%
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) และ Switching-in: 1.50%
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม: 1.6389%

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน P-CGREEN:

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ข้อมูลจาก P-CGREEN Fund Factsheet ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565

ซื้อกองทุน P-CGREEN คลิก

ช่วงนี้กองจีนกำลังมาแรงใครสนใจลงทุนหุ้นถูกนานทีมีหนก็ลองคิดดูกันได้นะ

— planet 46.

อ้างอิง

คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...