โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

5 อาหารตามใจปาก เสี่ยง ‘โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ธ.ค. 2566 เวลา 01.43 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2566 เวลา 01.43 น. • The Bangkok Insight

โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนไทยราว 10-20% หลายคนเชื่อว่า การดื่มน้ำน้อยเป็นสาเหตุให้เกิดโรคนี้

แต่ที่จริงแล้ว การทานอาหารบางอย่างในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้เช่นกัน

โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

อาการของโรคจะขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่ว และตำแหน่งของนิ่วว่ามีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะหรือไม่ คนไข้จะมีอาการปวดในบริเวณที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของนิ่ว เช่น ปวดหลังส่วนล่าง เมื่อนิ่วไปอุดที่บริเวณไต เพราะเป็นตำแหน่งของไต ปวดบิดบริเวณหลัง ร้าวลงหน้าขา หรือปวดบิดบริเวณหลัง ร้าวลงขาหนีบ หากมีนิ่วในท่อไต ปัสสาวะปนเลือด เมื่อมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

2 ปัจจัยเสี่ยงโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัจจัยภายใน คือ พันธุกรรม และปัจจัยภายนอก คือ พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในปริมาณมาก ได้แก่

  • อาหารรสเค็ม หากบริโภคโซเดียมมากกว่า 2.3 กรัม/วัน เป็นประจำ
  • เนื้อสัตว์ หากบริโภคมากกว่า 1.7 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก./วัน เนื่องจากเนื้อสัตว์มีสารพิวรีนมาก สารนี้จะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก ที่ก่อให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ผลไม้รสหวาน เช่น มะม่วง มะละกอ สับปะรด มีน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณสูง น้ำตาลฟรุกโตสจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก ก่อให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้
  • น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีการเติมสารให้ความหวาน มีน้ำตาลฟรุกโตส ที่เปลี่ยนเป็นกรดยูริกที่ก่อให้เกิดนิ่ว
  • กลุ่มอาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกแลต และผักสีเขียวเข้มบางชนิด เช่น ผักปวยเล้ง

โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

วิธีรักษา

  • ผ่าตัดส่องกล้อง เป็นวิธีที่นิยมใช้ โดยแพทย์จะส่องกล้องเข้าไปดูนิ่ว แล้วนำนิ่วก้อนนั้นออกมา
  • ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ใช้เมื่อนิ่วมีขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นการยิงทำลายนิ่วด้วยคลื่นเสียง ให้มีขนาดเล็กลงแล้วหลุดออกมาได้
  • ผ่าตัดแบบเปิดแผล ใช้เมื่อนิ่วมีขนาดใหญ่ เช่น นิ่วที่เกิดจากการติดเชื้อบริเวณไตที่จะไม่หลุดออกมาเอง

วิธีป้องกัน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย สำหรับคนทั่วไปควรดื่มน้ำ 8-10 แก้ว หรือ 1.5-2 ลิตรต่อวัน ส่วนคนที่เคยเป็นโรคนิ่วควรดื่มน้ำ 2.5-3 ลิตรต่อวัน
  • เลือกรับประทานอาหารที่ไม่เค็ม และไม่ทานเนื้อสัตว์มากเกินไป
  • หมั่นสังเกตร่างกายตัวเอง หากพบสิ่งผิดปกติ เช่น ปัสสาวะมีสีผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์
โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

แม้นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ อาจเป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรมได้ แต่พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ฉะนั้น การเพิ่มความระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดนิ่ว ที่สามารถก่อให้เกิดโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะลงได้อย่างมาก

บทความโดย: นพ.มาโนช รัตนสมปัตติกุล อายุรแพทย์โรคไต ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา: เฟซบุ๊กเพจ Mahidol Channel

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...