โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

The New York Times เผย สงครามและการยึดอำนาจในเมียนมา ผลักให้แพทย์หญิงและพยาบาล ต้องขายบริการทางเพศ

Mirror Thailand

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 08.07 น.
ภาพไฮไลต์

นับเป็นสกู๊ปข่าวที่น่าสะท้อนใจเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามและความรุนแรงทางการเมือง ที่พรากเอาโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขไปจากประชาชน และผู้หญิงก็เป็นอีกกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นห่างไกลออกไปมากมาย เกิดขึ้นที่เมียนมาประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง

สำนักข่าว The New York Times ได้ทำสกู๊ปสัมภาษณ์ผู้หญิงในเมียนมาจำนวนหนึ่ง ที่ต้องหันมาประกอบอาชีพขายบริการทางเพศ ซึ่งประกอบจากหลายปัจจัยในประเทศเมียนมา ตั้งแต่การยึดอำนาจของกองทัพ เศรษฐกิจที่ยังไม่ทันฟื้นจากโควิด สงครามกลางเมือง ความขัดแย้งของกลุ่มชาติพันธุ์ บวกกับที่ตลอดมาผู้หญิงในเมียนมาได้รับเงินค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชายร่วม 40% (อ้างอิงจากการศึกษาในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2024) ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ชาวเมียนมาจำนวนมากตกอยู่ในสภาวะยากจน

และผู้หญิงหลายคนก็จำต้องหันไปขายบริการทางเพศ ไม่ว่าเธอคนนั้นจะเคยเป็นแพทย์ พยาบาล หรืออาชีพที่ฟังดูน่าจะมั่นคง แต่ไม่ใช่สำหรับในเมียนมา ณ เวลานี้

เมย์ วัย 26 ปี เรียนแพทย์มาเป็นเวลา 7 ปี จนเมื่อเธอเรียนจบก็ได้เข้าทำงานเป็นหมอในปี 2021 แต่ไม่นานหลังจากนั้น กองทัพเมียนมาก็ทำการยึดอำนาจจนทำให้เศรษฐกิจในประเทศย่ำแย่เป็นทวีคูณ ในที่สุด เมย์ ที่ได้รับเงินเดือนเพียงราวๆ 14,000 บาท ทั้งยังต้องดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคไต จึงไม่สามารถประกอบอาชีพหมอที่ได้รับเงินเดือนน้อยนิดต่อไปได้ เธอตกลงรับคำชักชวนของเพื่อนไปเป็น ‘date girls’ แทน

“มันยากมากเลย ในการยอมรับให้ได้ว่าฉันจะเรียนหนักมา 7 ปีเพื่อจะเป็นหมอ แต่ตอนนี้ฉันต้องหันมาทำอาชีพนี้เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้” เมย์กล่าวหลังจากที่ขายบริการทางเพศในมัณฑะเลย์มาปีกว่า

ซาร์ วัย 25 ปี เคยเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่หลังจากที่เหล่าบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหาร โรงพยาบาลแห่งนี้ก็ถูกปิดลง เมื่อไม่มีงานทำ เธอจึงจำต้องหันเข้าสู่การขายบริการทางเพศ ในการทำงานครั้งแรก เธอบอกว่าต้องพยายามดูหนังโป๊เพื่อดูว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ขณะที่ลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจชาวจีนจะขอมีเซ็กซ์แบบไม่ใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งเธอยืนยันปฏิเสธ

“มันเป็น 20 นาทีที่เหมือนไม่มีวันจบลงเลยค่ะ มันคือนรกของแท้” เธอบอก

ซู วัย 28 ปี เป็นหมออีกคนที่ต้องหันไปขายบริการทางเพศผ่านต้นสังกัด เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและข้าวของที่แพงขึ้นทำให้เธอมีเงินไม่พอใช้ และทุกครั้งที่ออกไปทำงาน ที่บ้านยังคงเข้าใจว่าเธอไปเข้าเวรกะดึกในโรงพยาบาล

“ฉันอยากเป็นหมอเด็กเพื่อจะช่วยเด็กๆ ค่ะ แต่เข้ายึดครองของทหารกับสภาพทางการเงินของที่บ้าน ทำให้ฉันไม่มีทางเลือกอื่น ที่ทำอยู่นี่มันไกลจากชีวิตที่ฉันเคยฝันเอาไว้มากๆ เลย”

แน่นอนว่าพวกเธอที่ให้สัมภาษณ์ในสกู๊ปนี้ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ เพราะโดยส่วนใหญ่ที่บ้านของพวกเธอยังไม่รู้ และที่สำคัญการประกอบอาชีพนี้ยังผิดกฎหมายในเมียนมา และแม้จะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีผู้หญิงที่เข้าสู่วงจรการค้าบริการทางเพศเป็นจำนวนเท่าไร แต่ผู้สื่อข่าวระบุว่าสามารถพบเห็นผู้หญิงที่ประกอบอาชีพนี้ได้โดยทั่วไป ซึ่งแม้จะได้รับเงินที่ดีกว่าอาชีพเดิมของพวกเธอ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับการขูดรีดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และต้องแบกรับตราบาปจากอาชีพที่ในประเทศยังไม่ยอมรับ ขณะที่โอกาสสำหรับอาชีพอื่นๆ ก็น้อยนิดเหลือเกิน

มญา วัย 25 คือผู้หญิงอีกคนที่ให้สัมภาษณ์เอาไว้ เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พยายามหางานในโรงงานผ้าหลังจากที่สามีของเธอถูกฆ่าขณะเข้าร่วมการประท้วง แต่ก็ไม่มีใครับเธอเข้าทำงาน ในที่สุดหลังจากขายทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว เธอก็หันมาขายบริการทางเพศอีกเช่นกัน เพื่อเลี้ยงตัวเองและลูกสาววัย 3 ขวบ

“คนอาจจะตัดสินฉันที่เลือกทำแบบนี้ แต่เขาอาจจะไม่เข้าใจหรอกค่ะ ว่าความหิว และการเห็นลูกของตัวเองหิวแต่ทำอะไรไม่ได้เลยนั้นมันเป็นยังไง” เธอกล่าว

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2024/12/16/world/asia/myanmar-war-women-prostitution.html

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...