โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รวบ 10 หุ้น โดนต่างชาติเทหนัก! CPALL สาหัส! ขายมากสุด 1 หมื่นลบ.

Share2Trade

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

ส่องการซื้อขายของนักลงทุนรายกลุ่มนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึงวันที่ 7 พ.ค.68 พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท ส่วนเดอะแบก คือ นักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 68,378 ล้านบาท

รวบ 10 หุ้น โดนต่างชาติเทหนัก!_S2T (เว็บ).jpg

แต่ที่น่าสนใจ หากเข้าไปสำรวจการซื้อขายหุ้นรายบริษัทของนักลงทุนต่างชาติในช่วงเวลาเดียวกัน อ้างอิงบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) พบว่า CPALL คือหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากสุด มูลค่าสูงถึง 10,233.9 ล้านบาท ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ AOT ที่ขายสุทธิราว 7,385 ล้านบาท

ส่วนอันดับ 3 PTTEP นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 6,494.90 ล้านบาท อันดับ 4 ตกเป็นของ BCP นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5,093 ล้านบาท และอันดับ 5 คือ TOP นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5,045 ล้านบาท ขณะที่อันดับอื่นๆ มีรายละเอียดตาม infographic ด้านล่าง

แต่หากเข้าไปสำรวจปัจจัยพื้นฐานของหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากสุด 2 อันดับแรก พบว่า นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ CPALL เนื่องจากกำไรที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและมูลค่าหุ้นน่าสนใจ โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 68-69 สะท้อนยอดขายสินค้าพร้อมรับประทาน (RTE) และสินค้าพร้อมดื่ม (RTD) ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และอัตรากำไรขั้นต้น

ขณะที่การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มยอดขายและการใช้ต้นทุนคงที่อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ฐานกำไรปีที่แล้วจะสูง แต่คาดว่าในปี 68 CPALL จะมีกำไรเติบโต 12% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตามปรับลดสมมติฐานการเติบโตระยะยาว (terminal growth) เหลือ 1.5% ทำให้ราคาเป้าหมาย(DCF) ลดลงจาก 81.50 บาท เป็น 68 บาท

ทั้งนี้ CPALL มีแผนประกาศงบ วันที่ 13 พ.ค. 68 คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/68 จะอยู่ที่ 6.95 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสไตรมาส 1/67 กำไรจะเติบโต 15% โดย SSSG ของร้านเซเว่นฯ ยังแข็งแกร่งที่ 3% แม้อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือน ก.พ. จะลดลงและมีฝนตกในเดือนมี.ค. ยอดขายสินค้า RTE และ RTD ยังเติบโตได้ดี ขณะที่ยอดขายบุหรี่ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำ ยังคงลดลง

ขณะที่ AOT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 67/68 (ม.ค.-มี.ค.68) ที่ 5.8 พันล้านบาท เติบโต 7% จากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการลดลงของรายได้ ส่วนแบ่งผลประโยชน์และ GPM

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 67/68 คาดกำไรลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอชดเชยการลดลงของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ และต้นทุนที่สูงขึ้นได้

หากงบออกมาตามคาด กำไรปกติครึ่งแรกปี 67/68 จะคิดเป็น 62% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่แนวโน้มครึ่งหลังปี 67/68 คาดลดลงจากครึ่งปีแรก จึงยังคงประมาณการกำไรปี 67/68 ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 8% จากงวดปีก่อน

ดังนั้นคงคำแนะนำ “TRADING” ปรับราคาเหมาะสมเป็น 45 บาท โดยประเมินความเสี่ยงในการแก้ไขสัญญาสัมปทานยังมีอยู่ ต้องติดตามการจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำของแต่ละเดือนอย่างใกล้ชิด คาดรายงานผลประกอบการวันที่ 14 พ.ค. และประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 15 พ.ค.นี้

รวบ-10-หุ้น-โดนต่างชาติเทหนัก!.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...