โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นพลังงานวิ่งคึก! รับ “โอเปกพลัส” หั่นกำลังผลิตน้ำมัน 1.16 ล้านบาร์เรล/วัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2566 เวลา 03.49 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(3 เม.ย.66) ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแรง รับอานิสงส์กลุ่มโอเปกพลัส ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมัน ส่งผลดีต่อราคาน้ำมันฟื้นตัว นำโดย บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ณ เวลา 10:27 น. อยู่ที่ระดับ 157.50 บาท บวก 7.00 บาท หรือ 4.65% ราคาหุ้นสูงสุด 158.50 บาท ราคาต่ำสุด 157.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.05 พันล้านบาท

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ณ เวลา 10:30 น. อยู่ที่ระดับ 31.75 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 0.79% ราคาหุ้นสูงสุด 32.00 บาท ราคาต่ำสุด 31.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 598.40 ล้านบาท

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ณ เวลา 10:32 น. อยู่ที่ระดับ 54.50 บาท บวก 2.00 บาท หรือ 3.81% ราคาหุ้นสูงสุด 55.00 บาท ราคาต่ำสุด 54.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 249.40 ล้านบาท

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ณ เวลา 10:36 น. อยู่ที่ระดับ 32.25 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 4.03% ราคาหุ้นสูงสุด 1.25 บาท ราคาต่ำสุด 32.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 185.44 ล้านบาท

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ณ เวลา 10:34 น. อยู่ที่ระดับ 11.20 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 3.70% ราคาหุ้นสูงสุด 11.30 บาท ราคาต่ำสุด 11.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 69.29 ล้านบาท

บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ณ เวลา 10:46 น. อยู่ที่ระดับ 9.00 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 1.69% ราคาหุ้นสูงสุด 9.10 บาท ราคาต่ำสุด 8.95 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 113.10 ล้านบาท

บล.ดาโอ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(3 เม.ย.66) เมื่อวันที่ 2 เม.ย.66 ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศสมาชิก OPEC+ (รวมประเทศสมาชิก OPEC และพันธมิตร เช่น รัสเซีย) ตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มเติมรวม 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) (เทียบเท่าประมาณ 1% ของอุปทานน้ำมันโลก) ตั้งแต่เดือน พ.ค.66 จนถึงสิ้นปี 66 นำโดยซาอุดิอาระเบีย(0.5mbd) อิรัก (0.2mbd) UAE (0.1mbd) และคูเวต (0.1mbd) โดยซาอุดิอาระเบียอ้างว่าเป็นมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงของตลาดน้ำมัน

นอกจากนี้ รัสเซียได้ประกาศว่าจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของตนเองออกไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมัน 0.5mbd ในช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย.66 ทั้งนี้การตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มเติมนี้ เป็นส่วนเพิ่มจาก 2.0 mbd ที่ OPEC+ ประกาศไปเมื่อเดือน ต.ค.65

การตัดสินใจลดกำลังการผลิตของ OPEC+ นี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรีเพื่อติดตามการดำเนินการของโอเปก (JMMT) ในวันนี้ (3 เม.ย.66) อิรักและเคอร์ดิสถานตกลงที่จะกลับมาส่งออกน้ำมันผ่านตุรกี สื่อต่างประเทศของเคอร์ดิสถานรายงานว่ารัฐบาลภูมิภาคเคอร์ดิสถาน (KRG) สามารถที่จะหาข้อตกลงเบื้องต้นกับรัฐบาลอิรักในการจะกลับมาส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันของตุรกี หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (International Court of Arbitration) มีคำสั่งให้การส่งออกน้ำมันจากเขตปกครองตนเองเคอร์ติสถานผ่านท่อส่งน้ำมันของตุรกีต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลอิรักก่อน ทำให้ตุรกีได้หยุดการสูบน้ำมันจากเคอร์ติสถานซึ่งมีการส่งออกน้ำมันประมาณ 450 พันบาร์เรลต่อวัน (kbd) (ประมาณ 0.5% ของอุปทานน้ำมันโลก)

โดยมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ โดยเชื่อว่าข่าว OPEC+ เตรียมลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มเติมจะส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันมากกว่าข่าวการกลับมาส่งออกน้ำมันของอิรักทั้งนี้เราเชื่อว่าจากข่าวข้างต้นนี้จะส่งผลให้มีอุปทานน้ำมันดิบโลกลดลงเพิ่มเติม 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในครึ่งปีหลังนี้ จากที่ตลาดคาดก่อนหน้านี้ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า Brent สูงขึ้น 0.6% เป็น USD79.8/bbl ซึ่งยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากข่าวนี้ จึงคงมุมมองว่าราคาน้ำมันดิบจะฟื้นตัว HoH ในครึ่งปีหลังนี้ จากอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้นและจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวจากจีน

อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น ยังคงประมาณการราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 66 ที่ USD93.0/bbl ยังคงน้ำหนักการลงทุน เท่ากับตลาด สำหรับกลุ่มพลังงาน และชอบหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นที่น่าได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

โดยเราชอบหุ้น PTTEP (ซื้อ/เป้า 200.00 บาท), SPRC (ซื้อ/เป้า 12.50 บาท) และ TOP (ซื้อ/เป้า 65.00 บาท) โดยเชื่อว่าราคาหุ้น PTTEP มีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่น่าจะฟื้นตัว ขณะที่โรงกลั่นมีโอกาสที่จะเห็นกำไรจากสต็อกน้ำมัน (stock gain)

บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดปรับตัวขึ้น เป็นไปตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย และตลาดหุ้นทั่วโลกโดยมีปัจจัยหนุนจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไปต่ำกว่าคาด โดยดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้านี้

โดยประกอบกับล่าสุดกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศปรับลดการผลิตน้ำมันลงอีก 1.16 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรง เป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่น่าจะบวกขึ้นนำตลาดได้ในวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...