โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกยก ‘หุ้นโรงพยาบาล-พลังงานน้ำ’ โดดเด่นรับอานิสงส์ ‘ช่วงฤดูฝน’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศในช่วงนี้ “ประเทศไทยตอนบน” ยังคงมีฝนตกหนักกระจาย โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากในภาคเหนือ อีสาน และตะวันออก ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ ระบุว่า ในช่วงหน้าฝน “หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล” น่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด หรือเรียกได้ว่า เป็นช่วงหน้าไฮซีซันของกลุ่มที่จะสามารถทำผลกำไรได้พีกที่สุด เนื่องจากรับอานิสงส์จากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากโรคระบาดที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน

“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ในช่วงนี้ถึง ก.ย. 2568 ซึ่งตรงกับไตรมาส 3 ปี 2568 ของปี หลักๆ จะมีปัจจัยทางฤดูกาลหลายประการที่ส่งผลต่อภาพรวมของ “ตลาดหุ้น” และ “เศรษฐกิจ” โดยรวม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนเป็นปัจจัยแรกที่สำคัญ ซึ่งมักจะส่งผลให้ธุรกิจบางประเภทชะลอตัว อย่างกลุ่มการก่อสร้าง และ กลุ่มจับจ่ายใช้สอย

โดยทั่วไปไตรมาส 3 ปี 2568 จะเป็นช่วงโลว์ซีซันของการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค เนื่องจากเป็นช่วงที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการใช้จ่ายจะคึกคักมากก่อนสงกรานต์ แต่หลังจากนั้นจะเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูของการเพาะปลูก ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เงินไปกับการเตรียมการเพาะปลูก หรืออยู่ในฤดูกาลเพาะปลูก ส่งผลให้มีเงินสำหรับจับจ่ายใช้สอยในด้านอื่นๆ น้อยลง ปัจจัยนี้จึงอาจเป็นผลลบต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก

ขณะที่กลุ่มที่ได้รับปัจจัยบวกช่วงหน้าฝน คือ กลุ่มการแพทย์และโรงพยาบาลเป็นช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัด ซึ่งปีนี้สถานการณ์ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ทำให้หุ้นการแพทย์และโรงพยาบาลมีแนวโน้มได้รับผลดี ซึ่งที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มนี้หลายตัวปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่มี Valuation น่าสนใจ

“สรพล วีระเมธีกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งโดยปกติจะตรงกับช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี โดยประเมินผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบคือ กลุ่มค้าปลีกเป็นกลุ่มที่คาดว่าจะอ่อนตัวลงในช่วงฤดูฝน เนื่องจากไม่มีปัจจัยพิเศษอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้รายได้ ของกลุ่มค้าปลีกมีแนวโน้มที่จะลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ซึ่งผลกระทบดังกล่าวยังครอบคลุมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นไปตามฤดูกาลปกติ

ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์คือ กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำเนื่องจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนได้แก่ CKP ซึ่ง CKPได้รับประโยชน์สูงสุดจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งมีกำลังการผลิต 1,275 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในประเทศลาว และ CKP เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่ผลประกอบการของ CKP คาดว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568 เป็นต้นไป

โดยคาดจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2568 ที่ 1,000-1,100 ล้านบาท เนื่องจากเดือนก.ค ถึง ก.ย.2568 เป็นช่วงฤดูไฮซีซันของน้ำ ส่วนกำไรไตรมาส 2 ปี 2568 เติบโตดี จากน้ำมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนพ.ค.และมิ.ย. 2568 หากเทียบกับกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2568 อยู่ที่ 70 ล้านบาท และไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 630 ล้านบาท นอกจากนี้อัตราเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 3%

“วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า โดยรวมแล้วช่วงหน้าฝนไม่ค่อยมีธุรกิจใดได้ประโยชน์มากนัก เนื่องจากเป็นช่วงที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว การค้าขายทำได้ยากขึ้น และเป็น Low Season สำหรับธุรกิจเกือบทุกประเภท ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างและการใช้จ่ายต่างๆ ที่จะได้รับผลกระทบ ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก

แต่ทว่า กลุ่มโรงพยาบาลเป็นข้อยกเว้นที่อาจได้รับประโยชน์ จากโรคระบาดที่อาจเพิ่มขึ้น ในช่วงฤดูฝน แนะนำหุ้น BDMSมองว่าเป็นตัวใหญ่ที่ยังขึ้นน้อย เมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ ขณะที่ BCH เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

โดยทิศทางผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาส 3 ปี 2568 ปกติแล้วถือเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีสำหรับกลุ่มโรงพยาบาล ทำให้กำไรกลุ่มโรงพยาบาลมีโอกาสที่จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับเป็นช่วงไฮซีซันธุรกิจโรงพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...