โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เห็นกับตา! รัฐบาลพาคณะทูตลง‘รพ.สต.บ้านซำเม็ง’ หลักฐานชัด‘กัมพูชา’ไร้มนุษยธรรม

แนวหน้า

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

รัฐบาลพาคณะทูตลง‘รพ.สต.บ้านซำเม็ง’ ชี้หลักฐานชัดถูกโจมตีทั้งที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร สะท้อนความไร้มนุษยธรรมของกองทัพกัมพูชา

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 ส.ค.68 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านซำเม็ง ตำบลเสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย ศบ.ทก. ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ ได้นำคณะเอกอัครราชทูต อุปทูต และทูตทหารจาก 23 ประเทศ พร้อมสื่อมวลชนไทยและต่างชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านซำเม็ง

รพ.สต.แห่งนี้ดูแลประชาชนจาก 3 หมู่บ้าน โดยเมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 24 ก.ค. ขณะเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นนัดแรก จึงอพยพผู้ป่วยและบุคลากรเข้าไปยังบังเกอร์ด้านหลังโรงพยาบาลฯ ก่อนปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัด เพื่อรอการอพยพเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนได้นำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชายยังอยู่ประจำเพื่อดูแลสถานที่และช่วยเหลือประชาชนที่ยังไม่สามารถอพยพได้

ต่อมาในวันที่ 25 ก.ค. เกิดการปะทะกันรุนแรงในพื้นที่ จึงมีคำสั่งให้บุคลากรทั้งหมดถอนกำลังเพื่อความปลอดภัย จนกระทั่งวันที่ 26 ก.ค. เวลา 11.30 น. มีรายงานแจ้งว่าตัวโรงพยาบาลถูกกระสุนโจมตี ทำให้ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ได้รับความเสียหาย โดยโรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ ไม่ควรถูกใช้เป็นเป้าหมายในการโจมตี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชากลับเลือกยิงใส่สถานพยาบาล ทั้งที่ด้านหลังของโรงพยาบาลยังเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีเด็กเล็กอยู่ 30 คน พร้อมครูดูแลอีก 5 คน การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง

ด้านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านซำเม็ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระหว่างสถานการณ์ตึงเครียด ได้มีการลาดตระเวนเฝ้าระวังตลอดเวลา โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นสถานที่ดูแลสุขภาพของพี่น้องในหมู่บ้าน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี และขอขอบคุณคณะทูตและสื่อมวลชนที่เดินทางมาสำรวจพื้นที่จริง เห็นกับตาถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของฝ่ายกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่คือสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการที่ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงจรวด BM-21 (Grad) ใส่เป้าหมายพลเรือนอย่างจงใจ ตัวอาคารร้านสะดวกซื้อในบริเวณดังกล่าวถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงคณะผู้สังเกตการณ์จากทั้งคณะทูตและสื่อมวลชน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงในพื้นที่โดยตรง

ประชาชนในพื้นที่ได้แสดงความขอบคุณต่อคณะทูตและสื่อมวลชนที่ลงพื้นที่เพื่อรับทราบสถานการณ์จากประสบการณ์จริง ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานชัดเจนที่สะท้อนถึงการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศของฝ่ายกัมพูชา โดยใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร ส่งผลให้สิ่งปลูกสร้างเสียหายรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ คณะทูตานุทูตและสื่อมวลชนจากนานาชาติได้เห็นด้วยสายตาตนเอง ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่รัฐบาลไทยได้รายงานมาโดยตลอด

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การนำคณะทูตทั้ง 23 ประเทศลงพื้นที่ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากต้นทาง โดยสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศได้เห็นหลักฐานที่สะท้อนอย่างชัดเจนว่ากัมพูชามุ่งโจมตีพลเรือน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง จึงเป็นเหตุให้ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ อันเป็นการปกป้องสิทธิตามหลักสากล

“ขอย้ำว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องประชาชนและอธิปไตยของชาติ การตอบโต้ของไทยเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสากล จากการโจมตีพลเรือนอย่างไร้มนุษยธรรมจากกัมพูชา” นายจิรายุ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...