โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก้าวที่กล้าของ 'อรรถพล' บัณฑิตจบใหม่ DPU กับแบรนด์ห้องเสื้อชุดวิวาห์ 'พระ-นาง'

VoiceTV

อัพเดต 26 ธ.ค. 2566 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2566 เวลา 10.38 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

“ตูน-อรรถพล ธัญญเจริญ” ผู้ริเริ่มก่อตั้ง “ATTHAPOL อรรถพล” ภายใต้ห้องเสื้อ “พระ-นาง” เป็นเวลาเพียง 11 เดือน แต่ตอนนี้คิวแน่นแบบเช้าไม่เว้นเย็นไม่ว่าง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์จองชุดยังดังพอๆ กับกริ่งระฆังลั่นประตูวิวาห์ในฤดูเทศกาลงานแต่งงาน

อะไรที่ทำให้เด็กโนเนมคนหนึ่ง? กลายเป็นที่ไว้วางใจของสุภาพสตรี ยิ่งโดยเฉพาะกับ 'ชุดเจ้าสาว' ที่ทั้ง ชีวิตแทบจะมีหนเดียว ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ที่ไว้ใจที่สุดเป็นผู้เนรมิตสร้างสรรค์ คงไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าเจ้าตัวซึ่งบัดนี้รอที่จะเล่าเรื่องราวของการเดินทางแบบด้นย้อนถอยหลังถึงจุดเริ่มต้นความมหัศจรรย์นี้…

จากจะ “วาดหุ่น” สู่คน (มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์) รุ่นเถ้าแก่

หนุ่มหน้าใสวัย 23 เป็นทั้งเจ้าของห้องเสื้อรับตัดชุดเจ้าสาวชื่อ “พระ นาง” กับผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้า “อรรถพล” เพิ่งจะเข้ารับพิธีประสาทปริญญาบัตรเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมานี้ โดยชีวิตวัยรุ่น “ก็เหมือนเด็กทั่วๆ ไป เช้าต้องไปเรียน ตกเย็นมาทำการบ้านและส่งงานอาจารย์”

ขณะที่ในช่วงเล็กวัยเด็กน้อย “ตูน” เล่าด้วยรอยยิ้มว่า รักชอบที่จะขีดเขียนเล่นวาดรูปโดยเฉพาะรูปคน เพราะในทุกครั้งการที่ได้ร่างภาพ ตูนจะรู้สึกมีความสุข และสัมผัสได้ถึงอุ่นไอจากฝ่ามือแม่ ที่ตลอดเวลาช่วงที่ยังมีชีวิตมักจะชี้แนะสอนและจับมือน้อยคู่นี้ลากเส้นอยู่เสมอเป็นประจำ ซึ่งนั้นทำให้ตูนชอบวาดเรื่อยๆ ก่อนจะหลงใหลในงานศิลปะและกำหนดเป้าหมายเส้นทางในชีวิตต้องทำงานทางด้านนี้

“ช่วงม.6 ที่จะต้องเลือกเรียนต่อ ตอนนั้นก็ดูว่าจะเรียนคณะอะไรดี ทีนี้เพื่อนก็มาชวนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เราเห็นว่ามีคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกแฟชั่น ที่เราจะได้ออกแบบวาดรูปหุ่นใส่เสื้อผ้า ก็เลยได้ตามเค้ามา”

แต่ผลของมันไม่ใช่แค่นั้น การเติบโตในรั้วของ “มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์” หรือ “DPU” ตูนบอกว่าก็ดีและเหมาะสมตรงตามชื่อ คือไม่เพียงที่ตูนจะได้ตวัดมือกรีดกรายทำในสิ่งที่ชอบ ที่นี้ยังช่วยต่อยอดให้ตูนได้ทำในสิ่งที่รักอย่างมั่นคง “พอได้มาเรียนก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง สมชื่อ ม.ธุรกิจฯ จริงๆ”

โดยการออกแบบหลักสูตรซึ่งต่างไปจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทำให้เด็กต่างจังหวัดที่มีฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอย่างตูน มองเห็นคุณค่าในตัวเองว่า 'เรานั้น' ล้วนเป็นได้มากกว่าสไตล์ลิส ดีไซเนอร์ หรือคนตัดเย็บเสื้อผ้า ภายใต้การมีสังกัดแบรนด์และห้องเสื้อคนอื่นๆ

“มันดูมีแค่นั้นเหรอ แล้วเราจะโชคดีได้วาดรูปคนอีกไหม? ก็แอบหวั่น เพราะพอเราโตขึ้นเราได้เห็นคนแถวบ้านที่ทำงานประจำนานๆ เป็น 10 ปี มันทำให้มีทุกอย่างได้ก็จริง ไม่ว่าจะเงิน รถ บ้าน แต่มันไม่เหลือพอที่เราให้เราไปไหนต่อไหนหรือทำตามใจที่เราชอบได้บ่อยและตลอด แต่พอลงเรียนที่นี้เปิดเทอมมา ตารางสอนออกเอ้ย…มีสอนธุรกิจด้วยควบคู่กับแฟชั่น และพอมีกิจกรรมอาจารย์ก็เชิญรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว ที่ทำกิจการของตัวเองมาพูดให้ฟังตลอด มันก็กระตุ้นให้เรามีไฟ ทำให้ตูนอยากทำบ้าง”

โดย 4 ปี หลังเรียนจบในเดือนมกราคม 2566 ที่สำเร็จการศึกษา “ตูน” กับเพื่อนคนที่ชวนกันเข้ามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงร่วมกันลงขันเปิด 'Wedding Studio' ซึ่งตลอดระยะเวลาเพียงแค่ 11 เดือนที่เริ่มกิจการ ณ เวลานี้ผลประกอบการของทั้งสองคนสามารถสร้างยอดขายทำรายได้ไปแล้วกว่า 1 ล้านบาท

“ก่อนจะจบจะมีวิชาที่ให้เราสำรวจตลาดในด้านที่เรียน ลูกค้าสนใจชุดงานแต่งแบบไหน มีความต้องการชุดงานแต่งอย่างไรบ้าง 1-2-3 นอกจากการตลาดเบื้องต้นในตั้งแต่ปี 1 ค่อยๆ ไล่ระดับมากเรื่อยๆ อาจารย์ก็จะให้เราไปเดินที่โซนสยาม มีกี่ห้างเดินให้หมด ดูราคา ดูหน้าร้าน ดูให้ออกว่าพ่อค้าแม่ค้าเขาทำยังไงถึงอยู่ได้และมีลูกค้าเข้าร้านตลอด เราก็เอาตรงนั้นมาต่อยอด ซึ่งเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 30 วันเต็มไม่มีว่างเลย พีคที่สุดคือทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายได้ทั้งหมด 3 แสนกว่าบาท ถ้านับยอดรวมๆ ก็ตีได้ 1 ล้านบาทแล้วตอนนี้

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถามว่าประสบความสำเร็จเลยไหม คนภายนอกอาจจะมองว่าสำเร็จแล้ว แต่ส่วนตัวเรามองว่ายังไม่สำเร็จทั้งหมด เพิ่งจะเริ่มแค่ก้าวที่ 2 กับก้าวที่ 3 เพราะต้องเอาเงินที่ได้ในส่วนนี้ไปชดเชยที่ลงทุนไว้ก้อนแรกคนละ 2 แสนกับต่อยอดร้าน แต่ตอนนี้ก็รู้สึกภูมิใจที่ความฝันความชอบเราเลี้ยงตัวเราเองได้แล้วก็พอมีเงินเหลือจ่ายค่าน้ำ-ไฟ ดูแลยายกับพ่อที่บ้าน ก็โอเคแล้วครับ”

'ใส่ใจ' เรื่องพื้นๆ ที่สร้างพื้นฐานลูกค้าให้แข็งแกร่ง

เจ้าของสตูดิโองานแต่งชี้จุดชัดๆ กระชับที่ทำให้ธุรกิจเติบโตนั้นเรียบง่าย คือ 'ใส่ใจ' ซึ่งเหมือนสไตล์การออกแบบชุดที่เมื่อลูกค้าได้ลองสวมใส่จะรับรู้ได้ถึงพลังที่ Sexy และ Classic อันเป็นเอกลักษณ์จุดเด่นของร้าน ที่ได้มาจาก “เอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง”

“เคล็ดลับแรกก่อนจะตัดนอกจากเราจะต้องนัดล่วงหน้าอย่างต่ำ 3 เดือน เพื่อคุยรายละเอียดทั้งหมดอันนั้นปกติ แต่เราจะเรียกเจ้าสาวมาสัมภาษณ์ก่อนว่าอะไรคือความมั่นใจของคุณ อะไรคือความมั่นใจในตัวเอง และในระหว่างนั้นเราก็จะคอยดูจากสิ่งรอบข้างที่เขาเป็น เพื่อออกแบบให้เข้ากับตัวเขามากที่สุด เพราะงานตรงนี้ไม่ใช่แค่ชุดอย่างเดียวที่ทำให้คนสวย แววตาของเจ้าสาวต้องมั่นใจ มันถึงจะพราวและสวยแบบมีเสน่ห์ด้วย”

“ซึ่งจุดนี้ตูนก็ได้จากที่ DPU อีก” เขาเน้น ความละเอียดและการเป็นคนช่างสังเกตใส่ใจที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในช่วงปีที่ 2 ที่จับความรู้สึกได้ว่าอาจารย์มักจะชมขึ้นมาแบบเปรยๆ แม้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อาทิเช่น การจับคู่สี ฯลฯ หรือการไปบอกให้ไปเตรียมตัวใหม่ให้ดีและมีสติ แล้วจึงค่อยมาพรีเซนต์งานนั้นเต็มไปด้วยความใส่ใจ กระทั่งกลายเป็นแบบอย่างที่ติดตัวตูน

“เราจัดโทนสีเพราะความชอบ แต่อาจารย์จำได้แสดงว่าอาจารย์ต้องใส่ใจกับนักศึกษามากๆ เหมือนรุ่นน้องที่ตูนรู้จัก ตูนรู้ว่าถ้าเขาทำงานต้องออกมาแนวแฟชั่นโลลิต้าเต็มองค์แน่ๆ และเมื่อไม่กี่เดือนตูนก็มีโอกาสไปแต่งหน้าให้นาง นางก็เล่าว่าอาจารย์ให้ทำงานแบบนั้นจริงๆ ทีนี้พอมองย้อนมาเราก็รู้สึกว่า การที่เป็นที่คนใส่ใจลูกค้า ส่วนหนึ่งได้มาจากอาจารย์ อารมณ์มันไม่ต่างไปจากการทำข้อสอบ ถ้าเราเคยลงมือทำถึงเวลาเราก็จะทำได้โดยไม่ต้องไปนั่งอ่านอีก เขาถึงได้บอกได้ว่าเราชอบอะไรหรือถนัดอะไร เพราะเขาใส่ใจมองดูเด็กๆ ทุกคน”

ฝันให้สูงและเราจะสูงตามฝัน

ถึงตรงนี้หลังจากลัดเลาะแง่มุมชีวิตและหลักคิดที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้นมีอะไรบ้างซุกซ่อนอยู่ “ตูน” แนะนำส่วนสุดท้ายสั้นๆ อีกเช่นเคยว่าคือ การกำหนดขนาด “ฝัน” ที่เราจะทำมันขึ้นมา

“เคล็ดลับที่สองสำหรับตูน เราต้องฝันให้สูง ฝันให้ใหญ่ เพราะถ้าเราฝันสูงหรือใหญ่ต่อให้เราไปไม่ถึงฝัน มันก็ยังดีกว่าการที่เราตั้งเป้าฝันไว้แบบแค่พื้นๆ ขั้น 2 ขั้น เราก็จะไปได้ถึงแค่ตรงนั้น ตรงกันข้ามถ้าเราฝันใหญ่ๆ เลยนะ ฝันให้ไปสูงๆ ไปเลย ต่อให้เราทำมันไม่ถึงมันก็ยังอยู่ที่ 4-5 ขั้นของฝัน

“คือเราจะเข้าไกลและไปได้ไกลกว่า ซึ่งพอเรายังเด็ก ชีวิตเราอายุเท่านี้ เราจะไปกลัวอะไร ผิดมาครั้งหนึ่งก็แค่ผิด ครั้งหน้าเราก็ลองใหม่ได้ ขอแค่ลองทำก่อนที่จะพูดว่าไม่ได้” เขากล่าวทิ้งท้าย

และนี่ก็คือเรื่องราวของความกล้าและวิธีการย่อเอาความสำเร็จมาอยู่ตรงหน้า ซึ่งหากใครมี 'ความฝัน' และกำลังลังเลว่าจะทำอย่างไร ช่วงปีใหม่ 2567 สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจจะเป็นหนึ่งในแง่มุมที่พอจะช่วยให้ได้ลองทำตามและสำเร็จไม่มากก็น้อย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...