โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TNP ยิ้มรับผลงานไตรมาส 1/68 ทำกำไรสุทธิ 50.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.40%

Wealthy Thai

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 08.36 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 04.52 น.

บมจ. ธนพิริยะ หรือ TNPโชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีรายได้จากการขาย 722.47ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% และมีกำไรสุทธิ 50.47 ล้านบาท เติบโต 12.40% ตอกย้ำความสำเร็จการดำเนินธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่แข็งแกร่ง พร้อมบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ไตรมาส 2 เร่งเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง หวังผลักดันการเติบโตผลประกอบการทั้งรายได้ กำไร ตามแผน
เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNPผู้นำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในภาคเหนือ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ สามารถรักษาอัตราการเติบโตของผลการดำเนินได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขาย 722.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยความสำเร็จมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการขายสินค้าผ่านสาขาเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมปัจจุบันบริษัทมีสาขา 51 สาขา และศูนย์ค้าส่ง 1 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนการขายสินค้าที่ดีต่อเนื่อง เป็นผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ทำได้ 50.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 44.90 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.95%
ขณะที่แผนดำเนินงานไตรมาส 2/68 บริษัทฯ มั่นใจว่าจะผลักดันการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยจะเปิดสาขาแห่งใหม่ อีก 1 แห่งในไตรมาสนี้ จากแผนจะเปิดทั้งหมด 5 แห่ง ในปี 2568 และการปรับปรุงสาขาเดิมเพื่อผลักดันการเติบโต อีกทั้งนำสินค้าที่มีมาร์จิ้นดีและการแข่งขันไม่รุนแรงเข้ามาจำหน่ายในสาขาเพิ่มขึ้น ภายใต้ 5 กลุ่มสินค้าได้แก่ กลุ่มสินค้าในครัวเรือน กลุ่มเครื่องดื่มและอาหารแห้ง กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก รวมถึงกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและอาหารเสริม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและฐานสมาชิกลูกค้าของ TNPที่มีกว่า 1.6 แสนราย โดยมีคลังสินค้าที่มีพื้นที่กว่า 14,300 ตารางเมตร และมีรถขนส่งจำนวน 40 คัน พร้อมจัดส่งสินค้าให้แก่คู่ค้าและร้านค้าบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนการเติบโตให้เป็นไปตามแผน
“เราเชื่อมั่นว่าในไตรมาส 2 ยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่องจากศักยภาพการดำเนินธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในภาคเหนือ และด้วยแผนดำเนินงานของเราในปีนี้ มั่นใจว่ายอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) จะปรับตัวดีขึ้นทุกไตรมาส และทำให้ภาพรวมทั้งปีเติบโตได้ 10-15% ตามเป้าหมายที่วางไว้” เภสัชกรหญิงอมร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...