24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567
>> ตร.บุกทลายเว็บพนัน เครือข่ายไต้หวัน พบเงินหมุนเวียนเดือนละ 10 ล้านบาท
08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ. 5) นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ บุกเข้าตรวจค้นแหล่งพนันออนไลน์เครือข่ายข้ามชาติของเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 3 จุด หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มชาวไต้หวันมาเช่าอาคารหลายแห่งเป็นฐานปฏิบัติการเว็บพนันออนไลน์
จุดที่1 บุกเข้าค้นคอนโดหรู ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 8 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ประกอบด้วยสัญชาติไต้หวัน และ สัญชาติไทย โดยมีการตรวจยึดของกลางคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง, จุดที่ 2 ที่ห้องพัก คอนโดมิเนียมหรู ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 9 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง และจุดที่ 3 คอนโดมิเนียม ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหา สัญชาติเมียนมาและสัญชาติไทย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 19 คน ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นพนักงานเว็บไซต์พนันออนไลน์หนึ่ง โดยมีกลุ่มคนเล่นทั้งจากไทย จีน ไต้หวัน มีสมาชิกที่เล่นกว่าแสนคน มีวงเงินหมุนเวียนในการเล่นกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีเจ้าของชื่อนายคิมมี่ ชาวไต้หวัน มาเช่าอาคาร แล้วจ้างพนักงานทั้งหมดมาดูแลระบบโฆษณาทางแพลตฟอร์มต่างๆ จัดโปรโมชั่น โดยจ้างพนักงานคนละ 15,000-30,000 บาท เปิดมานานหลายเดือน เจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลจับกุมต่อไป
>> คนร้ายคลั่งยิง ปชช. พื้นที่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เสียชีวิต 3 ราย
09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้าย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสามารถ อายุ 58 ปี ใช้อาวุธปืนยิงคนเสียชีวิต 3 ศพที่บ้านตะเคียนทอง หมู่ 2 ต.โนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู โดยผู้เสียชีวิตคือ นายปรีชา อายุ 54 ปี และ น.ส.วชินี อายุ 28 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณลำตัวได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล จ.หนองบัวลำภู ซึ่งสาเหตุที่มายิง 2 พ่อลูก เนื่องจากความแค้นที่ถูกแจ้งจับขโมยเงินหนึ่งหมื่นบาท
นอกจากนี้ ยังพบร่างของ นายถาวร อายุ 66 ปี จนท.ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นอนเสียชีวิตบริเวณถนนสาธารณะกลางหมู่บ้านฝายหิน ต.โนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งหลังก่อเหตุ นายสามารถ ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปยังรอยต่อพื้นที่ อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู อ.เอราวัณ และ อ.ผาขาว จ.เลย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังไล่ล่าตัว แต่ยังไม่พบ
>> ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผย "ดาว" พี่เมีย "ทนายตั้ม" ยังไม่ให้ความร่วมมือในการให้ปากคำ เตรียมคุมตัวมาฝากขังช่วงบ่ายวันนี้
10.10 น. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เดินทางเข้าประชุมติดตามคดี น.ส.กรกนก หรือแม่ตั๊ก ,นายกานต์พล เหรือ ป๋าเบียร์ ในล็อต 2 นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม
พล.ต.ท.อัคราเดช เปิดเผยว่า วันนี้มาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีแม่ตั๊กและป๋าเบียร์ ในล็อต 2 เนื่องจากวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่วนหนึ่ง ส่งไปให้อัยการและสั่งฟ้องไปแล้ว แต่ในช่วงนี้ยังมีผู้เสียหายหลายรายที่ได้รับความเดือดร้อนและยังประสงค์ร้องทุกข์กล่าวโทษอยู่
เมื่อถามถึงการสอบปากคำของ น.ส.ปิณฑิรา หรือ ดาว พี่สาวภรรยาทนายตั้ม พล.ต.ท.อัคราเดช กล่าวว่า ทราบว่าน.ส.ปิณฑิรา ให้ความร่วมมือน้อยมาก ให้การไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานมากเพียงพออยู่แล้ว เพียงแค่สอบถามว่าจะรับสารภาพหรือไม่เท่านั้น เป็นการให้โอกาสพิสูจน์ความผิด ส่วนจะมีความเชื่อมโยงไปถึงใคร ก็อยู่ระหว่างขยายผล ว่าจะมีใครมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการต่อไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ มีรายงานว่าวันนี้พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำ "ดาว" เพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ให้ครบถ้วน ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญา ฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง
>> ตำรวจไซเบอร์ รวบขบวนการสวมรอยเป็นเพื่อนอึ้งพบหมายจับ 5 หมาย เหยื่อเพียบ
11.51 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับทาง สภ.เมืองอุทัยธานี ว่าขณะที่ผู้เสียหายกำลังเล่นเฟซบุ๊กผ่านมือถืออยู่นั้น ก็ได้มีแชตทักเข้ามาส่วนตัว ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของผู้เสียหาย เริ่มเล่าถึงความเดือดร้อนทางการเงิน และสุดท้ายจบลงด้วยการขอยืมเงิน ผู้เสียหายก็หลงเชื่อเพราะด้วยความที่สนิทกับเพื่อนและเกิดความสงสาร
จึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้ที่บัญชีชื่อ น.ส.ดา ซึ่งตอนแรกก็สงสัย จึงทักกลับไปถามเพื่อนในแชท แล้วตอบกลับว่าบัญชีของตนเองถูกระงับ ให้โอนมาที่บัญชีของเพื่อนก่อน ผู้เสียหายไม่ได้เอะใจ จึงโอนเงินให้ ต่อมาได้คุยกับคนในครอบครัว และคิดว่าน่าจะถูกหลอก จึงตัดสินใจโทรไปสอบถามเพื่อนที่แชตมายืมเงิน ปรากฎความแตก ไม่ได้มีการยืมเงินกันจริง แต่ก็สายเกินไป จึงเดินทางมาแจ้งความ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจ สอท.4 ได้สืบสวนจนทราบว่า น.ส.ดา เจ้าของบัญชีธนาคารดังกล่าว ได้หลบหนีมาทำงานอยู่บริเวณกรุงเทพกรีฑา จึงมาทำการตรวจสอบ และในวันที่ 25 พ.ย.67 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำหมายจับของศาลจังหวัดอุทัยธานี ลงวันที่ 13 มิ.ย.2567 เข้าจับกุมตัว น.ส.ดา ได้ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง”
จากการสอบถาม น.ส.ดา ให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องหลอกทางเฟซบุ๊ก เมื่อซักถามต่อ น.ส.ดา ให้การว่าเมื่อช่วงปลายปี 64 ตนเองประสบปัญหาด้านการเงิน และมีเพื่อนมาขอให้เปิดบัญชีม้า ซึ่งตนก็มีบัญชีของธนาคารแห่งหนึ่งอยู่แล้ว และประกอบกับตอนนั้น พ.ร.ก.มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยียังไม่บังคับใช้ การสแกนใบหน้ายังไม่มี ตนจึงแค่เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับโมบายแบงค์กิ้งเป็นเบอร์ที่ผู้ซื้อบัญชีม้าต้องการ โดยไม่ต้องไปทำธุรกรรมที่ธนาคารแต่อย่างใด ซึ่งผู้ต้องหาก็รู้ตัวดีว่าสักวันต้องโดนจับ
>> กองปราบ คุมตัว ดาวพี่สาวเมียตั้ม ฝากขังศาลอาญา ตำรวจค้านประกัน เจ้าตัวปิดปากเงียบ
13.16 น. ที่ อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ ซึ่งเป็นพี่สาวของภรรยานายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหา “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อฟอกเงิน” ในคดีเงิน 39 ล้านบาทของ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ขึ้นรถตู้ 1 คันของบก.ป. เพื่อไปทำการฝากขังศาลอาญารัชดา ตามขั้นตอนทางกฎหมาย
โดยระหว่างคุมตัว น.ส.ปิณฑิรา สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ สวมหมวก แว่นตา พร้อมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อปิดบังใบหน้า ซึ่งตัว น.ส.ปิณฑิรา พยายามก้มหน้าและไม่ได้กล่าวอะไร แม้สื่อมวลชนพยายามสอบถามในทุกประเด็น
เบื้องต้นท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง
>> "อนุทิน" มอบผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู เร่งดูแลครอบครัว ชรบ. และประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงประชาชน
13.30 น. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงประชาชนเสียชีวิต จำนวน 3 ราย ในท้องที่บ้านตะเคียนทอง หมู่ 2 ต.โนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่
"นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ดูแลในเรื่องของการเยียวยาครอบครัว ชรบ. ที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงครอบครัวของประชาชนผู้เสียชีวิตตามกฎหมาย พร้อมนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษปกครองสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด และจัดกำลังสมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำชุด ชรบ. ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บนเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี รวมถึงออกลาดตระเวนคุ้มครอง พื้นที่สำคัญ เฝ้าระวังความปลอดภัยสถานศึกษา วัด ปั๊มน้ำมันทุกแห่งในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจกระทบต่อประชาชนรายอื่น"
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รักษาการผู้ว่าราชการ จ.หนองบัวลำภู ได้มอบหมายให้ที่ทำการปกครอง จ.หนองบัวลำภู ลงพื้นที่เยียวยาครอบครัว ชรบ. ที่เสียชีวิต โดยมูลนิธิผู้รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน จ.หนองบัวลำภู ได้มอบเงินค่าจัดการศพในเบื้องต้น นอกจากนี้เหล่ากาชาด จ.หนองบัวลำภู ได้ร่วมกับ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.หนองบัวลำภู ลงพื้นที่ไปเยียวยาดูแลขวัญกำลังใจของครอบครัวประชาชนผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย
>> "รัฐบาล" มอบของขวัญปีใหม่ ลดค่าไฟ 3 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 4.15 บาท/หน่วย มีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. 2568
14.32 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบทบทวนค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2568 โดยลดลง 3 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 4.15 บาท/หน่วย จากค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค.2567) เก็บอยู่ที่ 4.18 บาท/หน่วย มีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย.2568 เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน โดย กกพ.จะได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
ผมเพิ่งได้รับแจ้งเบื้องต้นเป็นข่าวดีจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งจะปรับลดค่าไฟในงวดหน้า (ม.ค.-เม.ย.2568) ลงได้อีก และเหลือเฉลี่ยหน่วยละ 4.15 บาท หลังจากที่ผมขอให้ทุกหน่วยงานได้ไปลองดูว่าจะสามารถลดค่าไฟลงได้อีกหรือไม่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชน
ในนามรัฐบาลและกระทรวงพลังงานขอถือโอกาสนี้มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับทุกท่าน และขอขอบคุณ กกพ.ในฐานะหน่วยงานหลักขอบคุณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ในการร่วมกันกับรัฐบาลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
>> นายกฯ ห่วงน้ำท่วมภาคใต้ สั่ง ศปช. เร่งช่วยเหลือ เยียวยาประชาชน
15.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม(ศปช.) เปิดเผยว่า ศปช.ได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ขณะเดียวกันสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยงข้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงวันอาทิตย์ที่ 24 ที่ผ่านมานี้ ถึงวันที่ 4 ธ.ค. 67 ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม และเฝ้าระวัง น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำใน จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้สั่งการให้ ศปช. ทำตามแผน ที่วางกำลังไว้ พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่ ศปช.รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะมีฝนตกหนัก และให้เร่งฟื้นฟูพร้อมทั้งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อนำมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรัฐบาลจะได้แก้ไขและเยียวยาได้ทันท่วงทีโดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการสัญจรต่าง ๆ ใน จ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และ 2 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ทั้งในเขตตัวเมืองและอำเภอต่างๆ ที่มีน้ำท่วม ดินสไลด์ และเสาไฟฟ้าหักโค่น และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงกำลังพลที่เข้าร่วมปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพราะสิ่งสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
>> รวบ 2 โจ๋มือแทงหนุ่มไรเดอร์ดับ ตร.ตั้งข้อหาพยายามฆ่า ก่อนสารภาพผู้ตายไม่ยอมเลิกกับแฟนสาว
16.45 น. จากกรณี นายภาคภูมิ อายุ 18 ปี อาชีพไรเดอร์ ถูกแทงเสียชีวิตที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านประชาชื่นซอย 15 ค ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 27 พ.ค. 67
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ควบคุมตัวนายคอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ส่งห้องสืบสวน สภ.ปากเกร็ด หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ หลังผู้ปกครองพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด โดยระหว่างควบคุมตัวนั้นผู้สื่อข่าวพยายามถามสาเหตุที่ร่วมกันมาก่อเหตุ แต่นายคอ ไม่ตอบคำถามสื่อ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ควบคุมตัวนายฮอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ตามหมานจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ที่ 24/2567 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ โดยจับตัวได้ที่ชุมชนบางบัว ย่านบางเขน ส่งห้องสืบสวน สภ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี โดยนายฮอ ไม่ตอบคำถามสื่อเช่นกัน
เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายจอ นายฮอ และนายคอ ได้มานั่งดื่มสุราที่บริเวณหมู่บ้านประชาชื่น จากนั้นนายฮอ ได้ชวนนายคอ ไปดักรอผู้เสียชีวิต เพื่อจะเคลียร์เรื่องแฟนสาว เนื่องจากนายฮอ ต้องการให้ผู้เสียชีวิตเลิกลาจากแฟนสาว ส่วนนายจอ ได้พยายามห้ามไม่ให้ไปแล้ว แต่ทั้ง 2 คนก็ขับรถจยย.ไปก่อเหตุ เมื่อไปเจอผู้เสียชีวิตโดยนายฮอ เป็นเตะก่อนผู้เสียชีวิตล้มจึงได้ชักมีดออกมา นายคอ เห็นจึงได้เข้าไปร่วมกันทำร้ายร่างกาย จากนั้นนายฮอ ได้ให้การว่านายคอ เป็นผู้ลงมือแทง ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างประสานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำ และไม่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากทั้งคู่เป็นเยาวชน
>> "บิ๊กก้อง" แถลงยึดยาบ้า 5 ล้านเม็ด เครือข่ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท
16.50 น. พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าว ปฏิบัติการทลายขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดคาถนนพระราม 2 ขาออก ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ยึดของกลางเป็นยาบ้าได้กว่า 5 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท และสามารถจับกุมนาย เล็ก อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาไว้ได้
ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ตำรวจทางหลวงสามารถจับขบวนการขนยาเสพติด 13 ล้านเม็ดบนรถบรรทุกเทรลเลอร์ไว้ได้ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนส่งตัวให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามสืบสวนขยายผลต่อ จนทราบว่าเครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายใหญ่ แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน มีทั้งกลุ่มผู้สั่งการ , กลุ่มลำเลียงทางภาคเหนือที่จะขนยาเสพติดมาพักไว้ในโกดังภาคกลาง และแม้จะทลายเครือข่ายไปบางส่วนแล้ว แต่ก็ยังมีบุคคลมาทำหน้าที่แทนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไป
ตำรวจจึงเฝ้าสังเกตการณ์จนพบว่าผู้ต้องหาในครั้งนี้ ได้ขับรถบรรทุกสิบล้อจากภาคใต้ไปยังโกดังให้เช่าต้องสงสัยในจังหวัดนนทบุรี ก่อนจะขับรถออกจากโกดังไป เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยตามไปจนถึงบริเวณจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนจะแสดงตัวเข้าตรวจค้นท้ายรถบรรทุก จนพบยาบ้าซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย 25 กระสอบ รวม 5 ล้านเม็ด วางทับด้วยกระสอบปุ๋ยดินเพื่ออำพราง ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหารับว่ารับจ้างขนยาบ้ามาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เพียงแค่ 2 เดือนที่ผ่านมา ขนยาบ้ามาแล้ว 6 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 150,000 - 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาบ้า และจะขยายผลผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป
>> เพลิงไหม้รถยนต์ บนทางคู่ขนานลอยฟ้า เสียหายวอดหมดทั้งคัน
16.53 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ บนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ขาออก ทางลงพุทธมณฑลสาย 3 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
ที่เกิดเหตุ เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีขาว รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้รถยนต์เสียหายหมดทั้งคัน แล้วลุกลามแผ่นป้องกันเสียงบนทางด่วนชนิดอะคลิลิค ขนาด 3x4 เมตร จำนวน 7 แผ่น รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทวีวัฒนา
>> ย่านเศรษฐกิจการค้ายะลา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขยายเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือขนสิ่งของ อพยพไปศูนย์พักพิง
17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วม อ.เมืองยะลา ที่ย่านเศรษฐกิจการค้าในเขตเทศบาลนครยะลา ปริมาณน้ำยังคงมีระดับที่สูงขึ้น เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และมวลน้ำจากพื้นที่สะเตงนอกที่ไหลลงมาบรรจบ ที่บึงแบเมาะ ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี ทำให้บริเวณหน้าโรงแรมยะลารามา ถนนศรีบำรุง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ระดับน้ำท่วมยังคงสูงขึ้น 70-85 เซนติเมตร
นายเสริมวิทย์ ลิขิตกำจร ผู้ประกอบการในย่านเศรษฐกิจการค้า ใจกลางเมืองยะลา เปิดเผยว่า ณ ขณะนี้ระดับน้ำท่วมได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 10-15 เซนติเมตร และขยายเป็นวงกว้าง ร้านค้าต่างๆในพื้นที่ ต่างทยอยเก็บของขึ้นที่สูง ขณะที่การช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครยะลา พร้อม เจ้าหน้าที่ทหาร กรมทหารราบที่ 152 พัน 3 ช่วยร้านค้าในเก็บสิ่งของเพื่อนำไปเก็บในที่ปลอดภัย นอกจากนี้ทางเทศบาลนครยะลา ยังได้จัดศูนย์พักพิงให้กับครอบครัวที่ประสบน้ำท่วม ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านเรือนได้ ศูนย์พักพิงโรงเรียนเทศบาล 3 นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบน ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ มาอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมทั้งการดูแลด้านเวชภัณฑ์ และอาหารปรุงสุก ให้กับผู้ที่ประสบภัยอย่างเต็มที่
>> รถเก๋งหรู ชนกับรถจักรยานยนต์ กลางสะพานบนถนนสายตัดใหม่เมืองชุมพร แม่-ลูกร่างกระเด็นคนละทาง ก่อนจะเสียชีวิตทั้งหมด 3 ศพ
18.50 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัยสายชลชุมพร มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัสหลายราย บริเวณบนสะพานตัดถนนไฟ ถนนสาย จ. ขาออกนอกเมืองชุมพร มุ่งหน้าขุนกระทิง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชุมพร
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเทาดำ ทะเบียน ชุมพร สภาพใหม่ ช่วงด้านท้ายรถถูกชนยับลักษณะถูกกระแทกอย่างรุนแรง มีชิ้นส่วนตกเกลื่อนกระจัดกระจาย ใกล้กันพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย มีอาการสาหัสทั้งหมด หน่วยกู้ภัยสายชล และรถกู้ชีพรัดเร่งมายังจุดเกิดเหตุ และดำเนินการปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายไม่เป็นผล เสียชีวิตด้วยกันทั้งหมด 3 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็น หญิงไทย อายุ 52 ปี, ชายไทย อายุ 16 ปี และ เด็กหญิง อายุ 14 ปี ทั้งหมดเป็นแม่ลูกกัน
ห่างกันประมาณ 100 เมตร พบรถนั่งส่วนบุคคล บีเอ็มดับเบิ้ลยู สีดำ ป้ายทะเบียน นครศรีธรรมราช จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าซ้ายยุบซุ้มล้อฉีกขาดเสียหาย ส่วนล้อหลังข้างขวาพับหักใช้การไม่ได้ ส่วนคนขับเป็นผู้หญิง ได้อาศัยช่วงชุลมุนหายตัวไป เนื่องจากชาวบ้านเข้ามาดูในที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบสวนสืบสวนหาตัวหญิงคนขับรถยนต์เก๋งบีเอ็มฯคู่กรณีเพื่อมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย
22.28 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
00.02 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 213 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> หนุ่มวัย 30 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง เสียชีวิตกลางถนน
01.08 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง และมีผู้เสียชีวิต ถนนปทุมธานีสายนอก บริเวณใกล้เคียงห้างบิ๊กซี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 30 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ป้ายทะเบียน 952 กทม. ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียนหัวพ่วง 1882 นครปฐม ท้ายพ่วง 4808 นครปฐม ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี
>> รถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต
01.29 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนสุขาภิบาล 5 ช่วงแยกตัดถนนเพิ่มสิน รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ
คุณเอกลักษณ์ อาสาจุดสายไหม คืบหน้าที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ เวฟ สีแดง ป้ายทะเบียน 6333 กทม. ชนกับรถบรรทุก 6 ล้อตู้ทึบ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน 1521 กทม. ทำให้มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย มีแผลเปิดที่ศีรษะ ทางอาสากู้ภัยพยายามช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 19 ปี พื้นที่ สน.สายไหม
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินเดีย
03.05 น กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. บริเวณพื้นที่ของ หมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 418 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย