โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จับสัญญาณ ปชป. ยุค เฉลิมชัย นำทัพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ธ.ค. 2566 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2566 เวลา 22.49 น.

จับสัญญาณ ปชป. ยุค เฉลิมชัย นำทัพ

กว่า 6 เดือนที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไร้ผู้นำพรรคในตำแหน่งหัวหน้า พรรค ปชป.คนที่ 9 ภายหลัง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค ปชป. เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ที่พรรค ปชป.ไม่ประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยการได้รับเลือกตั้ง ส.ส.มาเพียงแค่ 25 เสียง แบ่งเป็น ส.ส.เขต 22 เสียง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง

ที่ผ่านมาพรรค ปชป.จัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรค เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ ประสบปัญหาองค์ประชุมล่มมาถึง 2 ครั้ง คือการประชุมวิสามัญพรรค วันที่ 9 กรกฎาคม กับวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่มีสาเหตุหลักมาจากปัญหาการเมืองของ บิ๊กเนม ภายในพรรค ปชป.ที่ยังเห็นต่างในจุดยืนและแนวทางการเดินหน้าพรรค ปชป.

โดยกลุ่มของรักษาการเลขาธิการพรรค เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่กุมเสียง ส.ส. กลุ่มเพื่อนต่อ ซึ่งเป็นเสียงข้างมากในพรรคถึง 21 คน ประกาศหนุน นราพัฒน์แก้วทอง ขึ้นมาชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค

ขณะที่กลุ่มของ ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค สนับสนุนให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรค กลับมา นั่งหัวหน้าพรรค ปชป. เพื่อกอบกู้ความศรัทธาจากแฟนคลับพรรคสีฟ้าและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผ่านการทำหน้าที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งในแบบฉบับของพรรค ปชป.

แต่เมื่อข้อบังคับพรรคกำหนดให้ คะแนนเสียงของ ส.ส.มีน้ำหนักมากถึง 70% ต่อ 30% เมื่อเทียบกับคะแนนของอดีต ส.ส.สาขาพรรคและสมาชิกพรรคส่วนอื่น แน่นอนว่าฝ่ายใดที่กุมเสียง ส.ส.ไว้ได้มากกว่าย่อมจะมีสิทธิคว้าเก้าอี้หัวหน้าพรรคได้อย่างไม่ยาก

ที่ผ่านมากลุ่มของผู้อาวุโสภายในพรรคจึงเลือกเล่นเกมให้องค์ประชุมล่ม เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเดินหน้าเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ได้ กระทั่งเวลายืดเยื้อ ผ่านการเจรจาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

สุดท้ายมีการประชุมวิสามัญพรรค ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม มีวาระเลือก กก.บห.ชุดใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป.คนที่ 9 โดยมีผู้ประกาศตัวเป็นทางการ 2 คน คือ นราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ กับ วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. แม้ทั้งสองชื่อถูกมองว่าเป็นทีมของ เฉลิมชัย ทั้งคู่ แต่ก่อนถึงวันประชุมเพียง 2 วัน กลุ่ม 21 ส.ส.เพื่อนต่อกลับเปลี่ยนเกมใหม่ด้วยการยกทีมเข้าไปเทียบเชิญให้ เฉลิมชัย รักษาการหัวหน้าพรรค เปลี่ยนใจ ลบสัญญาลูกผู้ชายที่ประกาศว่าจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีก ให้มาลงสมัครชิงหัวหน้าพรรคด้วยตัวเอง เพื่อความเป็นเอกภาพ และกอบกู้พรรคให้กลับมามีที่ยืนทางการเมืองอีกครั้ง

แต่วันประชุมใหญ่พรรค ฝั่งของ ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ยังไม่ยอมง่ายๆ ด้วยการเสนอชื่อ อภิสิทธิ์ เข้ามาชิงหัวหน้าพรรคอีกครั้ง โดย อภิสิทธิ์ ได้เปิดความในใจร่ายยาวถึงทิศทางการเดินหน้าพรรค ก่อนจะนัด เฉลิมชัย แคนดิเดตหัวหน้าพรรคเต็งหนึ่ง เข้าไปเคลียร์ใจกันสองคนราว 10 นาที

ก่อนจะมีบทสรุปออกมาที่ว่า อภิสิทธิ์ ประกาศถอนตัวจากผู้ชิงหัวหน้าพรรค พร้อมกับลาออกจากสมาชิกพรรคสีฟ้าด้วย ทำเอา ส.ส.และอดีต ส.ส.ถึงกับ อึ้ง และ เสียดาย ที่แกนนำคนสำคัญของพรรคสีฟ้าต้องวางมือไปอีกหนึ่ง

โดย อภิสิทธิ์ ให้เหตุผลของการ ถอนตัวและลาออกจากสมาชิกพรรคว่า เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งต่อไป ไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะหรือแพ้ในการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ แต่ยืนยันยังคงไม่ไปอยู่พรรคใดหลังจากนี้ เพราะกรีดเลือดออกมายังเป็นสีฟ้าเหมือนเดิม

แต่ปมลึกที่ทำให้ อภิสิทธิ์ ตัดสินใจหันหลังให้กับพรรคภายหลังปิดห้องเคลียร์ใจกับ เฉลิมชัย ซึ่งไม่มีใครรู้รายละเอียดดีเท่ากับทั้งสองคนที่คุย แต่คนในพรรค ปชป.ให้น้ำหนักไปในทิศทางเดียวกันว่า อาจเกี่ยวกับจุดยืนและการเดินหน้าทางการเมืองของพรรค ปชป.ภายใต้การนำของ เฉลิมชัย และกลุ่ม ส.ส.เพื่อนต่อ ที่อาจเป็นคนละแนวทางกับทิศทางของกลุ่มผู้อาวุโสภายในพรรค โดยเฉพาะการย้ายสถานะจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน กลับเข้าเป็น พรรคร่วมรัฐบาล ในอนาคตหรือไม่

สุดท้ายเมื่อการประชุมเดินหน้าได้ ที่ประชุมจึงมีมติท้วมท้น 88.5 เปอร์เซ็นต์ จากองค์ประชุมทั้งหมด 260 คน ให้ เฉลิมชัย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.คนที่ 9 โดยมี เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค

โดย เฉลิมชัย ประกาศคำมั่นภายหลังได้รับเลือกเป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคสีฟ้าไว้ว่า 3 เดือนแรก ต้องมีอะไรที่เป็นรูปธรรมให้เห็นว่าประชาธิปัตย์มีการเปลี่ยนแปลงจริง คิดว่าวันนี้คนประชาธิปัตย์ยังรักพรรค หวังอย่างยิ่งว่าจะมาช่วยกันสร้างพรรค พร้อมกับขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องชาวประชาธิปัตย์ว่า กรรมการบริหารพรรคชุดนี้จะยึดมั่นในอุดมการณ์และหลักการของพรรค พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีความเป็นอะไหล่ให้กับพรรคไหน และการเริ่มต้นที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์คือการขับเคลื่อนพรรค คือเริ่มทำทันที ทั้งในส่วนของพรรคและสภา ในส่วนของสภาที่จะมีการเปิดประชุมในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ผมจะทุ่มเททุกอย่างให้ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านที่สมบูรณ์และเข้มแข็งที่สุด และเชื่อมั่นว่าเรามีความเป็นเอกภาพ เราสามารถนำสิ่งที่สูญเสียกลับมาได้ นับจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์การบริหารพรรคภายใต้การนำของ เฉลิมชัย และ กก.บห.ชุดใหม่ทั้ง 41 คน ว่าจะนำพาพรรคสีฟ้าไปในทิศทางใด โดยมีโจทย์ใหญ่คือ กอบกู้พรรค ปชป.ให้คัมแบ๊กกลับมายืนหนึ่งในใจประชาชน ผ่านผลการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ท่ามกลางสารพัดปัจจัยทางการเมืองที่พร้อมจะ ดิสรัปต์ ทุกพรรคการเมืองเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...