โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กางแผน GAGA หลังอยู่ใต้ชายคา "ไมเนอร์" ขอเป็นชาไข่มุกที่เฟียสที่สุดในตลาด

Positioningmag

อัพเดต 30 ต.ค. 2566 เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2566 เวลา 03.33 น.

ชานมไข่มุกยังคงเป็นธุรกิจสุดหอมหวานไม่แพ้หมาล่า ที่แบรนด์ใหญ่ต่างของร่วมขบวน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงได้เห็นข่าวการซื้อกิจการของเชนใหญ่ๆ เพื่อขยายพอร์ตกันทั้งสิ้น

"ไมเนอร์ ฟู้ด" เอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเชนร้านอาหารรายใหญ่ในไทย ก็ไม่พลาดที่จะตกขบวน ได้เข้าซื้อกิจการชาไข่มุก GAGA (กาก้า) เมื่อปลายปี 2565 ที่ผ่านมา โดยเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50.1% ในบริษัท กาก้า เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย)
จนถึงวันนี้ GAGA มีอายุแบรนด์ครบรอบ 5 ปีพอดิบพอดี และได้เข้ามาอยู่ใต้ชายคาไมเนอร์ครบ 1 ปีเช่นกัน ทางไมเนอร์ได้ดึง "อนุพนธ์ นิธิยานันท์" นั่งแท่น ผู้จัดการทั่วไป บริษัท กาก้า เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด ควบกับการเป็นผู้จัดการทั่วไปแบรนด์สเวนเซ่นส์ด้วย

GAGA


ไมเนอร์ต้องการอะไรจากการลงทุนใน GAGA?
แน่นอนว่าต้องการขยายพอร์ตร้านอาหารในกลุ่ม "เครื่องดื่ม" เพราะไมเนอร์เองยังไม่มีในกลุ่มนี้ มีเพียงแค่กลุ่มขนมหวานที่มีอยู่ 2 แบรนด์ ก็คือ สเวนเซ่นส์ และแดรี่ควีนส์ ในตลาดชาไข่มุกก็เป็นตลาดที่ร้อนแรง ประเทศไทยติดอันดับท็อปๆ ของโลกที่มีการดื่มชาไข่มุก
แต่การจะปั้นแบรนด์เองต้องใช้เวลานาน ทางลัดที่ประสบความสำเร็จทที่สุดก็คือ การเข้าซื้อกิจการนั่นเอง
อนุพนธ์ เริ่มเล่าว่า"การจะเข้าตลาดนี้มีอยู่ 2 อย่าง Built หรือ Buy ถ้า Built หรือสร้างแบรนด์เองต้องใช้เวลานาน แล้วตอนนี้ตลาดชาไข่มุกก็มีทุกเซ็กเมนต์ ราคาตั้งแต่ 20-150 บาท แต่ตอนนี้จากตลาดแมสได้อัพสเกลเป็นพรีเมียมแล้ว เลยตัดสินใจซื้อกิจการดีกว่า มีแบรนด์ที่เขาสร้างมาอยู่แล้ว ต่อยอดไปต่างประเทศได้ เราได้เห็นโอกาสของแบรนด์ GAGA เอามาเสริมพอร์ตขนมหวานได้ จากตอนแรกมีกลุ่มไอศกรีมแค่ 2 แบรนด์ ซึ่งนักลงทุนก็ถามมาตลอดว่าทำไมไมเนอร์ไม่มีกลุ่มเครื่องดื่มสักที แบรนด์นี้เลยมาเป็นตัวต่อยอดธุรกิจได้"

GAGA


ขออัพสเกล ขยายต่างจังหวัด

แบรนด์ GAGA ได้ก่อตั้งเมื่อปี 2561 วางจุดยืนเป็นแบรนด์เครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยม และขอเป็นแบรนด์เฟียสๆ ที่เวลาลูกค้าถือแก้วจะรู้สึกเท่ๆ คูลๆ พร้อมกับแท็กไลน์ของแบรนด์ที่ว่า Attitude In A Cup เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด และมีเฉดสีส้ม ดำ ขาว อีกทั้งพนักงานก็มีชุดยูนิฟอร์มแบบเท่ๆ ด้วย มีเมนูเด่นก็คือชานมไข่มุกโอเวอร์โหลด รวมท็อปปิ้งทั้งไข่มุกดำ ไข่มุกฮันนี่ดรอป เฉาก๋วย และพุดดิ้ง ไว้ด้วยกัน
ปัจจุบัน GAGA มีสาขารวม 37 แห่ง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาไมเนอร์ขยายสาขาทั้งหมด 15 แห่ง ซึ่งอีก 2 เดือนสุดท้ายของปีเตรียมเปิดอีก 4 แห่ง ทำให้ในสิ้นปีนี้จะมีสาขารวมทั้งหมด 41 แห่ง ได้เปิดสาขาต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกที่เซ็นทรัลพัทยา และแพชชั่นระยอง
ในปีหน้า GAGA เตรียมขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัวราวๆ 20 สาขา แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 10 สาขา และต่างจังหวัด 10 สาขา กระจายตามศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งโอกาสสำคัญอยู่ที่การขยายไปต่างจังหวัด พบว่าคนต่างจังหวัดพร้อมที่จะให้การตอบรับกับชาไข่มุกพรีเมียมแล้ว แต่อาจจะทดลองไปจังหวัดใกล้ๆ หรือหัวเมืองใหญ่ก่อน

GAGA


นอกจากในเรื่องการขยายสาขาแล้ว ไมเนอร์ยังใช้ประสบการณ์ของเชนร้านอาหารรายใหญ่ เข้ามาช่วยในเรื่องการปรับโครงสร้าง และปรับเรื่องระบบโลจิสติกส์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อขยายไปต่างจังหวัดไปสมบูรณ์ ก็เตรียมพร้อมที่จะขยายไปต่างประเทศ
GAGA ไม่ได้จำกัดเป็นแค่แบรนด์ชาไข่มุก แต่เป็นแบรนด์เครื่องดื่ม ปัจจุบันมีเมนูรวมทั้งหมด 54 เมนู ราคาเริ่มต้น 65-145 บาท
ในช่วงเดือนพ.ย. แบรนด์จะจัดแคมเปญครบรอบ 5 ปี เตรียมออกแพ็คไซส์ใหม่ แก้ว XL หรือแก้วยีราฟ 28 ออนซ์ ราคา 135 บาท เป็นเมนูชานมไข่มุกโอเวอร์โหลด เหตุผลที่ทำเมนูนี้เพราะตอนช่วงวัน April Fool Day ได้ทำคอนเทนต์แก้วยีราฟออกมา แล้วลูกค้าอยากให้ทำจริงๆ จึงเอามาทำช่วงเดือนครบรอบพอดี

ต้องเฟียสที่สุด ต้องโต 2 หลัก

ตลาดชาไข่มุกเป็นตลาดเดียวที่เติบโตในช่วงวิกฤต COVID-19 เพราะยังสามารถสั่งเดลิเวอรี่ได้ หลายคนทานแล้วมีความสุข แต่ตลาดเรดโอเชียนนี้ก็การแข่งขันสูงมาก ทำให้แบรนด์ที่อยู่รอดได้ในตอนนี้เป็นเซ็กเมนต์พรีเมียมไปเลย หรือไม่ก็แบรนด์แมสที่เน้นเรื่องราคาถูกไปเลย
ไมเนอร์จึงวางเป้าหมายให้ GAGA เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่มีคาแรคเตอร์ที่สุด ต้องเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในแง่ของการขยายสาขาทั่วประเทศ และมีมาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่งให้ได้ โดยมีโจทย์ที่ว่าต้องเติบโตให้ได้ในอัตรา 2 หลักทุกๆ ปี

GAGA


ในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเติบโต 25% หรือมีรายได้ 200 ล้านบาท
สัดส่วนรายได้ของ GAGA แบ่งเป็น ชานม 60% ชาไทย 10% ชาเขียว 10% ชาผลไม้ และอื่นๆ 10%
ลูกค้าของ GAGA ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง 80% เป็นคนทำงาน นักศึกษา ยอดการใช้จ่ายเฉลี่ย 200 บาท/บิล
อนุพนธ์ยังเปิดใจอีกว่า GAGA มีกลุ่มลูกค้าที่เด็กสุดของเครือไมเนอร์ เป็นวัยรุ่น นักศึกษา จะต่างจากกลุ่มลูกค้าของสเวนเซ่นส์ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว พอได้มาทำแบรนด์วัยรุ่นก็สนุกดี ซึ่งสเวนเซ่นส์เองก็เคยทำแบรนด์เครื่องดื่ม SIP มาแล้ว ออกเป็นป็อปอัพสโตร์


สำหรับร้าน GAGA ยังมีการขยายร้านในโมเดลเดียวอยู่ตามศูนย์การค้า พื้นที่เฉลี่ย 25 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 2 ล้านบาท จะต้องมียอดขายเฉลี่ย 4-5 แสนบาท/สาขา ยังไม่มีแผนในการทำโมเดลใหม่ๆ และยังเป้นการลงทุนของบริษัทเอง ยังไม่เปิดขายแฟรนไชส์
สาขาที่ขายดีที่สุด ก็คือ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ลาดพร้าว
อ่านเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...