อนุสุดโหดของท่านเเม่ทัพ [จบเเล้ว มี E-bookค่ะ]
ข้อมูลเบื้องต้น
ด้วยความต้องการปิดปากคนปากเเข็งเขาจึงโน้มตัวลงมาใช้ปากเขาเเนบลงไปบนปากนาง
จิงรุ่ยเม้มปากสนิทไม่ให้เขารุกล้ำเข้าไป
เสิ่นซิ่งก็ไม่รีบร้อนเขาใช้ความชำนาญอันช่ำชอง
ยอกเอินขบเม้มดูดเลียริมฝีปากนางอย่างต้องการให้ท่อนไม้กลายเป็นเต้าหู้เหลว เเต่ความหวังของเขากับไม่เป็นผลเมื่อเขารับรู้ถึงความเค็มบนหน้านาง
‘ นางร้องไห้’
“จิงรุ่ย จิงรุ่ยเจ้าได้ยินข้าไหม”
Warning! นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นตามจินตนาการของไร้ท์นะคะ เพื่อให้การอ่านนิยายมีอรรถรสจึงมีฉาก 20+ เเละฉากใช้ความรุนแรงที่ชัดเจนรวมทั้งมีบางฉากที่มีความอ่อนไหวทางศีลธรรม ฉะนั้นเเล้วขอให้ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ
ถ้าชอบก็กดหัวใจ กดติดตามเป็นกำลังใจให้ไร้ท์ด้วยนะคะ
……
ตอนนี้มี E-book ขายใน meb เเล้วนะค่า โดยภายในจะประกอบไปด้วยตอนหลัก 23 ตอนเเละตอนพิเศษอีก 6 ตอน ที่จะไม่ได้ลงในนี้ เเต่ตอนหลักที่เหลือจะลงจนจบให้อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ??’•
สำหรับใครที่สนใจ E-book ก็สามารถไปซื้อได้น้า โดยตอนนี้จัดโปรโมชั่นในราคา 35 บาท จนถึงวันที่ 30/11/66❤️
กดซื้อได้เลยค่ะ
Facebook: Tulipdotromeo
Twitter: Tulipdotromeo
จากนี้ขอเชิญนักอ่านทุกท่านสนุกกันต่อได้เลย
แนะนำตัวละคร
จิงรุ่ย
เด็กกำพร้าที่ถูกยกให้เป็นอนุของเสิ่นซิ่งเชี่ยวชาญใช้พิษ
เสิ่นซิ่ง
เเม่ทัพช่วยชาติผู้เกิดจากอนุ
ฮูหยินเสิ่น
ฮูหยินของตระกูลเสิ่นผู้เป็นเเม่เลี้ยงเสิ่นซิ่งเเละเป็นคนเก็บจิงรุ่ยมาเลี้ยง
ลู่เฉิน
เพื่อนรักของเสิ่นซิ่ง
เสิ่นเหมย
ญาติผู้น้องที่เเอบรักเสิ่นซิ่ง
เสิ่นซาง
ลูกชายเเท้ๆ ของฮูหยินเสิ่น
อาหลิน
นางโลมอันดับหนึ่งเเห่งหอบุปผา
ลู่ผิง
น้องสาวลู่เฉิน
ทำใจยกเป็นอนุ
“จิงรุ่ย เจ้าอยู่กับข้ามากี่ปีเเล้ว”
“เรียนฮูหยินปีนี้ปีที่ 15 เเล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าอยากออกเรือนกับผู้ใดหรือไม่”
“ไม่มีเจ้าค่ะ”
“ลูกชายข้าเล่า เจ้าว่ายังไง”
“คุณชายใหญ่เสิ่น?”
“ย่อมไม่ใช่ ภรรยาของเขาร้ายกาจเกิน ข้ากลัวเจ้าจะทนมือนางไม่ไว้”
“ถ้างั้น…เป็นคุณชายรองหรือเจ้าคะ”
“อืม”
คุณชายรองที่ฮูหยินพูดถึงมีนามว่าเสิ่นซิ่งหรือที่
รู้จักกันในนามเเม่ทัพช่วยชาติผู้ที่ฮ่องเต้ยังต้องกลัว
เเต่จิงรุ่ยไม่กลัวเขาหรอกนะ นางรังเกียจเขาต่างหาก!
ตอนที่นาง 10 ขวบ นางได้รับมอบหมายให้ไปปัดกวาดเรือนของเขาเเต่เขากับ…เขากับทำเรื่องน่ารังเกียจต่อหน้านาง
“อ้าย ซีสด์~ คุณชายรองเอาอีกเจ้าค่ะ เอาอีกรอบ”
เสียงบ่าวหญิงคนหนึ่งกระตุ้นเรียกให้ชายบนร่างที่กำลังขย่มเข้าออกร่องนางเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ทั้งๆที่ช่องทางส่วนล่างของนางเเฉะชื้นจนเลอะพื้น
ตับตับตับตับ
“อื้อ อื้อ~คุณชาย”
พอนางใต้ร่างจะไปยังเเดนสุขาวดีเขาก็ถอนกายออก
บ๊วบ
“อ๊ะ คะ คุณชาย หยุดทำไมเจ้าคะ”
“เจ้ารอก่อน ให้จิงรุ่ยมาเช็ดพื้นให้สะอาดเเล้วข้าจะทำต่อ”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นจากร่างเปลือยเปล่าที่อ้าขาออกจนกว้าง
จิงรุ่ยเอาเเต่ก้มหน้าตลอด นางกลัวมาก กลัวว่าถ้าเงยหน้าขึ้นจะตกใจตายกับภาพตรงหน้า
“นังเด็กเวร เเกรีบมาเช็ดสิ ไม่เห็นว่าข้ากำลังปรนนิบัติคุณชายอยู่หรือ”
“เเต่พี่สาว”
พี่สาวที่นางเรียกลุกขึ้นก่อนจะตบไปที่หน้านางอย่างเเรง
เพี้ยะ!
“เเกดู เงยหน้าขึ้นมาดูข้า ถ้าอีกหน่อยข้าได้เป็นนายหญิงจวนนี้ ข้าจะขายแกไปอยู่ซ่องชั้นตํ่า”
คนที่จิงรุ่ยเรียกว่า ‘พี่สาว’ ตอนนี้กำลังจิกหัวนางจนผมเเทบหลุด ใจนางคิดว่าวันนี้ตายเเน่เเล้ว เเต่ยังไม่ทันได้เกิดอะไรขึ้น ก็มีเลือดกองหนึ่งกระเด็นใส่หน้านางสักก่อน
“เอือก”
“น่ารำคาญจริง ก็เเค่บ่าวชั้นตำ่!”
“คุณชายระ…รอง…ทะ ท่าน…ฆ่านาง”
ปลายมีดเเหลมที่ยังคงปักอยู่บนอกขาวผ่องเปลือยเปล่าของหญิงผู้นั้นทำจิงรุ่ยสั่นกลัวอย่างห้ามไม่อยู่
นํ้าตาที่เกิดจากความตกใจไหลรินออกมาเป็นสายอย่างห้ามไม่ได้!
“ไม่ต้องกลัว จำเอาไว้ ใครหน้าไหนมันทำเจ้าเจ็บมันจะต้องเจ็บกว่าเจ้าพันเท่า”
เขาเข้ามาลูบเช็ดหน้านางที่เปื้อนเลือดพร้อมกับเอามืออีกข้างรวบนางเข้าสู่อ้อมกอด
“จิงรุ่ย เจ้าจำเอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าเป็นคนของข้า ของข้าเท่านั้น”
ตอนนั้นนางได้เเต่ตัวสั่นอยู่ใต้ร่างเขาอย่างลูกนกหลงรัง เเต่เขากลับกอดนางอย่างไร้สำนึกว่าสิ่งที่เขาฆ่าก็เป็นคนเหมือนกัน เเถมเป็นสตรีที่เคยใช้ชีวิตใต้ร่างเขาอีกต่างหาก
ตอนนั้นนางฝังความกลัวเเละความเกลียดชังเขาไว้จนเเทบจะล้นทะลักออกจากอก เเต่นางก็ทำอะไรเขาไม่ได้! จึงได้เเต่ยอมให้เขากอดนางจนพอใจ
เมื่อพอใจเเล้วเขาก็ผละนางออก เเล้วบอกให้คนมาลากศพหญิงผู้นั้นออกไปเผาทิ้ง วินาทีนั้นนางรู้ได้ทันทีว่าเขาไร้ซึ่งหัวใจ
‘ คนโหดเหี้ยมอย่างท่านเคยรักใครบ้างไหม’
หลังจากเกิดเรื่องวันนั้นเขาก็ไม่ปรากฏตัวต่อหน้านางอีก ซึ่งถือเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของนาง
จนเมื่อนาง 11 ปี เขาก็จากบ้านไปเป็นเเม่ทัพช่วยชาติปราบชนเผ่าตามชายเเดน
จากวันนั้นเขาก็จากบ้านไป 4 ปีเเล้ว เเต่ตอนนี้เขากำลังจะกลับมา เขากำลังจะกลับมา!
“ใจข้าไม่อยากยกเจ้าเลย เเต่จะทำเช่นไรได้เล่า ในเมื่อ…”
เสียงของฮูหยินเสิ่นเรียกจิงรุ่ยให้ตื่นจากภวังค์
“คุณชายรองขอมาหรือเจ้าคะ”
“อืม เจ้าก็รู้ สิ่งใดที่เขาหวังไม่มีไม่สมหวัง”
“ความจริงเเล้วฮูหยินไม่ต้องกังวลเลยเจ้าค่ะ จิงรุ่ยยังไงก็ได้ ขอเเค่ให้ได้รับใช้ท่านก็พอ”
“เจ้าพูดจริง?”
“เจ้าค่ะ”
“ถ้างั้นก็ดีเลย เจ้าไปเตรียมตัวซะ พรุ่งนี้ลูกชายข้ากลับมาเจ้าจะได้…”
‘ ปีนขึ้นเตียงลูกเจ้าสินะ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก’
“จิงรุ่ยรับทราบเจ้าค่ะ” นางเเสร้งทำหน้าเอียงอายตอบรับก่อนจะออกไป
“ฮูหยินคิดดีเเล้วหรือเจ้าคะที่จะให้จิงรุ่ยเอ่อ…เป็นอนุท่านเเม่ทัพ”
“ลูกข้าขอเองจะให้ข้าคิดอะไรได้”
“เเล้วญาติผู้น้องของคุณชายเล่าเจ้าคะ นางก็ยังไม่ได้ออกเรือน ฮูหยินเลือกนางไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”
“อาเหมยนะเหรอ ข้าว่าไม่ดีหรอก นางเงียบๆไม่พูดไม่จาใครจะรู้ว่าใจนางคิดอะไร”
“เเต่ว่าจิงรุ่ยนางศึกษาเรื่องการใช้พิษจนเเตกฉานนะเจ้าคะ”
“ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า 3 ปีที่ผ่านมานี้นางเเอบฝึกการใช้พิษ เเต่เเล้วจะทำไมเล่า ข้าให้ชีวิตนางได้เกิดใหม่ ให้ที่อยู่ที่กิน เเถมจะยกลูกชายให้พึ่ง นางจะอกตัญญูได้อีกเหรอ”
“อย่าประมาทเชียวเจ้าค่ะ”
“เเม่เฒ่าก็อย่าเอาเเต่ยุ ไปจัดการห้องหอเถอะข้าตัดสินใจเเล้ว”
“ฮูหยิน…”
“ตามนี้เถอะ อย่าให้ข้าต้องพูดอีกเลย”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นว่ายุนายตัวเองไม่สำเร็จเเม่เฒ่าบ่าวข้างกายฮูหยินเสิ่นจึงคิดจะไปยุผู้อื่นเเทน
“เจ้าเเรงอีก เเรงเลยไม่ต้องกลัวเจ็บข้าทนได้”
เสียงดูดเลียน่าอายดังลั่นที่เรือนกลาง พร้อมกับกลิ่นคาวสวาทลอยมาตามลม อดกระตุ้นให้คนข้างนอกเสียวตามอย่าอดไม่ได้
เเจ๊ะ เเจ๊ะ~
“อ๊ายๆ เเรงอีก กดลงไปๆ ตรงนั้นเเหละอื้อ~ เเรงๆเลย อื้อ~”
“คุณหนูเหมยคุณหนูเหมยเจ้าคะ” เเม่เฒ่าเคาะประตูห้องเสิ่นเหมย
อย่างคนไม่กลัวตาย
“กดลงไปอีก ข้าบอกให้เจ้ากดลงไปห้ามห่าง ลิ้นก็เลียวนให้ทั่วสิ อื้อ~”
“อย่างนั้นเเหละ อ๊ะๆ~”
“คุณหนูเหมยเจ้าคะๆ”
“โอ๊ยเข้ามาสิป้า ซีสด์”
จากนั้นเเม่เฒ่าจึงเปิดประตูเข้าไป ภาพตรงหน้าทำนางซึ่งอายุเกือบ 60 ลมเเทบจับ หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นญาติผู้น้องของเสิ่นซิ่งกำลังเเหกขากว้าง 180 องศา ให้บ่าวหญิงของตนก้มไปดูดเลียตามง่ามขา มือของคนที่ถูกดูดเลียก็ไม่ปล่อยให้ว่างเปล่านางนวดเฟ้นเต้านมอวบอั๋นที่ล้นทะลักไปตามง้ามมือตัวเอง
“ว่าไง”
“คุณหนูท่าน…” ด้วยความตกใจภาพตรงหน้าเเม่เฒ่าลืมจึงคำพูดตัวเอง
“อ่าห์ อ่าห์ ข้าจะเสร็จเเล้ว”
“จะพูดไม่พูด ถ้าไม่พูดก็ออกไป อื้อ อื้อ~ ปากเจ้าดีเเท้” ด้วยความรับภาพตรงหน้าไม่ไหวเเม่เฒ่าจึงไม่ลีลาอีกต่อไป
“ฮูหยินจะเเต่งตั้งนังจิงรุ่ยเป็นอนุท่านเเม่ทัพเจ้าค่ะ”
“…”
คนที่นางหวังให้ดิ้นจะเป็นจะตายเมื่อฟังจบกลับกำลังเด้งเอวสวนปากให้เข้าไปลึกจนฝังเนื้อนวลนางก่อนที่ร่างกายนางจะกระตุกเกร็งพ่นฉี่ใสมาเลอะหน้าคนใต้ร่างจนเปรอะเปื้อน
“อืม เจ้าว่านังจิงรุ่ยมันจะได้เป็นอนุพี่เสิ่น”
“เจ้าค่ะ”
“ดี! งั้นคืนเข้าหอเจ้าก็สลับตัวมันกับข้า ส่งมันไปให้บ่าวชายท้ายจวนได้ชิมดู ในเมื่อมันร่านอยากได้ของสูงก็ปล่อยมันไป”
“คุณหนู”
“จบเเล้วก็ออกไปได้”
จากนั้นเมื่อจะมีคนออกไปถึง 2 คนนางกลับรั้งคนหนึ่งไว้
“เจ้าอยู่ก่อนข้าเสร็จนอกยังไม่เสร็จใน เอาเเท่งหยกมาลูบต่อ”
“เจ้าค่ะ” บ่าวที่เคยอยู่ใต้ง่ามขานางหันมารับคำ
“จำเอาไว้ว่าห้ามเสียบ เเค่เเยงปากรูเท่านั้น”
จากนั้นเสียงครวญครางก็ยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับเเผนร้ายที่จะเกิดคืนพรุ่งนี้
เขากลับมาเเล้ว
จิงรุ่ยถูกปลุกให้ตื่นมาประทินโฉมตั้งเเต่เช้าตรู่ ฮูหยินเสิ่นสั่งให้คนขัดนางทุกซอกทุกมุมให้สะอาด ไม่เว้นเเม้เเต่ของสงวน
นางถูกจับเเยกร่างอ้าหุบอ้าเข้าตลอดเช้าจนนางรู้สึกว่านางก็เเค่ผักปลาที่ถูกล้างให้สะอาดก่อนขึ้นเขียงต่อไป
ตลอดเวลานางไม่พูดอะไรเเค่เชื่อฟังทำตามธรรมเนียมปรนนิบัติทุกอย่าง จวบจนตอนบ่ายเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าจวน
“เเม่ทัพมาเเล้วๆ”
เนื่องจากพ่อของเสิ่นซิ่งตายตั้งเเต่เด็ก ประมุขของจวนจึงตกเป็นของพี่ชายเขาที่โตกว่า 3 ปี
“น้องข้าเจ้ากลับมาเเล้ว”
“ท่านประมุข”
“เจ้ามากพิธีไปไยฮะ”
พูดไปเสิ่นซางผู้เป็นพี่ก็ตบไหล่น้องชายไป
จิงรุ่ยเเอบมองภาพการเเสดงพี่น้องรักใคร่กันอยู่ในเรือน นางรู้ดีว่าเสิ่นซางไม่ได้รู้สึกดีต่อเสิ่นซิ่งเท่าไร
เสิ่นซิ่นไม่ใช่ลูกที่เกิดจากฮูหยินเสิ่น เเม่ที่เเท้จริงของเขาคืออนุที่นายท่านเสิ่นเลี้ยงเอาไว้นอกจวน จิงรุ่ยไม่รู้ว่าเพราะอนุคนนั้นอับโชคหรือเพราะฮูหยินเสิ่นมีวาสนา อนุผู้นั้นถึงได้ตายตอนคลอดเสิ่นซิ่ง
นายท่านเสิ่นจึงรับเสิ่นซิ่งมาอยู่ด้วยกันที่จวนตั้งเเต่นั้นโดยยกให้ฮูหยินเสิ่นเป็นผู้ดูเเล
ในมุมมองของจิงรุ่ย ฮูหยินเสิ่นปฏิบัติต่อเสิ่นซิ่งเหมือนลูกในไส้คนหนึ่งเเต่ไม่รู้ทำไมเเววตาที่เสิ่นซิ่งใช้มองเเม่เลี้ยงตัวเองถึงไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด ไม่นานนักหลังเเม่เขาตายนายท่านเสิ่นก็เกิดอุบัติเหตุตกม้าตายไปตามกัน จิงรุ่ยคิดยังไงก็คิดไม่ออกถึงความบังเอิญเหล่านี้ เเต่ยังไงซะมันก็ไม่เคยเกี่ยวกับนาง ในเมื่อนางก็เเค่เด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเป็นคนใช้ นั่นก็บอกชัดเจนเเล้วว่านางมีสถานะเช่นไร
รอจนตะวันคล้อยก็มีบ่าวมาพานางไปหาเสิ่นซิ่ง
นางเตรียมใจไว้อยู่เเล้ว ยังไงเรื่องคืนนี้ก็ต้องเกิดขึ้นเเต่จะเกิดเเล้วจบเช่นไรต่างหาก ผลลัพธ์ช่างต่างกันอย่างเทียบไม่ได้!
‘ เสิ่นซิ่งท่านกลับมาเเล้ว’
ตลอดทางที่เดินมา จิงรุ่ยไม่รับรู้ถึงความผิดปกติเลยสักนิด นางเดินตามบ่าวไปจนถึงหลังเรือนก่อนที่จะมีอะไรเเข็งๆฟาดนางจนสลบไป
“จำเอาไว้ว่าอย่าบอกใคร ถ้าเจ้ากล้าปากโป้ง คุณหนูไม่เก็บเจ้าเอาไว้เเน่”
“เจ้าค่ะ” บ่าวคนนั้นรับก้อนเงินก่อนจะจากไป
ร่างของจิงรุ่ยถูกลากเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆท้ายจวน ภายในนั้นเต็มไปด้วยบ่าวไพร่ชายที่กำลังรอนางด้วยท่าทางอย่างโจรป่าผู้หิวกระหาย
“ห้ามเอานางถึงตาย”
“รู้เเล้วน่า”
“พวกเจ้าทั้งหมดออกไปก่อน ข้าขออยู่กับนางเพียงลำพัง”
“เเม่เฒ่าจะเรื่องมากอะไรกันนักกันหนาพวกข้าเสียบเข้าเสียบออกจนนางนำ้เเตกก็จบเเล้ว ฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะอย่างกักขฬะที่ดังขึ้นระงมในห้องเเคบ นั้นทำเเม่เฒ่ารู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างอดไม่ได้
“ออกไปคำเดียวหรือจากไปตลอดกาล”
“รู้เเล้วๆ ไปเว้ยพวกเราปล่อยให้คนเค้าอาลัยกันไปก่อน”
เมื่อพวกบ่าวชายออกกันไปหมด เเม่เฒ่าก็คุกเข่าลงข้างร่างของจิงรุ่ย
“จิงรุ่ยได้โปรดอโหสิกรรมให้ข้า ข้าจำเป็นต้องทำ หลานของข้านางอยู่ในกำมือของคุณหนูเหมย ถ้าข้าไม่ช่วยนาง นางต้องฆ่าหลานข้าเเน่”
“ท่านหมายถึงเเม่นางหลิน นางโลมชั้นหนึ่งเเห่งหอบุปผาเหรอ” จิงรุ่ยที่สลบอยู่ลืมตาขึ้นกล่าว
“จะ…เจ้า ชะ…”
ยังไม่ทันที่เเม่เฒ่าจะได้เอ่ยคำว่า ‘ช่วย’ จนจบร่าง
นางก็เเข็งทื่อเเล้ว
“พิษนี้จะทำให้ท่านพูดไม่ได้ทั้งๆที่กายยังอ่อนนุ่มอยู่ อย่างนี้ก็ใช้ได้พอดี พวกที่อยู่ข้างนอกนั่น หวังว่า 3 คนท่านก็ยังคงรับไหว”
จิงรุ่ยพูดจบก็จับเเม่เฒ่านอนลงพร้อมกับถอดเสื้อผ้าออกทุกชิ้น! จนร่างกายเเม่เฒ่าเปลือยเปล่า ส่วนนางคลุมผ้าปิดหน้าที่เตรียมเอาไว้ จากนั้นเอาถุงเงินข้างกายเเม่เฒ่าไปด้วยก่อนจะออกไป
“จำเอาไว้ว่าห้ามจุดเทียน ทำครั้งนี้ต้องถึงตายเท่านั้น”
นางใช้วิชาดัดเสียงที่เเอบเรียนมาดัดเป็นเสียงเเม่เฒ่า
“ไหนตอนเเรกไม่ให้ตายไง”
“เปลี่ยนใหม่เเล้ว เอาไป ข้าเพิ่มให้ 3 เท่า”
นางโยนถุงเงินที่เอามาจากเเม่เฒ่าให้พวกบ่าวชาย
นางรู้ดีว่าในถุงเงินนี้ เเม่เฒ่าเเอบจิ๊กเงินไว้บางส่วนด้วยความโลภ
เเต่ใครจะรู้ว่านับจากนี้เป็นต้นไป เเม่เฒ่าจะไม่มีโอกาสเเม้เเต่ถอนหายใจอีกเเล้ว
‘ จำเอาไว้! ให้ทุกข์เเก่ข้า ทุกข์นั้นย่อมถึงเจ้า!’